OPTIMAS MAX อัพเกรดนวัตกรรมดูแลผิวระดับโลก ครบทุกปัญหาผิว
เพราะปัญหาผิวส่วนใหญ่มักไม่ได้มาแค่รูปแบบเดียว แต่มาพร้อมกันเป็นแพ็กเกจที่รวมทั้งรอยแดงจากเส้นเลือด ฝ้ากระ จุดด่างดำ ไปจนถึงความหย่อนคล้อยและไขมันสะสมบริเวณกรอบหน้า ซึ่งการต้องไล่แก้ไขด้วยการทำหัตถการทีละเครื่องอาจทำให้เสียเวลา และได้ผลลัพธ์ที่ไม่ต่อเนื่อง ในบทความนี้ เราจึงจะมาแนะนำเทคโนโลยีใหม่อย่าง InMode Optimas Max นวัตกรรมระดับโลกจาก InMode ที่รวมเอาเทคโนโลยีดูแลผิวแบบครบวงจรมาไว้ในแพลตฟอร์มเดียว ไม่ว่าจะเป็นการยกกระชับ ปรับคุณภาพผิว หรือการใช้พลังงานแสง (IPL) เพื่อจัดการรอยโรคต่าง ๆ ช่วยให้แพทย์สามารถวางแผนรักษาทุกปัญหาผิวของคุณได้อย่างแม่นยำ และจบในโปรแกรมเดียว
สารบัญ OPTIMAS MAX
เครื่อง OPTIMAS MAX คืออะไร ?
เครื่อง InMode Optimas Max คือแพลตฟอร์มเครื่องมือด้านความงาม (Aesthetic Platform) ที่รวมเอาเทคโนโลยีดูแลผิวระดับโลกไว้ในเครื่องเดียว เพื่อครอบคลุมหัตถการที่คนไข้ต้องการ ช่วยให้แพทย์สามารถจัดการปัญหาผิวของคนไข้ได้ในที่เดียว
- Fractional RF (Morpheus8 Burst) : ตัวช่วยหลักในการยกกระชับ ปรับคุณภาพผิวให้เรียบเนียน และกระชับรูขุมขน ด้วยการส่งพลังงานลงลึกถึงชั้นผิวอย่างแม่นยำ
- Bipolar RF (Forma) : เทคโนโลยีที่ช่วยให้ผิวแน่นและอิ่มฟูขึ้นแบบไม่ต้องผ่าตัด กระตุ้นคอลลาเจนให้ผิวดูอ่อนเยาว์ และเรียบเนียนอย่างเป็นธรรมชาติ
- High-Peak IPL (Lumecca Peak) : จัดการกับปัญหาสีผิวอย่างครอบคลุม ทั้งฝ้า กระ รอยแดงจากเส้นเลือดฝอย หรือรอยคล้ำจากแดดสะสม ให้ผิวกลับมาดูกระจ่างใส และสม่ำเสมอ
- Contouring (MiniFX) : ตัวช่วยเก็บรายละเอียดเฉพาะจุด ช่วยลดไขมันส่วนเกินบริเวณกรอบหน้าหรือใต้คาง พร้อมช่วยให้ผิวบริเวณนั้นกระชับขึ้นไปในตัว
หลักการทำงานของ OPTIMAS MAX เป็นอย่างไร ?
