หลายคนอาจจะคิดว่า พอฉีดโบท็อกเสร็จแล้วก็คือเรียบร้อยแล้ว กลับบ้านไปรอผลลัพธ์ได้เลย แต่จริง ๆ แล้วการดูแลตัวเองโดยเฉพาะใน 1-2 วันแรกหลังฉีดนั้นสำคัญมาก เพราะส่งผลโดยตรงต่อผลลัพธ์ที่ได้ หลายคนอาจประสบปัญหากับการที่หลังฉีดโบท็อกเกิดปัญหาหนังตาตก หรือคิ้วข้างหนึ่งสูงกว่าอีกข้าง บางครั้งอาจเป็นเพราะหลังฉีดทำอะไรบางอย่างที่ทำให้โบท็อกกระจายไปผิดที่ หรือออกฤทธิ์ไม่เต็มที่ ในบทความนี้ เราจะพาทุกคนมาดูข้อห้ามหลังฉีดโบท็อก และไทม์ไลน์ผลลัพธ์แบบละเอียด มาดูกันว่าตั้งแต่ชั่วโมงแรกจนถึงสัปดาห์แรก อะไรทำได้ อะไรทำไม่ได้ และจะเริ่มเห็นผลลัพธ์เมื่อไร ไปดูกัน
หัวข้อที่ต้องการอ่าน
12 ข้อห้ามหลังทำโปรแกรมฉีดโบท็อกใน 24–48 ชั่วโมงแรกที่ต้องรู้ก่อนพลาด
ในช่วง 1-2 วันแรกหลังฉีดโบท็อก ตัวโบท็อกจะยังไม่ได้จับกับกล้ามเนื้อแน่นหนา แต่ยังลอยอยู่ในเนื้อเยื่อรอบ ๆ รอไปจับกับปลายประสาทของกล้ามเนื้อที่เราต้องการ ดังนั้น ในช่วงนี้ถ้าหากทำอะไรที่ไปกระตุ้นการไหลเวียนของเลือดมากเกินไป หรือไปกดทับบริเวณที่ฉีด ตัวโบท็อกก็มีโอกาสที่จะเคลื่อนตัวไปจุดอื่นที่ไม่ต้องการได้ โดยข้อห้ามหลังฉีดโบท็อกที่ต้องระวัง มีดังนี้
1. ห้ามก้มศีรษะต่ำกว่าระดับหัวใจนาน ๆ
ตอนที่ก้มหยิบของ ก้มล้างหน้า หรือก้มทำงานบ้าน เลือดจะไหลมาที่ศีรษะมากขึ้น ความดันในบริเวณที่ฉีดก็จะเพิ่มขึ้นตามไปด้วย ทำให้โบท็อกที่ยังไม่จับแน่นก็อาจถูกผลักให้กระจายไปตำแหน่งที่ไม่ต้องการ เช่น ถ้าฉีดหน้าผาก แต่ก้มบ่อย ๆ โบท็อกอาจไหลลงมาทำให้หนังตาตก หรือคิ้วเบี้ยวได้
2. ห้ามนอนคว่ำ หรือนอนตะแคงทับหน้า
คืนแรกหลังฉีดแนะนำให้นอนหงาย เพราะถ้านอนคว่ำน้ำหนักของศีรษะจะไปกดทับบริเวณที่ฉีด โบท็อกก็จะถูกบีบให้กระจายไปตำแหน่งอื่นได้ ถ้าเป็นไปได้ใช้หมอนสูงเล็กน้อยเพื่อให้ศีรษะสูงกว่าลำตัวจะยิ่งดี
3. ห้ามนวดหน้า กดหน้า หรือทำทรีตเมนต์บนใบหน้า
ห้ามทำ Facial, RF, Hifu, Ulthera หรือโปรแกรมนวดหน้าทุกชนิดอย่างน้อย 2 สัปดาห์หลังฉีด เพราะการกดนวดหน้าเป็นการบีบโบท็อกให้กระจายไปที่อื่น ซึ่งอาจทำให้ผลลัพธ์ออกมาไม่ตามที่ต้องการ
4. ห้ามออกกำลังกายหนัก
การวิ่ง ยกเวท โยคะท่าหัวต่ำ หรือกิจกรรมที่ทำให้เหนื่อยหอบจะเพิ่มการไหลเวียนโลหิต ทำให้โบท็อกกระจายตัวเร็วเกินไป วันแรก ๆ ควรพักผ่อนให้มาก ๆ และควรรออย่างน้อย 24-48 ชั่วโมงจึงกลับไปออกกำลังกายได้
