OPTIMAS MAX อัพเกรดนวัตกรรมดูแลผิวระดับโลก ครบทุกปัญหาผิว

OPTIMAS MAX อัพเกรดนวัตกรรมดูแลผิวระดับโลก ครบทุกปัญหาผิว

เพราะปัญหาผิวส่วนใหญ่มักไม่ได้มาแค่รูปแบบเดียว แต่มาพร้อมกันเป็นแพ็กเกจที่รวมทั้งรอยแดงจากเส้นเลือด ฝ้ากระ จุดด่างดำ ไปจนถึงความหย่อนคล้อยและไขมันสะสมบริเวณกรอบหน้า ซึ่งการต้องไล่แก้ไขด้วยการทำหัตถการทีละเครื่องอาจทำให้เสียเวลา และได้ผลลัพธ์ที่ไม่ต่อเนื่อง ในบทความนี้ เราจึงจะมาแนะนำเทคโนโลยีใหม่อย่าง InMode Optimas Max นวัตกรรมระดับโลกจาก InMode ที่รวมเอาเทคโนโลยีดูแลผิวแบบครบวงจรมาไว้ในแพลตฟอร์มเดียว ไม่ว่าจะเป็นการยกกระชับ ปรับคุณภาพผิว หรือการใช้พลังงานแสง (IPL) เพื่อจัดการรอยโรคต่าง ๆ ช่วยให้แพทย์สามารถวางแผนรักษาทุกปัญหาผิวของคุณได้อย่างแม่นยำ และจบในโปรแกรมเดียว

สารบัญ OPTIMAS MAX

เครื่อง OPTIMAS MAX คืออะไร ?

เครื่อง OPTIMAS MAX คืออะไร ?

เครื่อง InMode Optimas Max คือแพลตฟอร์มเครื่องมือด้านความงาม (Aesthetic Platform) ที่รวมเอาเทคโนโลยีดูแลผิวระดับโลกไว้ในเครื่องเดียว เพื่อครอบคลุมหัตถการที่คนไข้ต้องการ ช่วยให้แพทย์สามารถจัดการปัญหาผิวของคนไข้ได้ในที่เดียว

  • Fractional RF (Morpheus8 Burst) : ตัวช่วยหลักในการยกกระชับ ปรับคุณภาพผิวให้เรียบเนียน และกระชับรูขุมขน ด้วยการส่งพลังงานลงลึกถึงชั้นผิวอย่างแม่นยำ
  • Bipolar RF (Forma) : เทคโนโลยีที่ช่วยให้ผิวแน่นและอิ่มฟูขึ้นแบบไม่ต้องผ่าตัด กระตุ้นคอลลาเจนให้ผิวดูอ่อนเยาว์ และเรียบเนียนอย่างเป็นธรรมชาติ
  • High-Peak IPL (Lumecca Peak) : จัดการกับปัญหาสีผิวอย่างครอบคลุม ทั้งฝ้า กระ รอยแดงจากเส้นเลือดฝอย หรือรอยคล้ำจากแดดสะสม ให้ผิวกลับมาดูกระจ่างใส และสม่ำเสมอ
  • Contouring (MiniFX) : ตัวช่วยเก็บรายละเอียดเฉพาะจุด ช่วยลดไขมันส่วนเกินบริเวณกรอบหน้าหรือใต้คาง พร้อมช่วยให้ผิวบริเวณนั้นกระชับขึ้นไปในตัว
หลักการทำงานของ OPTIMAS MAX เป็นอย่างไร ?

หลักการทำงานของ OPTIMAS MAX เป็นอย่างไร ?

หลักการทำงานของเครื่อง OPTIMAS MAX จะขึ้นอยู่กับหัวที่เลือกใช้ในการรักษาที่ตรงกับปัญหาผิว แต่โดยหลักการแล้ว เครื่องนี้จะทำงานโดยใช้พลังงานหลัก 3 กลุ่มคือ พลังงาน RF (Radiofrequency) พลังงาน IPL (Intense Pulsed Light) และ Mucroneedling ที่ถูกอัปเกรดให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น ดังนี้