หลักการทำงานของเครื่อง OPTIMAS MAX จะขึ้นอยู่กับหัวที่เลือกใช้ในการรักษาที่ตรงกับปัญหาผิว แต่โดยหลักการแล้ว เครื่องนี้จะทำงานโดยใช้พลังงานหลัก 3 กลุ่มคือ พลังงาน RF (Radiofrequency) พลังงาน IPL (Intense Pulsed Light) และ Mucroneedling ที่ถูกอัปเกรดให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น ดังนี้
- พลังงาน RF (Radiofrequency) : ปรับโครงสร้างและยกกระชับผิว ส่งความร้อนลงลึกสู่ชั้นผิวอย่างแม่นยำ เพื่อกระตุ้นให้คอลลาเจนเดิมหดตัว และสร้างคอลลาเจนใหม่ขึ้นมาทดแทน ทำให้ผิวของเราจะค่อย ๆ แน่นฟูขึ้น รูขุมขนเล็กลง ริ้วรอยตื้นขึ้น และช่วยแก้ปัญหาความหย่อนคล้อยได้ดี
- พลังงาน IPL (Intense Pulsed Light) : เครื่องนี้เลือกใช้เทคโนโลยี Lumecca Peak ซึ่งเป็น IPL ที่มีพลังงานสูง (High-Peak Power) ซึ่งมีความเข้มข้นของแสงมากกว่า IPL ทั่วไป ทำให้สามารถจัดการกับเม็ดสีเมลานินที่เป็นต้นเหตุของฝ้า กระ จุดด่างดำ และรอยคล้ำจากแดดได้รวดเร็วขึ้น รวมถึงรอยแดงจากเส้นเลือดฝอยก็จางลงอย่างเห็นได้ชัด
- Microneedling : ช่วยในกระบวนการซ่อมแซมผิวตามธรรมชาติ กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ ช่วยให้ผิวเรียบเนียน กระชับ และดูสุขภาพดีขึ้น
การทำงานร่วมกันของทั้ง 3 พลังงานนี้ จึงเป็นการดูแลผิวแบบครอบคลุม ที่ช่วยจบปัญหาผิวได้ครบทั้งเรื่องโครงสร้างความแน่นของผิว และความกระจ่างใสในแพลตฟอร์มเดียว
OPTIMAS MAX มีทั้งหมดกี่หัว แต่ละหัวช่วยเรื่องไหนบ้าง ?
1. หัว Morpheus8 Burst / Burst Deep (FRF)
หัวนี้เป็นหัวที่ใช้พลังเข็มยกกระชับลึกถึงโครงสร้างผิว ใช้เพื่อฟื้นฟูโครงสร้างผิวชั้นลึกด้วยการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่โดยใช้เข็มขนาดเล็ก ซึ่งสามารถส่งพลังงาน RF ลงไปได้ลึกกว่าเครื่องทั่วไป
- จุดเด่น : ด้วยเทคโนโลยี Burst Mode ที่สามารถปล่อยพลังงานลงได้หลายชั้นผิวในครั้งเดียว ให้ความร้อนสม่ำเสมอทั่วถึง และสามารถปรับความลึกได้แม่นยำตั้งแต่ 0.5 – 7 มม.
- เหมาะกับใคร : ผู้ที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อย รูขุมขนกว้าง ผิวไม่เรียบเนียน หรือต้องการยกกระชับหน้าให้ดูชัดโดยไม่ต้องผ่าตัด
2. หัว Forma / Plus
หัวยิงที่ใช้ในการเติมคอลลาเจนให้ผิวแน่น และอิ่มฟู ซึ่งเป็นหนึ่งในหัวยิงที่ได้รับความนิยมมาก เพราะเป็นการส่งพลังงาน RF ลงสู่ชั้นผิวโดยไม่ต้องใช้เข็ม ให้ความรู้สึกสบาย อบอุ่น ผ่อนคลายเหมือนทำสปาหน้า แต่ได้ผลลัพธ์ผิวที่แน่นขึ้นอย่างชัดเจน
- จุดเด่น : มีระบบ A.C.E. Technology ตรวจวัดอุณหภูมิผิว 1,000 ครั้งต่อวินาที ช่วยรักษาความร้อนให้อยู่ในระดับที่กระตุ้นคอลลาเจนได้ดี (ประมาณ 43°C) และปลอดภัย
- เหมาะกับใคร : ผู้ที่เริ่มมีปัญหาผิวหลวม กรอบหน้าไม่ชัด หรือต้องการให้ผิวดูเด้ง อิ่มน้ำ แต่งหน้าติดทน