5. ห้ามอบซาวน่า อบไอน้ำ หรืออาบน้ำร้อนจัด
ความร้อนจะทำให้หลอดเลือดขยายตัว เลือดไหลเวียนเพิ่มขึ้น และโบท็อกก็จะกระจายตัวไปยังกล้ามเนื้ออื่นที่ไม่ต้องการได้ง่ายมากขึ้น
6. ห้ามดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
แอลกอฮอล์จะทำให้หลอดเลือดขยายตัว ซึ่งเพิ่มโอกาสเกิดรอยช้ำ บวม และทำให้โบท็อกกระจายตัวได้ง่ายขึ้นด้วย ถ้าจะดื่มให้รออีก 2-3 วันจะปลอดภัยมากกว่า
7. ห้ามสวมหมวก แว่นตา หรือสายคาดผมที่รัดแน่น
การรัดแน่นบริเวณหน้าผาก คิ้ว หรือขมับ อาจกดทับบริเวณที่ฉีดโบท็อก จนทำให้เกิดการเคลื่อนตัวได้ ถ้าจำเป็นต้องสวม ก็เลือกแบบหลวม ๆ อย่ารัดแน่นจนเกินไป
8. ห้ามทำ Laser Facial หรือทรีตเมนต์ความร้อน
งดทำโปรแกรม Laser, IPL, Thermage หรือทรีตเมนต์ที่ใช้ความร้อนทุกชนิด ควรเว้นระยะอย่างน้อย 2 สัปดาห์ เพราะความร้อนจะทำให้โบท็อกสลายตัวเร็วขึ้น หรือกระจายไปตำแหน่งอื่นได้
9. ห้ามเครียดหรือขมวดคิ้วบ่อย ๆ
หลังฉีดควรผ่อนคลายใบหน้า ไม่ควรทำสีหน้าขมวดคิ้ว หรือกระตุกกล้ามเนื้อหน้ามากเกินไป เพราะอาจรบกวนการทำงานของโบท็อกได้
10. ห้ามขึ้นเครื่องบิน หรือไปที่สูง
การอยู่ในพื้นที่ที่มีระดับความสูงกว่าปกติอาจเพิ่มความดันในหลอดเลือด ทำให้เกิดบวมหรือรอยช้ำมากขึ้นได้ ถ้าจำเป็นต้องบินจริง ๆ ควรเว้นอย่างน้อย 24 ชั่วโมง แต่ถ้าไม่รีบร้อน รอ 2-3 วันจะดีกว่า
11. ห้ามทานยาต้านการแข็งตัวของเลือด หรือวิตามินบางชนิด
งดทานยาอย่าง Aspirin, Ibuprofen, วิตามิน E, น้ำมันปลา ที่เพิ่มโอกาสเลือดออกช้ำง่าย ถ้าไม่จำเป็นควรหยุด 3-5 วันก่อนและหลังฉีด แต่ถ้าเป็นยาที่ต้องทานเป็นประจำ ควรปรึกษาแพทย์ก่อนหยุดยาเสมอ
12. ห้ามแต่งหน้าหนักหรือลงรองพื้นทันที
ควรเว้นระยะอย่างน้อย 4-6 ชั่วโมงก่อนแต่งหน้า เพื่อให้รูเข็มปิดสนิทและลดโอกาสติดเชื้อ ถ้าจำเป็นต้องแต่งหน้า ก็สามารถแต่งหน้าทาเบา ๆ ได้ อย่ากดแรงเกินไป
ทำไมห้ามก้ม นวดหน้า นอนคว่ำ และออกกำลังกายหนักหลังทำโปรแกรมฉีดโบท็อก
โบท็อก (Botulinum Toxin) ที่เราฉีดเข้าไป ถูกออกแบบมาให้ไปจับกับปลายประสาทของกล้ามเนื้อเป้าหมายเท่านั้น แต่ในช่วง 24-48 ชั่วโมงแรก จะเป็นช่วงที่โบท็อกยังไม่ได้ยึดติดกับเส้นประสาท แต่ยังคงลอยอยู่ในเนื้อเยื่อรอบ ๆ เพื่อรอไปจับกับจุดเป้าหมายอยู่ ดังนั้น ปัจจัยต่าง ๆ ที่อาจเพิ่มความเสี่ยงในการที่จะทำให้โบท็อกเคลื่อนตัวไปยังบริเวณที่ไม่ต้องการ เช่น การก้มหน้า นวดหน้า นอนคว่ำ และออกกำลังกายหนัก จึงเป็นข้อห้ามหลังฉีดโบท็อกนั่นเอง