  1. พลังงาน RF (Radiofrequency) : ปรับโครงสร้างและยกกระชับผิว ส่งความร้อนลงลึกสู่ชั้นผิวอย่างแม่นยำ เพื่อกระตุ้นให้คอลลาเจนเดิมหดตัว และสร้างคอลลาเจนใหม่ขึ้นมาทดแทน ทำให้ผิวของเราจะค่อย ๆ แน่นฟูขึ้น รูขุมขนเล็กลง ริ้วรอยตื้นขึ้น และช่วยแก้ปัญหาความหย่อนคล้อยได้ดี
  2. พลังงาน IPL (Intense Pulsed Light) : เครื่องนี้เลือกใช้เทคโนโลยี Lumecca Peak ซึ่งเป็น IPL ที่มีพลังงานสูง (High-Peak Power) ซึ่งมีความเข้มข้นของแสงมากกว่า IPL ทั่วไป ทำให้สามารถจัดการกับเม็ดสีเมลานินที่เป็นต้นเหตุของฝ้า กระ จุดด่างดำ และรอยคล้ำจากแดดได้รวดเร็วขึ้น รวมถึงรอยแดงจากเส้นเลือดฝอยก็จางลงอย่างเห็นได้ชัด
  3. Microneedling : ช่วยในกระบวนการซ่อมแซมผิวตามธรรมชาติ กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ ช่วยให้ผิวเรียบเนียน กระชับ และดูสุขภาพดีขึ้น

การทำงานร่วมกันของทั้ง 3 พลังงานนี้ จึงเป็นการดูแลผิวแบบครอบคลุม ที่ช่วยจบปัญหาผิวได้ครบทั้งเรื่องโครงสร้างความแน่นของผิว และความกระจ่างใสในแพลตฟอร์มเดียว

OPTIMAS MAX มีทั้งหมดกี่หัว แต่ละหัวช่วยเรื่องไหนบ้าง ?

OPTIMAS MAX มีทั้งหมดกี่หัว แต่ละหัวช่วยเรื่องไหนบ้าง ?

1. หัว Morpheus8 Burst / Burst Deep (FRF)

หัวนี้เป็นหัวที่ใช้พลังเข็มยกกระชับลึกถึงโครงสร้างผิว ใช้เพื่อฟื้นฟูโครงสร้างผิวชั้นลึกด้วยการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่โดยใช้เข็มขนาดเล็ก ซึ่งสามารถส่งพลังงาน RF ลงไปได้ลึกกว่าเครื่องทั่วไป

  • จุดเด่น : ด้วยเทคโนโลยี Burst Mode ที่สามารถปล่อยพลังงานลงได้หลายชั้นผิวในครั้งเดียว ให้ความร้อนสม่ำเสมอทั่วถึง และสามารถปรับความลึกได้แม่นยำตั้งแต่ 0.5 – 7 มม.
  • เหมาะกับใคร : ผู้ที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อย รูขุมขนกว้าง ผิวไม่เรียบเนียน หรือต้องการยกกระชับหน้าให้ดูชัดโดยไม่ต้องผ่าตัด

2. หัว Forma / Plus

หัวยิงที่ใช้ในการเติมคอลลาเจนให้ผิวแน่น และอิ่มฟู ซึ่งเป็นหนึ่งในหัวยิงที่ได้รับความนิยมมาก เพราะเป็นการส่งพลังงาน RF ลงสู่ชั้นผิวโดยไม่ต้องใช้เข็ม ให้ความรู้สึกสบาย อบอุ่น ผ่อนคลายเหมือนทำสปาหน้า แต่ได้ผลลัพธ์ผิวที่แน่นขึ้นอย่างชัดเจน

  • จุดเด่น : มีระบบ A.C.E. Technology ตรวจวัดอุณหภูมิผิว 1,000 ครั้งต่อวินาที ช่วยรักษาความร้อนให้อยู่ในระดับที่กระตุ้นคอลลาเจนได้ดี (ประมาณ 43°C) และปลอดภัย
  • เหมาะกับใคร : ผู้ที่เริ่มมีปัญหาผิวหลวม กรอบหน้าไม่ชัด หรือต้องการให้ผิวดูเด้ง อิ่มน้ำ แต่งหน้าติดทน

3. หัว Lumecca Peak 515/580

หัวยิงที่ใช้ในการเคลียร์เม็ดสี และเน้นงานผิวใส โดยเป็นหัว IPL (High-Peak Power) ที่ให้พลังงานสูงกว่า IPL ทั่วไป ทำให้สามารถจัดการกับปัญหาเรื่องสีผิวได้อย่างรวดเร็ว และเห็นผลชัดเจนตั้งแต่ครั้งแรกที่ทำ