3. หัว Lumecca Peak 515/580
หัวยิงที่ใช้ในการเคลียร์เม็ดสี และเน้นงานผิวใส โดยเป็นหัว IPL (High-Peak Power) ที่ให้พลังงานสูงกว่า IPL ทั่วไป ทำให้สามารถจัดการกับปัญหาเรื่องสีผิวได้อย่างรวดเร็ว และเห็นผลชัดเจนตั้งแต่ครั้งแรกที่ทำ
- จุดเด่น : ช่วยทั้งในเรื่องของปัญหาเม็ดสีเมลานิน และจัดการกับรอยแดงจากเส้นเลือดฝอยได้อย่างแม่นยำ รองรับการรักษาทั้งในคนผิวขาว และผิวสองสี
- เหมาะกับใคร : ผู้ที่มีปัญหาฝ้า กระ จุดด่างดำ รอยแดงจากสิว หรือผิวหมองคล้ำจากแดดสะสมที่ต้องการให้ผิวกลับมาสม่ำเสมอ และกระจ่างใส
4. หัว MiniFX / BodyFX
หัวยิงที่เน้นลดไขมัน และกระชับสัดส่วน เป็นตัวเลือกที่แพทย์ใช้จัดการกับปัญหาไขมันส่วนเกินพร้อมกับกระชับผิวไปในตัว ด้วยกลไกการทำงาน 3 ขั้นตอน (Triple Action)
- จุดเด่น : ใช้แรงดูดสุญญากาศ (Vacuum) ดึงผิวขึ้นมาเพื่อให้พลังงาน RF เข้าไปสลายเซลล์ไขมัน และทำให้ผิวกระชับขึ้นในคราวเดียว
- เหมาะกับใคร : ผู้ที่มีปัญหาเหนียงใต้คาง ไขมันสะสมบริเวณแก้มล่าง หรือมีเซลลูไลต์ตามจุดต่าง ๆ ของร่างกายที่ต้องการปรับรูปทรงให้ดูสมส่วนมากขึ้น
โปรแกรม OPTIMAS MAX ช่วยเรื่องอะไรได้บ้าง ?
โปรแกรม OPTIMAS MAX จะตอบโจทย์ 4 กลุ่มใหญ่ ๆ ได้แก่
- งานยกกระชับและปรับรูปหน้า : สำหรับใครที่มีปัญหาแก้มเริ่มตก กรอบหน้าไม่ชัด หรือผิวบริเวณคอเริ่มหย่อนคล้อย พลังงาน RF จะเข้าไปช่วยกระชับผิว ทำให้หน้าดูยก และผิวกลับมาแน่นเฟิร์มมากขึ้น
- งานผิวละเอียดและรูขุมขน : หากมีความกังวลเรื่องผิวที่ไม่เรียบเนียน รูขุมขนกว้าง หรือผิวดูเป็นคลื่น แพทย์จะทำโปรแกรมนี้โดยเน้นไปที่การฟื้นฟูโครงสร้างผิวใหม่ เพื่อให้ผิวดูเนียนละเอียด และเรียบเนียนมากขึ้น
- งานจัดการเม็ดสีและผิวหมองคล้ำ : สำหรับสายกิจกรรมกลางแจ้งที่มีความกังวลเกี่ยวกับปัญหาฝ้า กระ จุดด่างดำ หรือผิวคล้ำเสียจากแดด โปรแกรมนี้จะเข้าไปช่วยในการสลายเม็ดสี และฟื้นฟูผิวให้กลับมากระจ่างใส และสม่ำเสมอมากขึ้น
- งานรอยแดงและเส้นเลือดฝอย : ใครที่หน้าแดงง่าย หรือเห็นเส้นเลือดฝอยเล็ก ๆ บนใบหน้า เครื่องนี้สามารถเข้าไปจัดการรอยแดงเหล่านั้นได้เช่นกัน
และเพราะปัญหาผิวของแต่ละคนมีความซับซ้อน และแตกต่างกัน ทำให้หัวใจสำคัญในการทำโปรแกรมนี้จึงอยู่ที่การวิเคราะห์ปัญหาและออกแบบโปรแกรมการรักษาที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล เพื่อผสมผสานการใช้เทคโนโลยีหัวยิงต่าง ๆ ให้เหมาะกับปัญหาของแต่ละคนโดยเฉพาะ เช่น การเคลียร์รอยแดงด้วย Lumecca Peak ก่อน แล้วจึงตามด้วย Morpheus8 Burst เพื่อยกกระชับในคราวเดียว การวางลำดับการรักษาที่ถูกต้อง จะช่วยให้ผลลัพธ์ออกมาดูเป็นธรรมชาติ
ข้อดีของโปรแกรม Optimas Max