ข้อห้ามหลังทำโปรแกรมฉีดโบท็อกช่วง Day 3–7 ที่หลายคนมักทำผิด
หลังฉีดโบท็อกผ่านไป 2-3 วัน หลายคนเริ่มคิดว่าโบท็อกน่าจะทำงานแล้ว ทำอะไรก็ได้แล้ว แต่จริง ๆ แล้วช่วง Day 3–7 นี้เป็นช่วงที่โบท็อกกำลังเริ่มออกฤทธิ์ ยังต้องระวังอยู่
1. ห้ามทำโปรแกรม Facial หรือนวดหน้า
แม้จะผ่านมา 3-4 วันแล้ว แต่การนวดหน้ายังคงมีความเสี่ยง ควรเว้นระยะอย่างน้อย 2 สัปดาห์เต็มก่อนทำทรีตเมนต์ใด ๆ บนใบหน้า
2. ห้ามทำโปรแกรม Laser ทุกชนิด
งดทำโปรแกรม Laser, RF, Ulthera, Thermage หรือทรีตเมนต์ที่ใช้ความร้อน ควรเว้นระยะอย่างน้อย 2-4 สัปดาห์ เพราะความร้อนอาจทำให้โบท็อกสลายตัวเร็วกว่าปกติ หรือกระจายไปตำแหน่งอื่นได้
3. ระวังเรื่องการทำฟัน (ในบางกรณี)
หากฉีดโบท็อกบริเวณกราม หรือกล้ามเนื้อเคี้ยว ควรเว้นระยะการทำฟันอย่างน้อย 1 สัปดาห์ เพราะการอ้าปากกว้าง ๆ หรือการกัดแน่น อาจส่งผลต่อการทำงานของโบท็อกได้
4. ไม่ควรดื่มแอลกอฮอล์มากเกินไป
แอลกอฮอล์มีฤทธิ์ที่ทำให้หลอดเลือดขยาย ซึ่งอาจทำให้โบท็อกสลายตัวเร็วขึ้น หรือเพิ่มโอกาสที่จะบวมได้
5. หลีกเลี่ยงการนอนดึก ควบคุมความเครียดให้เหมาะสม
การนอนพักผ่อนให้เพียงพอจะช่วยให้ผลลัพธ์ออกมาดีขึ้น ผิวก็จะดูดีขึ้นด้วย
โปรแกรมฉีดโบท็อกกี่วันเห็นผล? ไทม์ไลน์ตั้งแต่เริ่มเห็นจนเห็นผลเต็มที่
หลังฉีดโบท็อกวันที่ 1–2 ยังไม่เห็นการเปลี่ยนแปลง
หลังฉีดเสร็จจะรู้สึกปกติ ไม่มีการเปลี่ยนแปลง โดยอาจมีรอยแดงเล็กน้อยบริเวณที่ฉีด บางคนอาจรู้สึกตึงเล็กน้อย แต่ยังไม่เห็นผลชัดเจน ขมวดคิ้วได้ตามปกติ รอยย่นก็ยังอยู่ ซึ่งเป็นเรื่องปกติ ไม่ต้องกังวล
หลังฉีดโบท็อกวันที่ 3–5 เริ่มรู้สึกว่ากล้ามเนื้อค่อย ๆ ผ่อนคลาย
เริ่มสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงแล้วในช่วงนี้ รู้สึกว่าเวลาขมวดคิ้ว หรือทำสีหน้า กล้ามเนื้อไม่ค่อยขยับเหมือนเดิม ต้องใช้แรงมากขึ้น รอยย่นเริ่มตื้นขึ้นเล็กน้อย แต่ยังไม่เห็นผลเต็มที่
หลังฉีดโบท็อกวันที่ 7–10 เห็นผลลัพธ์ชัดเจนมากขึ้น
ในช่วงนี้โบท็อกจะเริ่มออกฤทธิ์เต็มที่แล้ว รอยย่นตื้นลงชัดเจน ใบหน้าเรียบเนียนมากขึ้น กล้ามเนื้อที่ฉีดเริ่มอ่อนตัว ขมวดคิ้วแทบไม่ขึ้นแล้ว คนรอบข้างเริ่มสังเกตเห็นว่าใบหน้าดูสดใสขึ้น ผิวเรียบเนียนขึ้นกว่าเดิม