  • จุดเด่น : ช่วยทั้งในเรื่องของปัญหาเม็ดสีเมลานิน และจัดการกับรอยแดงจากเส้นเลือดฝอยได้อย่างแม่นยำ รองรับการรักษาทั้งในคนผิวขาว และผิวสองสี
  • เหมาะกับใคร : ผู้ที่มีปัญหาฝ้า กระ จุดด่างดำ รอยแดงจากสิว หรือผิวหมองคล้ำจากแดดสะสมที่ต้องการให้ผิวกลับมาสม่ำเสมอ และกระจ่างใส

4. หัว MiniFX / BodyFX

หัวยิงที่เน้นลดไขมัน และกระชับสัดส่วน เป็นตัวเลือกที่แพทย์ใช้จัดการกับปัญหาไขมันส่วนเกินพร้อมกับกระชับผิวไปในตัว ด้วยกลไกการทำงาน 3 ขั้นตอน (Triple Action)

  • จุดเด่น : ใช้แรงดูดสุญญากาศ (Vacuum) ดึงผิวขึ้นมาเพื่อให้พลังงาน RF เข้าไปสลายเซลล์ไขมัน และทำให้ผิวกระชับขึ้นในคราวเดียว
  • เหมาะกับใคร : ผู้ที่มีปัญหาเหนียงใต้คาง ไขมันสะสมบริเวณแก้มล่าง หรือมีเซลลูไลต์ตามจุดต่าง ๆ ของร่างกายที่ต้องการปรับรูปทรงให้ดูสมส่วนมากขึ้น

โปรแกรม OPTIMAS MAX ช่วยเรื่องอะไรได้บ้าง ?

โปรแกรม OPTIMAS MAX จะตอบโจทย์ 4 กลุ่มใหญ่ ๆ ได้แก่

  • งานยกกระชับและปรับรูปหน้า : สำหรับใครที่มีปัญหาแก้มเริ่มตก กรอบหน้าไม่ชัด หรือผิวบริเวณคอเริ่มหย่อนคล้อย พลังงาน RF จะเข้าไปช่วยกระชับผิว ทำให้หน้าดูยก และผิวกลับมาแน่นเฟิร์มมากขึ้น
  • งานผิวละเอียดและรูขุมขน : หากมีความกังวลเรื่องผิวที่ไม่เรียบเนียน รูขุมขนกว้าง หรือผิวดูเป็นคลื่น แพทย์จะทำโปรแกรมนี้โดยเน้นไปที่การฟื้นฟูโครงสร้างผิวใหม่ เพื่อให้ผิวดูเนียนละเอียด และเรียบเนียนมากขึ้น
  • งานจัดการเม็ดสีและผิวหมองคล้ำ : สำหรับสายกิจกรรมกลางแจ้งที่มีความกังวลเกี่ยวกับปัญหาฝ้า กระ จุดด่างดำ หรือผิวคล้ำเสียจากแดด โปรแกรมนี้จะเข้าไปช่วยในการสลายเม็ดสี และฟื้นฟูผิวให้กลับมากระจ่างใส และสม่ำเสมอมากขึ้น
  • งานรอยแดงและเส้นเลือดฝอย : ใครที่หน้าแดงง่าย หรือเห็นเส้นเลือดฝอยเล็ก ๆ บนใบหน้า เครื่องนี้สามารถเข้าไปจัดการรอยแดงเหล่านั้นได้เช่นกัน

และเพราะปัญหาผิวของแต่ละคนมีความซับซ้อน และแตกต่างกัน ทำให้หัวใจสำคัญในการทำโปรแกรมนี้จึงอยู่ที่การวิเคราะห์ปัญหาและออกแบบโปรแกรมการรักษาที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล เพื่อผสมผสานการใช้เทคโนโลยีหัวยิงต่าง ๆ ให้เหมาะกับปัญหาของแต่ละคนโดยเฉพาะ เช่น การเคลียร์รอยแดงด้วย Lumecca Peak ก่อน แล้วจึงตามด้วย Morpheus8 Burst เพื่อยกกระชับในคราวเดียว การวางลำดับการรักษาที่ถูกต้อง จะช่วยให้ผลลัพธ์ออกมาดูเป็นธรรมชาติ