- เป็นแพลตฟอร์มที่รวมนวัตกรรมในการดูแลผิวต่าง ๆ เข้าไว้ด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นงานยกกระชับ (RF/FRF) หรือการจัดการกับเม็ดสี (IPL) ทำให้คนไข้สามารถดูแลผิวได้ครบจบในที่เดียว ไม่ต้องเปลี่ยนเครื่องไปมา
- ออกแบบการรักษาเฉพาะบุคคลได้ด้วยการเลือกใช้หัวรักษา และการปรับระดับพลังงานที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคลที่ทำได้อย่างยืดหยุ่น
- ช่วยแก้ปัญหาผิวต่าง ๆ ได้อย่างครอบคลุม ไม่ใช่แค่แก้ปัญหาจุดใดจุดหนึ่ง แต่ช่วยปรับทั้งคุณภาพผิว ปรับสีผิวให้สม่ำเสมอ และเพิ่มความกระชับให้โครงสร้างผิวไปพร้อม ๆ กัน
- เป็นเทคโนโลยีที่มีความปลอดภัย โดยเฉพาะหัวรักษาอย่าง Forma ที่มีระบบตรวจวัดอุณหภูมิผิวแบบ Real-time ถึง 1,000 ครั้งต่อวินาที ช่วยให้แพทย์สามารถควบคุมความร้อนได้สม่ำเสมอ ให้ผลลัพธ์ที่แม่นยำ และปลอดภัย
- พักฟื้นไม่นาน เห็นผลเร็ว โดยเฉพาะสำหรับกลุ่มเทคโนโลยี Non-invasive และ IPL รุ่นใหม่ที่ถูกออกแบบมาให้ทำเสร็จแล้วสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้เกือบจะทันที โดยมีผลข้างเคียงน้อยมากเมื่อเทียบกับเทคโนโลยีรุ่นเก่า
โปรแกรม OPTIMAS MAX ทำจุดไหนได้บ้าง ?
1. บริเวณใบหน้า (Face) จบทุกปัญหาผิวในเครื่องเดียว
- สำหรับงานผิวใส แพทย์จะใช้หัว Lumecca Peak เพื่อจัดการกับรอยแดง เส้นเลือดฝอย ฝ้า กระ และจุดด่างดำ พร้อมปรับสีผิวให้กระจ่างใส และสม่ำเสมอมากขึ้น
- สำหรับงานยกกระชับและรูขุมขน แพทย์จะเลือกใช้หัว Morpheus8 Burst เพื่อกระตุ้นคอลลาเจนลึกถึงโครงสร้างผิว เพื่อให้ผิวกระชับ และเรียบเนียน
- สำหรับงานผิวอิ่มฟู ดูสดใส อิ่มน้ำ และแต่งหน้าติดทน แพทย์จะใช้หัว Forma นวดผ่อนคลายเพื่อกระตุ้นคอลลาเจนให้ผิวเด้งฟูได้แบบไม่ต้องพักฟื้น
2. บริเวณลำคอและกรอบหน้า (Neck & Submandible) คืนความคมชัด
- หากผิวบริเวณคอเริ่มหย่อนคล้อยหรือมีริ้วรอย แพทย์สามารถใช้หัวยิง Forma หรือ Morpheus8 Burst เข้าไปช่วยให้ผิวบริเวณคอแน่นกระชับ และดูอ่อนเยาว์มากขึ้นได้
- ใช้ลดไขมันส่วนเกินสำหรับผู้ที่มีปัญหาเหนียงใต้คาง โดยแพทย์จะประเมินการใช้หัว MiniFX ซึ่งออกแบบมาเพื่อดูแลพื้นที่ขนาดเล็กโดยเฉพาะ เพื่อช่วยลดไขมันสะสม และปรับรูปหน้าให้ดูคมชัดยิ่งขึ้น
3. บริเวณลำตัว (Body) กระชับสัดส่วนให้มั่นใจ
- งานรูปร่างและเซลลูไลต์ สำหรับบริเวณหน้าท้อง สะโพก หรือต้นขา โดยแพทย์จะใช้หัว BodyFX เป็นตัวช่วยเรื่องการ Contour เพื่อจัดการกับปัญหาเซลลูไลต์ และกระชับสัดส่วนให้ดูเฟิร์มมากขึ้น
Optimas Max ต่างจาก Morpheus8 อย่างไร
เป็นอีกหนึ่งคำถามที่ได้ยินบ่อยมาก ๆ เพราะหลายคนมักจะสับสนระหว่างชื่อของตัวเครื่องกับหัวรักษา โดยเราขอแนะนำถึงความแตกต่างระหว่าง 2 สิ่งนี้ ดังนี้