หลังฉีดโบท็อกวันที่ 14 เห็นผลลัพธ์เต็มที่
เป็นช่วงที่โบท็อกออกฤทธิ์เต็มที่ จะเห็นผลลัพธ์สูงสุด รอยย่นจางหายไป ใบหน้าดูเรียบเนียนกระชับ ในช่วงนี้ถ้าหากมีอะไรต้องปรับแก้ หรือต้องเติมโบท็อกเพิ่ม ก็จะทำในช่วงนี้
หลังฉีดโบท็อกเดือนที่ 1–3 ผลลัพธ์คงที่
ในช่วงนี้จะเป็นช่วงที่โบท็อกยังคงผลลัพธ์ได้ดีอยู่ ใบหน้ายังคงเรียบเนียน ไม่มีรอยย่นเมื่อทำสีหน้า ใบหน้าดูผ่อนคลาย สดใส และอ่อนเยาว์มากขึ้น
หลังฉีดโบท็อกเดือนที่ 4–6 ผลลัพธ์เริ่มค่อย ๆ จางลง
ในช่วงนี้กล้ามเนื้อจะเริ่มกลับมาทำงานอีกครั้ง โบท็อกจะค่อย ๆ สลายตัว รอยย่นเริ่มกลับมาเห็น แต่ยังไม่ลึกเท่าตอนแรกที่ยังไม่ฉีด เพราะกล้ามเนื้อได้พักผ่อนมาระยะหนึ่งแล้ว โดยเฉลี่ยแล้วโปรแกรมโบท็อกจะคงอยู่ได้ประมาณ 3-6 เดือน แต่ก็ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่างที่จะพูดถึงต่อไป
ปัจจัยอะไรทำให้โบท็อกเห็นผลช้า หรือออกฤทธิ์ไม่เต็มที่
บางคนฉีดโบท็อกแล้วเห็นผลลัพธ์เร็วมาก แค่วันที่ 5 ก็เห็นผลลัพธ์ชัดเจนแล้ว แต่บางคนอาจต้องรอถึง 2 สัปดาห์เต็ม หรือบางคนรู้สึกว่าโบท็อกไม่ค่อยทำงาน เรื่องนี้มีเหตุผลมาจากอะไร เราลองมาดูกัน
1. กล้ามเนื้อหนาและแข็งแรง
คนที่มีกล้ามเนื้อใบหน้าหนาแข็งแรง จะต้องใช้โบท็อกในปริมาณมากกว่า และอาจเห็นผลลัพธ์ช้ากว่าคนที่มีกล้ามเนื้อบาง ซึ่งเป็นเรื่องปกติ เหมือนกับการทานยาที่คนตัวใหญ่กับคนตัวเล็กต้องใช้ขนาดไม่เท่ากัน
2. เผาผลาญเร็ว
คนที่มีเมตาบอลิซึมสูง ออกกำลังกายบ่อย หรือมีอายุน้อย มักจะเผาผลาญโบท็อกเร็วกว่า ทำให้ผลลัพธ์อยู่ได้ไม่นานเท่าคนที่เผาผลาญช้า
3. ใช้โบท็อกไม่ครบตามที่แพทย์แนะนำ
ถ้าใช้โบท็อกไม่ครบตามที่แพทย์แนะนำ ผลลัพธ์ก็อาจไม่ชัดเจน หรือคงอยู่ไม่ยาวนาน การวิเคราะห์และออกแบบการรักษาเฉพาะบุคคลของแพทย์จึงมีความสำคัญมาก
4. เทคนิคการฉีดของแพทย์
ทักษะและประสบการณ์ของแพทย์มีผลต่อการกระจายตัวของโบท็อกเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นการเลือกจุดฉีดที่ถูกต้อง ความลึกที่เหมาะสม และทิศทางการฉีด ทุกอย่างนี้ล้วนส่งผลต่อผลลัพธ์ เพราะฉะนั้นการเลือกฉีดโบท็อกกับแพทย์ที่มีประสบการณ์จริง ๆ จึงสำคัญมาก
5. การดูแลตัวเองหลังฉีด