ข้อดีของโปรแกรม Optimas Max

ข้อดีของโปรแกรม Optimas Max

  • เป็นแพลตฟอร์มที่รวมนวัตกรรมในการดูแลผิวต่าง ๆ เข้าไว้ด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นงานยกกระชับ (RF/FRF) หรือการจัดการกับเม็ดสี (IPL) ทำให้คนไข้สามารถดูแลผิวได้ครบจบในที่เดียว ไม่ต้องเปลี่ยนเครื่องไปมา
  • ออกแบบการรักษาเฉพาะบุคคลได้ด้วยการเลือกใช้หัวรักษา และการปรับระดับพลังงานที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคลที่ทำได้อย่างยืดหยุ่น
  • ช่วยแก้ปัญหาผิวต่าง ๆ ได้อย่างครอบคลุม ไม่ใช่แค่แก้ปัญหาจุดใดจุดหนึ่ง แต่ช่วยปรับทั้งคุณภาพผิว ปรับสีผิวให้สม่ำเสมอ และเพิ่มความกระชับให้โครงสร้างผิวไปพร้อม ๆ กัน
  • เป็นเทคโนโลยีที่มีความปลอดภัย โดยเฉพาะหัวรักษาอย่าง Forma ที่มีระบบตรวจวัดอุณหภูมิผิวแบบ Real-time ถึง 1,000 ครั้งต่อวินาที ช่วยให้แพทย์สามารถควบคุมความร้อนได้สม่ำเสมอ ให้ผลลัพธ์ที่แม่นยำ และปลอดภัย
  • พักฟื้นไม่นาน เห็นผลเร็ว โดยเฉพาะสำหรับกลุ่มเทคโนโลยี Non-invasive และ IPL รุ่นใหม่ที่ถูกออกแบบมาให้ทำเสร็จแล้วสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้เกือบจะทันที โดยมีผลข้างเคียงน้อยมากเมื่อเทียบกับเทคโนโลยีรุ่นเก่า
โปรแกรม OPTIMAS MAX ทำจุดไหนได้บ้าง ?

โปรแกรม OPTIMAS MAX ทำจุดไหนได้บ้าง ?

1. บริเวณใบหน้า (Face) จบทุกปัญหาผิวในเครื่องเดียว

  • สำหรับงานผิวใส แพทย์จะใช้หัว Lumecca Peak เพื่อจัดการกับรอยแดง เส้นเลือดฝอย ฝ้า กระ และจุดด่างดำ พร้อมปรับสีผิวให้กระจ่างใส และสม่ำเสมอมากขึ้น
  • สำหรับงานยกกระชับและรูขุมขน แพทย์จะเลือกใช้หัว Morpheus8 Burst เพื่อกระตุ้นคอลลาเจนลึกถึงโครงสร้างผิว เพื่อให้ผิวกระชับ และเรียบเนียน
  • สำหรับงานผิวอิ่มฟู ดูสดใส อิ่มน้ำ และแต่งหน้าติดทน แพทย์จะใช้หัว Forma นวดผ่อนคลายเพื่อกระตุ้นคอลลาเจนให้ผิวเด้งฟูได้แบบไม่ต้องพักฟื้น

2. บริเวณลำคอและกรอบหน้า (Neck & Submandible) คืนความคมชัด

  • หากผิวบริเวณคอเริ่มหย่อนคล้อยหรือมีริ้วรอย แพทย์สามารถใช้หัวยิง Forma หรือ Morpheus8 Burst เข้าไปช่วยให้ผิวบริเวณคอแน่นกระชับ และดูอ่อนเยาว์มากขึ้นได้
  • ใช้ลดไขมันส่วนเกินสำหรับผู้ที่มีปัญหาเหนียงใต้คาง โดยแพทย์จะประเมินการใช้หัว MiniFX ซึ่งออกแบบมาเพื่อดูแลพื้นที่ขนาดเล็กโดยเฉพาะ เพื่อช่วยลดไขมันสะสม และปรับรูปหน้าให้ดูคมชัดยิ่งขึ้น

3. บริเวณลำตัว (Body) กระชับสัดส่วนให้มั่นใจ

  • งานรูปร่างและเซลลูไลต์ สำหรับบริเวณหน้าท้อง สะโพก หรือต้นขา โดยแพทย์จะใช้หัว BodyFX เป็นตัวช่วยเรื่องการ Contour เพื่อจัดการกับปัญหาเซลลูไลต์ และกระชับสัดส่วนให้ดูเฟิร์มมากขึ้น
Optimas Max ต่างจาก Morpheus8 อย่างไร