- OPTIMAS MAX คือ “แพลตฟอร์มหลัก” ที่เปรียบเหมือนฐานทัพใหญ่ เป็นเครื่องมือที่รวบรวมเทคโนโลยีดูแลผิวหลายชนิดเอาไว้ในเครื่องเดียว เพื่อให้แพทย์สามารถเลือกใช้งานให้เหมาะสมกับปัญหาผิวของแต่ละบุคคล
- Morpheus8 คือ “หนึ่งในหัวรักษา” ที่ติดตั้งอยู่บนแพลตฟอร์ม OPTIMAS MAX นี้ โดยเน้นไปที่เทคโนโลยี Fractional Radiofrequency (FRF) สำหรับการเน้นซ่อมแซมโครงสร้างผิวชั้นในโดยเฉพาะ
ดังนั้น สำหรับใครที่มีปัญหาผิวที่ซับซ้อน และต้องการดูแลแบบครอบคลุม การเลือกทำโปรแกรม OPTIMAS MAX จะตอบโจทย์กวามาก เพราะมีความยืดหยุ่นสูงกว่า เพราะแพทย์จะไม่ได้ใช้แค่ Morpheus8 เท่านั้น แต่สามารถเลือกใช้หัวรักษาอื่น ๆ ร่วมด้วยได้ เช่น การใช้ Lumecca Peak เพื่อจัดการกับฝ้า กระ รอยแดงให้ผิวใส ร่วมกับการใช้ Morpheus8 เพื่อยกกระชับผิว ซึ่งหัว Morpheus Burst นั้นสามารถยิงได้หลากหลาย Depth จากการยิงเพียง 1 ครั้ง และลงลึกสูงสุดถึง 6 มิลลิเมตรซึ่งลึกที่สุดในบรรดากลุ่มคลื่นวิทยุแล้วนอกจากนี้ ยังมีโหมดใหม่ใหม่คือโหมด Scale ซึ่งสามารถปรับพลังงาน ให้ไม่เท่ากันในการยิงหนึ่งครั้งในแต่ละชั้นผิวได้
โปรแกรม OPTIMAS MAX เจ็บไหม ?
ความรู้สึกหลังทำโปรแกรม OPTIMAS MAX จะขึ้นอยู่กับหัวที่เลือกใช้ และพลังงานที่ส่งออกไป โดยสามารถแบ่งความเจ็บได้เป็น 3 ระดับ ได้แก่
- กลุ่มงานสบาย (Forma/Plus) เจ็บน้อย ผ่อนคลาย : กลุ่มนี้จะเป็นการทำ RF แบบไม่ใช้เข็ม ทำให้คนไข้จะรู้สึกเพียงความอุ่นสบายคล้ายการนวดด้วยหินร้อนหรือประคบร้อน โดยช่วงท้าย ๆ อาจรู้สึกอุ่นขึ้นบ้างแต่เป็นระดับที่คนไข้ส่วนใหญ่บอกว่ารู้สึกผ่อนคลายมากกว่า
- กลุ่มงานจัดการสีผิว (Lumecca Peak) เจ็บนิด ๆ เป็นจังหวะ : กลุ่มนี้ในตอนที่ทำจะรู้สึกเหมือนมีหนังยางดีดเบา ๆ ที่ผิวเป็นจังหวะ โดยบางจุดที่ผิวบางหรือเซนซิทีฟ เช่น บริเวณโหนกแก้มหรือเหนือริมฝีปาก อาจรู้สึกจี๊ดขึ้นเล็กน้อย แต่โดยรวมถือว่าอยู่ในระดับที่ทนได้สบาย
- กลุ่มงานโครงสร้างผิว (Morpheus8 Burst/Burst Deep) รู้สึกมากกว่ากลุ่มอื่น : เพราะมีการใช้เข็มขนาดเล็กช่วยส่งพลังงานลงไปชั้นผิวลึก แต่คนไข้ไม่จำเป็นต้องกังวล เพราะที่คลินิกจะมีการทายาชา และเตรียมผิวเป็นอย่างดีก่อนทำ เพื่อให้คนไข้รู้สึกสบายตลอดระยะเวลาที่ทำการรักษา
นอกจากนี้ ระดับความเจ็บยังขึ้นอยู่กับเทคนิคของแพทย์เป็นสำคัญด้วย ไม่ว่าจะเป็นการวางพลังงานที่แม่นยำ การเลือกใช้หัวรักษาที่เหมาะสมกับสภาพผิว หรือการประคองผิวระหว่างทำ สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นหัวใจสำคัญที่ช่วยลดความรู้สึกเจ็บ และเพิ่มความปลอดภัยในการทำหัตถการทั้งสิ้น โดยทีมแพทย์ที่ Atier Wellness ได้ผ่านการฝึกอบรมในระดับ Advanced Protocol มาโดยเฉพาะ เพื่อให้คนไข้ทุกคนได้รับผลลัพธ์ที่ดีที่สุดโดยมีความกังวลใจน้อยที่สุด
โปรแกรม OPTIMAS MAX อยู่ได้นานแค่ไหน ?
หลายคนอาจจะสงสัยว่า แล้วโปรแกรม OPTIMAS MAX อยู่ได้นานแค่ไหน? โดยเราสามารถอธิบายได้เป็น 2 มุมมองได้แก่
- ผลลัพธ์ที่เห็นได้ทันที : เช่น การเลือกใช้ Lumecca Peak (IPL) จัดการรอยแดงหรือจุดด่างดำ คนไข้จะเริ่มเห็นผิวที่ดูสะอาด และกระจ่างใสขึ้นชัดเจนภายใน 1 – 2 สัปดาห์ ส่วนการทำ Forma เพื่อให้ผิวแน่นฟูนั้น หลายคนจะรู้สึกได้ทันทีหรือภายในไม่กี่วันหลังทำ โดยสามารถทำได้เดือนละครั้ง หรือ 4 – 6 ครั้งตลอดปี
- ผลลัพธ์เชิงโครงสร้าง : เช่น การเลือกใช้ Morpheus8 หรือ Forma ที่เข้าไปกระตุ้นให้ร่างกายสร้างคอลลาเจน และอีลาสตินใหม่ ผลลัพธ์นี้จะค่อย ๆ ชัดเจนขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วง 4 – 12 สัปดาห์หลังทำ และคงอยู่ต่อเนื่องไปได้อีกยาวนาน 8 เดือนถึง 1 ปี
ทำไมต้องทำโปรแกรม OPTIMAS MAX ที่ Atier Wellness & Surgery
1. ครอบครองรางวัลเกียรติยศหนึ่งเดียวในประเทศไทย
Atier Wellness ยืนหยัดในความเป็นผู้นำด้วยรางวัล “INMODE THE OPTIMAS MAX VIRTUOSO SUITE” ซึ่งเป็นรางวัลหนึ่งเดียวในประเทศ ที่ทาง Inmode Global มอบให้แก่คลินิกที่มียอดการใช้หัวรักษา (Treatment Tips) สูงสุดในระดับประเทศ รวมถึงเป็นรางวัลสำหรับผู้นำในด้านการทำโมเฟรวมถึงเป็นแพทย์ผู้สอนและคิดโปรโตคอลการรักษาด้วยเครื่องมอร์เฟียสกลุ่มแรกในประเทศไทย รางวัลนี้คือเครื่องยืนยันถึงความไว้วางใจและความเชื่อมั่นที่คนไข้มีต่อทีมแพทย์ของ Atier Wellness อย่างแท้จริง
2. ผู้นำนวัตกรรมเครื่องแรกและครบที่สุดในไทย
Atier Wellness เป็นที่แรกในประเทศไทยที่นำเข้าเครื่อง Full Port Optimus Max แบบครบทั้ง 4 หัวรักษา ซึ่งเป็นเทคโนโลยีรุ่นใหม่ล่าสุดของโลกที่ได้รับมาตรฐาน US-FDA สามารถดูแลปัญหาผิวได้อย่างครอบคลุมทุกมิติ ทั้งในเรื่องของคุณภาพผิว การกำจัดไขมันส่วนเกิน รวมถึงการยกกระชับความหย่อนคล้อยบนใบหน้า
3. ความเชี่ยวชาญเหนือระดับด้วย "Advanced Protocol"
ทีมแพทย์ผิวหนังของ Atier Wellness ไม่เพียงแต่ผ่านการฝึกอบรม Exclusive In-house Training ตั้งแต่ก่อนการเปิดตัวเครื่องอย่างเป็นทางการเท่านั้น แต่เรายังได้พัฒนาต่อยอดจากโปรโตคอลมาตรฐานไปสู่ระดับ Advanced Protocol เพื่อออกแบบการรักษาให้ตอบโจทย์ปัญหาผิวที่ซับซ้อนของคนไข้แต่ละรายได้อย่างแม่นยำ
4. การดึงประสิทธิภาพเทคโนโลยีออกมาได้สูงสุด