Optimas Max ต่างจาก Morpheus8 อย่างไร

 เป็นอีกหนึ่งคำถามที่ได้ยินบ่อยมาก ๆ เพราะหลายคนมักจะสับสนระหว่างชื่อของตัวเครื่องกับหัวรักษา โดยเราขอแนะนำถึงความแตกต่างระหว่าง 2 สิ่งนี้ ดังนี้

  • OPTIMAS MAX คือ “แพลตฟอร์มหลัก” ที่เปรียบเหมือนฐานทัพใหญ่ เป็นเครื่องมือที่รวบรวมเทคโนโลยีดูแลผิวหลายชนิดเอาไว้ในเครื่องเดียว เพื่อให้แพทย์สามารถเลือกใช้งานให้เหมาะสมกับปัญหาผิวของแต่ละบุคคล
  • Morpheus8 คือ “หนึ่งในหัวรักษา” ที่ติดตั้งอยู่บนแพลตฟอร์ม OPTIMAS MAX นี้ โดยเน้นไปที่เทคโนโลยี Fractional Radiofrequency (FRF) สำหรับการเน้นซ่อมแซมโครงสร้างผิวชั้นในโดยเฉพาะ

ดังนั้น สำหรับใครที่มีปัญหาผิวที่ซับซ้อน และต้องการดูแลแบบครอบคลุม การเลือกทำโปรแกรม OPTIMAS MAX จะตอบโจทย์กวามาก เพราะมีความยืดหยุ่นสูงกว่า เพราะแพทย์จะไม่ได้ใช้แค่ Morpheus8 เท่านั้น แต่สามารถเลือกใช้หัวรักษาอื่น ๆ ร่วมด้วยได้ เช่น การใช้ Lumecca Peak เพื่อจัดการกับฝ้า กระ รอยแดงให้ผิวใส ร่วมกับการใช้ Morpheus8 เพื่อยกกระชับผิว ซึ่งหัว Morpheus Burst นั้นสามารถยิงได้หลากหลาย Depth จากการยิงเพียง 1 ครั้ง และลงลึกสูงสุดถึง 6 มิลลิเมตรซึ่งลึกที่สุดในบรรดากลุ่มคลื่นวิทยุแล้วนอกจากนี้ ยังมีโหมดใหม่ใหม่คือโหมด Scale ซึ่งสามารถปรับพลังงาน ให้ไม่เท่ากันในการยิงหนึ่งครั้งในแต่ละชั้นผิวได้

โปรแกรม OPTIMAS MAX เจ็บไหม ?

ความรู้สึกหลังทำโปรแกรม OPTIMAS MAX จะขึ้นอยู่กับหัวที่เลือกใช้ และพลังงานที่ส่งออกไป โดยสามารถแบ่งความเจ็บได้เป็น 3 ระดับ ได้แก่

  • กลุ่มงานสบาย (Forma/Plus) เจ็บน้อย ผ่อนคลาย : กลุ่มนี้จะเป็นการทำ RF แบบไม่ใช้เข็ม ทำให้คนไข้จะรู้สึกเพียงความอุ่นสบายคล้ายการนวดด้วยหินร้อนหรือประคบร้อน โดยช่วงท้าย ๆ อาจรู้สึกอุ่นขึ้นบ้างแต่เป็นระดับที่คนไข้ส่วนใหญ่บอกว่ารู้สึกผ่อนคลายมากกว่า
  • กลุ่มงานจัดการสีผิว (Lumecca Peak) เจ็บนิด ๆ เป็นจังหวะ : กลุ่มนี้ในตอนที่ทำจะรู้สึกเหมือนมีหนังยางดีดเบา ๆ ที่ผิวเป็นจังหวะ โดยบางจุดที่ผิวบางหรือเซนซิทีฟ เช่น บริเวณโหนกแก้มหรือเหนือริมฝีปาก อาจรู้สึกจี๊ดขึ้นเล็กน้อย แต่โดยรวมถือว่าอยู่ในระดับที่ทนได้สบาย
  • กลุ่มงานโครงสร้างผิว (Morpheus8 Burst/Burst Deep) รู้สึกมากกว่ากลุ่มอื่น : เพราะมีการใช้เข็มขนาดเล็กช่วยส่งพลังงานลงไปชั้นผิวลึก แต่คนไข้ไม่จำเป็นต้องกังวล เพราะที่คลินิกจะมีการทายาชา และเตรียมผิวเป็นอย่างดีก่อนทำ เพื่อให้คนไข้รู้สึกสบายตลอดระยะเวลาที่ทำการรักษา