หัวใจสำคัญของการรักษาที่ Atier Wellness คือฝีมือและการวิเคราะห์ของแพทย์ ซึ่งทางบริษัทผู้ผลิตให้การยอมรับว่า ทีมแพทย์ผิวหนังของเราทุกคนสามารถดึงประสิทธิภาพของเครื่อง Optimus Max ออกมาใช้ได้อย่างสูงสุด เพื่อผลลัพธ์การรักษาที่มีประสิทธิภาพ และคุ้มค่าสำหรับคนไข้
5. ดูแลโดยทีมแพทย์ผิวหนังและแพทย์เฉพาะทางหลากหลายสาขา
ที่ Atier Wellness & Surgery พร้อมดูแลคุณด้วยทีมแพทย์ผิวหนังและทีมแพทย์เฉพาะทางในหลากหลายสาขา เพื่อให้คำปรึกษาและแก้ไขปัญหาความกังวลใจเรื่องงานผิว และความหย่อนคล้อยอย่างแม่นยำในทุกสาขาที่ให้บริการ
ราคา โปรแกรม OPTIMAS MAX ที่ Atier Wellness & Surgery
เตรียมตัวก่อนทำโปรแกรม OPTIMAS MAX
- หลีกเลี่ยงการสัมผัสกับแสงแดดจัด และกิจกรรมต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับความร้อน เช่น การอาบแดด หรือซาวน่า เป็นเวลาอย่างน้อย 1 – 2 สัปดาห์
- ทาครีมกันแดดสม่ำเสมอ โดยเฉพาะก่อนทำ IPL
- แจ้งประวัติการรักษา และโรคประจำตัวต่าง ๆ กับแพทย์อย่างละเอียด
- หลีกเลี่ยงการสครับหน้า หรือใช้ผลิตภัณฑ์ที่ก่อให้เกิดการระคายเคือง เช่น AHA/BHA/Retinoid ก่อนทำตามคำแนะนำของแพทย์ เพื่อให้ผิวไม่ระคายง่าย
วิธีดูแลผิวหลังทำโปรแกรม OPTIMAS MAX
- หลีกเลี่ยงกิจกรรมที่ทำให้ผิวได้รับความร้อนเพิ่มขึ้น เช่น การออกกำลังกายหนัก ๆ ซาวน่า หรือการอยู่ในที่ที่อากาศร้อนจัด โดยเฉพาะในช่วง 24 – 48 ชั่วโมงแรก เพื่อลดอาการแดงและบวม
- ดูแลทำความสะอาดผิวอย่างอ่อนโยน รวมถึงหลีกเลี่ยงสกินแคร์ที่มีฤทธิ์ผลัดเซลล์ผิว หรือมีความเป็นกรดรุนแรง เพราะผิวช่วงนี้ต้องการความนุ่มนวลเป็นพิเศษ
- เติมความชุ่มชื้นให้กับผิว โดยแนะนำให้ใช้มอยส์เจอร์ไรเซอร์สูตรอ่อนโยนที่มีคุณสมบัติเติมน้ำให้ผิว เพื่อช่วยปลอบประโลม และฟื้นฟูเกราะป้องกันผิวให้กลับมาแข็งแรงเร็วมากขึ้น
- ทาครีมกันแดดสม่ำเสมอ เพื่อป้องกันการเกิดรอยดำ และรักษาผลลัพธ์ผิวใสเอาไว้
- ประคบเย็นเบา ๆ ได้หากมีอาการบวมแดงเล็กน้อย แต่สำหรับเคสที่ทำ FRF (Morpheus8) ซึ่งอาจมีรอยจุดขนาดเล็กหรือผิวสัมผัสสากมือในช่วงแรก แพทย์จะแนะนำให้ปล่อยให้ผิวฟื้นฟูตัวเองตามธรรมชาติ ไม่แกะ ไม่เกา เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดรอยแผลเป็น
FAQ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับโปรแกรม OPTIMAS MAX
โปรแกรม OPTIMAS MAX คนผิวแพ้ง่ายทำได้ไหม?
สามารถทำได้ เพราะโปรแกรม OPTIMAS MAX สามารถเลือกหัวยิง และปรับการส่งพลังงานให้เหมาะกับสภาพผิวของแต่ละบุคคลได้ แต่ควรเข้ารับการประเมินกับแพทย์ก่อนเสมอ
โปรแกรม OPTIMAS MAX ต้องทำกี่ครั้งถึงเห็นผล?
ขึ้นอยู่กับปัญหา และหัวที่เลือกใช้ เช่น ถ้าเลือกใช้ IPL จำเป็นจะต้องทำอย่างต่อเนื่องเป็นคอร์ส เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ผิวใสที่ดูสม่ำเสมอ
หลังทำโปรแกรม OPTIMAS MAX แล้วแต่งหน้าได้ไหม?
ถ้าหากเป็นหัวยิงที่ไม่ทำให้ผิวเปิดมาก เช่น Forma หรือ IPL คนไข้บางรายอาจแต่งหน้าได้ในวันเดียวกัน (ขึ้นกับอาการแดง และความไวของผิว) แต่ควรทำตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด
โปรแกรม OPTIMAS MAX ช่วยเรื่องหลุมสิวได้ไหม?
การใช้หัว Morpheus8 Burst สามารถใช้ในงานปรับผิว และการกระตุ้นคอลลาเจนได้ ซึ่งอาจช่วยในเรื่องของปัญหาผิวที่ไม่เรียบเนียน รูขุมขนและหลุมสิวในบางระดับได้ แต่ผลลัพธ์จะขึ้นกับชนิดของหลุมสิว และความลึกเป็นหลัก เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดี ควรมีการวางแผนการรักษาร่วมกับหัตถการอื่น ๆ ด้วย
ถ้าอยากทำโปรแกรม OPTIMAS MAX ควรไปทำที่ไหน?
ควรเลือกทำกับคลินิกที่มีเครื่อง OPTIMAS MAX แท้ที่ได้มาตรฐาน มีหัวยิงครอบคลุม และดูแลโดยแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญ และมีประสบการณ์ยาวนาน
โปรแกรม OPTIMAS MAX ดีไหม? โปรแกรม OPTIMAS MAX ที่ Atier Wellness
จะเห็นได้ว่า การดูแลผิวด้วยโปรแกรม OPTIMAS MAX คือการวางแผนฟื้นฟูผิวแบบครอบคลุมที่สามารถจัดการกับปัญหาผิวได้ครบ ไม่ว่าจะเป็นความหย่อนคล้อย รูขุมขนกว้าง ฝ้า กระ หรือปัญหารอยแดงที่กวนใจ และด้วยความยืดหยุ่นของแพลตฟอร์มระดับโลกที่รวมเอาพลังงาน RF และ IPL ประสิทธิภาพสูงเข้าไว้ด้วยกัน ทำให้แพทย์สามารถออกแบบโปรแกรมการรักษาที่ครอบคลุมสำหรับสภาพผิวที่แตกต่างกันของแต่ละบุคคลได้ เพื่อผลลัพธ์ที่ผิวดูแน่น อิ่มฟู และกระจ่างใสดูเป็นธรรมชาติ
และสำหรับใครที่กำลังมองหาทางเลือกใหม่เพื่อให้ผิวกลับมาดูอ่อนเยาว์ และแก้ปัญหาผิวอย่างครอบคลุม เข้ามาปรึกษาและวางแผนการรักษาด้วย Advanced Protocol กับเราได้เลยที่ Atier Wellness คลินิกที่ยืนยันคุณภาพด้วยรางวัลระดับประเทศอย่าง “INMODE THE OPTIMAS MAX VIRTUOSO SUITE” และทีมแพทย์ที่เชี่ยวชาญในการดึงประสิทธิภาพของเทคโนโลยีออกมาใช้ได้อย่างสูงสุด เราพร้อมดูแล และออกแบบผลลัพธ์ที่ตอบโจทย์ผิวของคุณให้สวยในแบบที่เป็นคุณ