นอกจากนี้ ระดับความเจ็บยังขึ้นอยู่กับเทคนิคของแพทย์เป็นสำคัญด้วย ไม่ว่าจะเป็นการวางพลังงานที่แม่นยำ การเลือกใช้หัวรักษาที่เหมาะสมกับสภาพผิว หรือการประคองผิวระหว่างทำ สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นหัวใจสำคัญที่ช่วยลดความรู้สึกเจ็บ และเพิ่มความปลอดภัยในการทำหัตถการทั้งสิ้น โดยทีมแพทย์ที่ Atier Wellness ได้ผ่านการฝึกอบรมในระดับ Advanced Protocol มาโดยเฉพาะ เพื่อให้คนไข้ทุกคนได้รับผลลัพธ์ที่ดีที่สุดโดยมีความกังวลใจน้อยที่สุด

โปรแกรม OPTIMAS MAX อยู่ได้นานแค่ไหน ?

หลายคนอาจจะสงสัยว่า แล้วโปรแกรม OPTIMAS MAX อยู่ได้นานแค่ไหน? โดยเราสามารถอธิบายได้เป็น 2 มุมมองได้แก่

  1. ผลลัพธ์ที่เห็นได้ทันที : เช่น การเลือกใช้ Lumecca Peak (IPL) จัดการรอยแดงหรือจุดด่างดำ คนไข้จะเริ่มเห็นผิวที่ดูสะอาด และกระจ่างใสขึ้นชัดเจนภายใน 1 – 2 สัปดาห์ ส่วนการทำ Forma เพื่อให้ผิวแน่นฟูนั้น หลายคนจะรู้สึกได้ทันทีหรือภายในไม่กี่วันหลังทำ โดยสามารถทำได้เดือนละครั้ง หรือ 4 – 6 ครั้งตลอดปี
  2. ผลลัพธ์เชิงโครงสร้าง : เช่น การเลือกใช้ Morpheus8 หรือ Forma ที่เข้าไปกระตุ้นให้ร่างกายสร้างคอลลาเจน และอีลาสตินใหม่ ผลลัพธ์นี้จะค่อย ๆ ชัดเจนขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วง 4 – 12 สัปดาห์หลังทำ และคงอยู่ต่อเนื่องไปได้อีกยาวนาน 8 เดือนถึง 1 ปี
ทำไมต้องทำโปรแกรม OPTIMAS MAX ที่ Atier Wellness & Surgery

ทำไมต้องทำโปรแกรม OPTIMAS MAX ที่ Atier Wellness & Surgery

1. ครอบครองรางวัลเกียรติยศหนึ่งเดียวในประเทศไทย

Atier Wellness ยืนหยัดในความเป็นผู้นำด้วยรางวัล “INMODE THE OPTIMAS MAX VIRTUOSO SUITE” ซึ่งเป็นรางวัลหนึ่งเดียวในประเทศ ที่ทาง Inmode Global มอบให้แก่คลินิกที่มียอดการใช้หัวรักษา (Treatment Tips) สูงสุดในระดับประเทศ รวมถึงเป็นรางวัลสำหรับผู้นำในด้านการทำโมเฟรวมถึงเป็นแพทย์ผู้สอนและคิดโปรโตคอลการรักษาด้วยเครื่องมอร์เฟียสกลุ่มแรกในประเทศไทย รางวัลนี้คือเครื่องยืนยันถึงความไว้วางใจและความเชื่อมั่นที่คนไข้มีต่อทีมแพทย์ของ Atier Wellness อย่างแท้จริง

2. ผู้นำนวัตกรรมเครื่องแรกและครบที่สุดในไทย

Atier Wellness เป็นที่แรกในประเทศไทยที่นำเข้าเครื่อง Full Port Optimus Max แบบครบทั้ง 4 หัวรักษา ซึ่งเป็นเทคโนโลยีรุ่นใหม่ล่าสุดของโลกที่ได้รับมาตรฐาน US-FDA สามารถดูแลปัญหาผิวได้อย่างครอบคลุมทุกมิติ ทั้งในเรื่องของคุณภาพผิว การกำจัดไขมันส่วนเกิน รวมถึงการยกกระชับความหย่อนคล้อยบนใบหน้า

3. ความเชี่ยวชาญเหนือระดับด้วย "Advanced Protocol"

ทีมแพทย์ผิวหนังของ Atier Wellness ไม่เพียงแต่ผ่านการฝึกอบรม Exclusive In-house Training ตั้งแต่ก่อนการเปิดตัวเครื่องอย่างเป็นทางการเท่านั้น แต่เรายังได้พัฒนาต่อยอดจากโปรโตคอลมาตรฐานไปสู่ระดับ Advanced Protocol เพื่อออกแบบการรักษาให้ตอบโจทย์ปัญหาผิวที่ซับซ้อนของคนไข้แต่ละรายได้อย่างแม่นยำ

4. การดึงประสิทธิภาพเทคโนโลยีออกมาได้สูงสุด

หัวใจสำคัญของการรักษาที่ Atier Wellness คือฝีมือและการวิเคราะห์ของแพทย์ ซึ่งทางบริษัทผู้ผลิตให้การยอมรับว่า ทีมแพทย์ผิวหนังของเราทุกคนสามารถดึงประสิทธิภาพของเครื่อง Optimus Max ออกมาใช้ได้อย่างสูงสุด เพื่อผลลัพธ์การรักษาที่มีประสิทธิภาพ และคุ้มค่าสำหรับคนไข้

5. ดูแลโดยทีมแพทย์ผิวหนังและแพทย์เฉพาะทางหลากหลายสาขา

ที่ Atier Wellness & Surgery พร้อมดูแลคุณด้วยทีมแพทย์ผิวหนังและทีมแพทย์เฉพาะทางในหลากหลายสาขา เพื่อให้คำปรึกษาและแก้ไขปัญหาความกังวลใจเรื่องงานผิว และความหย่อนคล้อยอย่างแม่นยำในทุกสาขาที่ให้บริการ

ราคา โปรแกรม OPTIMAS MAX ที่ Atier Wellness & Surgery

เตรียมตัวก่อนทำโปรแกรม OPTIMAS MAX

  1. หลีกเลี่ยงการสัมผัสกับแสงแดดจัด และกิจกรรมต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับความร้อน เช่น การอาบแดด หรือซาวน่า เป็นเวลาอย่างน้อย 1 – 2 สัปดาห์
  2. ทาครีมกันแดดสม่ำเสมอ โดยเฉพาะก่อนทำ IPL
  3. แจ้งประวัติการรักษา และโรคประจำตัวต่าง ๆ กับแพทย์อย่างละเอียด
  4. หลีกเลี่ยงการสครับหน้า หรือใช้ผลิตภัณฑ์ที่ก่อให้เกิดการระคายเคือง เช่น AHA/BHA/Retinoid ก่อนทำตามคำแนะนำของแพทย์ เพื่อให้ผิวไม่ระคายง่าย

วิธีดูแลผิวหลังทำโปรแกรม OPTIMAS MAX

  1. หลีกเลี่ยงกิจกรรมที่ทำให้ผิวได้รับความร้อนเพิ่มขึ้น เช่น การออกกำลังกายหนัก ๆ ซาวน่า หรือการอยู่ในที่ที่อากาศร้อนจัด โดยเฉพาะในช่วง 24 – 48 ชั่วโมงแรก เพื่อลดอาการแดงและบวม
  2. ดูแลทำความสะอาดผิวอย่างอ่อนโยน รวมถึงหลีกเลี่ยงสกินแคร์ที่มีฤทธิ์ผลัดเซลล์ผิว หรือมีความเป็นกรดรุนแรง เพราะผิวช่วงนี้ต้องการความนุ่มนวลเป็นพิเศษ
  3. เติมความชุ่มชื้นให้กับผิว โดยแนะนำให้ใช้มอยส์เจอร์ไรเซอร์สูตรอ่อนโยนที่มีคุณสมบัติเติมน้ำให้ผิว เพื่อช่วยปลอบประโลม และฟื้นฟูเกราะป้องกันผิวให้กลับมาแข็งแรงเร็วมากขึ้น
  4. ทาครีมกันแดดสม่ำเสมอ เพื่อป้องกันการเกิดรอยดำ และรักษาผลลัพธ์ผิวใสเอาไว้
  5. ประคบเย็นเบา ๆ ได้หากมีอาการบวมแดงเล็กน้อย แต่สำหรับเคสที่ทำ FRF (Morpheus8) ซึ่งอาจมีรอยจุดขนาดเล็กหรือผิวสัมผัสสากมือในช่วงแรก แพทย์จะแนะนำให้ปล่อยให้ผิวฟื้นฟูตัวเองตามธรรมชาติ ไม่แกะ ไม่เกา เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดรอยแผลเป็น

FAQ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับโปรแกรม OPTIMAS MAX

สามารถทำได้ เพราะโปรแกรม OPTIMAS MAX สามารถเลือกหัวยิง และปรับการส่งพลังงานให้เหมาะกับสภาพผิวของแต่ละบุคคลได้ แต่ควรเข้ารับการประเมินกับแพทย์ก่อนเสมอ

ขึ้นอยู่กับปัญหา และหัวที่เลือกใช้ เช่น ถ้าเลือกใช้ IPL จำเป็นจะต้องทำอย่างต่อเนื่องเป็นคอร์ส เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ผิวใสที่ดูสม่ำเสมอ

ถ้าหากเป็นหัวยิงที่ไม่ทำให้ผิวเปิดมาก เช่น Forma หรือ IPL คนไข้บางรายอาจแต่งหน้าได้ในวันเดียวกัน (ขึ้นกับอาการแดง และความไวของผิว) แต่ควรทำตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด

การใช้หัว Morpheus8 Burst สามารถใช้ในงานปรับผิว และการกระตุ้นคอลลาเจนได้ ซึ่งอาจช่วยในเรื่องของปัญหาผิวที่ไม่เรียบเนียน รูขุมขนและหลุมสิวในบางระดับได้ แต่ผลลัพธ์จะขึ้นกับชนิดของหลุมสิว และความลึกเป็นหลัก เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดี ควรมีการวางแผนการรักษาร่วมกับหัตถการอื่น ๆ ด้วย

ควรเลือกทำกับคลินิกที่มีเครื่อง OPTIMAS MAX แท้ที่ได้มาตรฐาน มีหัวยิงครอบคลุม และดูแลโดยแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญ และมีประสบการณ์ยาวนาน

โปรแกรม OPTIMAS MAX ดีไหม? โปรแกรม OPTIMAS MAX ที่ Atier Wellness

จะเห็นได้ว่า การดูแลผิวด้วยโปรแกรม OPTIMAS MAX คือการวางแผนฟื้นฟูผิวแบบครอบคลุมที่สามารถจัดการกับปัญหาผิวได้ครบ ไม่ว่าจะเป็นความหย่อนคล้อย รูขุมขนกว้าง ฝ้า กระ หรือปัญหารอยแดงที่กวนใจ และด้วยความยืดหยุ่นของแพลตฟอร์มระดับโลกที่รวมเอาพลังงาน RF และ IPL ประสิทธิภาพสูงเข้าไว้ด้วยกัน ทำให้แพทย์สามารถออกแบบโปรแกรมการรักษาที่ครอบคลุมสำหรับสภาพผิวที่แตกต่างกันของแต่ละบุคคลได้ เพื่อผลลัพธ์ที่ผิวดูแน่น อิ่มฟู และกระจ่างใสดูเป็นธรรมชาติ

และสำหรับใครที่กำลังมองหาทางเลือกใหม่เพื่อให้ผิวกลับมาดูอ่อนเยาว์ และแก้ปัญหาผิวอย่างครอบคลุม เข้ามาปรึกษาและวางแผนการรักษาด้วย Advanced Protocol กับเราได้เลยที่ Atier Wellness คลินิกที่ยืนยันคุณภาพด้วยรางวัลระดับประเทศอย่าง “INMODE THE OPTIMAS MAX VIRTUOSO SUITE” และทีมแพทย์ที่เชี่ยวชาญในการดึงประสิทธิภาพของเทคโนโลยีออกมาใช้ได้อย่างสูงสุด เราพร้อมดูแล และออกแบบผลลัพธ์ที่ตอบโจทย์ผิวของคุณให้สวยในแบบที่เป็นคุณ

เอเทียร์ เวลเนส (ATier Wellness) ขอขอบพระคุณลูกค้าทุกท่าน ที่มอบความไว้วางใจให้เราได้เป็นส่วนหนึ่งในการดูแลสุขภาพและความงามของคุณ

หากสนใจสอบถามรายละเอียดหรือโปรโมชัน แอดไลน์ @atier ได้เลยนะคะ

Line คลิก > @atier
Facebook คลิก > ATier Wellness
Instagram คลิก > @atierwellness
Call คลิก > 095-526-6226

คลินิกเรามี 4 สาขานะคะ
📍 สาขาพระราม 9
📍 สาขาวงเวียนใหญ่
📍 สาขามหานคร
📍 สาขาพัฒนาการ

เปิดให้บริการทุกวัน : 11.00-20.00 น.