หากไม่ปฏิบัติตามข้อห้าม เช่น ก้มศีรษะบ่อย นวดหน้า ออกกำลังกายหนักในวันแรก โบท็อกอาจกระจายไปตำแหน่งอื่น ทำให้ผลลัพธ์ไม่ดีเท่าที่ควร
6. ใบหน้ามีการเคลื่อนไหวมาก
คนที่มีนิสัยขมวดคิ้วบ่อย ทำสีหน้าเยอะ เช่น งานต้องพูดเยอะ ต้องแสดงสีหน้าตลอดเวลา อาจทำให้โบท็อกออกฤทธิ์ช้ากว่า หรือหมดเร็วกว่า เพราะกล้ามเนื้อทำงานหนักอยู่ตลอด
7. ยี่ห้อและคุณภาพของโบท็อก
โบท็อกแต่ละยี่ห้อมีความบริสุทธิ์และประสิทธิภาพต่างกัน การใช้โบท็อกของแท้ที่ผ่านการรับรองจาก FDA และ อย. จะให้ผลลัพธ์ดีกว่าโบท็อกปลอมหรือไม่ได้มาตรฐาน
วิธีดูแลหลังทำโปรแกรมฉีดโบท็อกให้ผลลัพธ์อยู่นาน หน้าเป๊ะนานขึ้น
- หลีกเลี่ยงกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับความร้อนทุกรูปแบบ
- งดออกกำลังกายหนักในช่วงแรก
- บำรุงผิวด้วยครีมบำรุงที่เหมาะสม ไม่มีส่วนผสมที่อาจก่อให้เกิดการระคายเคือง
- ดื่มน้ำให้เพียงพอ
- ทาครีมกันแดดสม่ำเสมอ
- นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ
- ลดความเครียด
- นัดหมายทำโปรแกรมโบท็อกเป็นประจำ
FAQ คำถามที่พบบ่อยหลังทำโปรแกรมฉีดโบท็อก
ฉีดโบท็อกแล้วล้างหน้าได้ไหม
สามารถทำได้ แต่ควรล้างอย่างเบามือ ไม่กดแรง อย่าใช้น้ำร้อนจัด และอย่าก้มศีรษะต่ำนาน ๆ ควรรออย่างน้อย 4-6 ชั่วโมงหลังฉีดก่อนล้างหน้า
ฉีดโบท็อกแล้วแต่งหน้าได้เลยไหม
ควรรออย่างน้อย 4-6 ชั่วโมง ให้รูเข็มปิดสนิทก่อน ถ้าจำเป็นต้องแต่งหน้าสามารถทาเบา ๆ ได้ อย่ากดแรง
ฉีดโบท็อกแล้วนอนได้เลยไหม
สามารถนอนได้ แต่ควรรออย่างน้อย 4 ชั่วโมงก่อนนอน และนอนหงาย ไม่ควรนอนคว่ำหรือตะแคงทับหน้าในคืนแรก
ฉีดโบท็อกแล้วเจ็บไหม มีผลข้างเคียงอะไรบ้าง
การฉีดอาจรู้สึกเจ็บเล็กน้อยเหมือนถูกเข็มตำ ผลข้างเคียงที่พบบ่อยคือ รอยแดงเล็กน้อย บวมเล็กน้อย หรือรอยช้ำบริเวณที่ฉีด ซึ่งจะหายเองใน 1-2 วัน
โบท็อกทำให้หน้าแข็งไหม
การฉีดโบท็อกอาจมีความรู้สึกตึงที่กล้ามเนื้อเล็กน้อย แต่หากมีการฉีดโดยทีมแพทย์ที่มีความชำนาญ ผลลัพธ์จะออกมาดูเป็นธรรมชาติ นุ่มนวล ไม่แข็งตึง
โปรแกรมฉีดโบท็อกที่ Atier Wellness เพื่อผลลัพธ์สวยธรรมชาติและปลอดภัย
และสำหรับใครที่กำลังมองหาคลินิกฉีดโบท็อกที่เชื่อถือได้ ผลลัพธ์ออกมาสวย ดูเป็นธรรมชาติ ไม่แข็งตึง เข้ามาปรึกษากับเราได้เลยที่ Atier Wellness เราพร้อมดูแลคุณด้วยโปรแกรมฉีดโบท็อกดูแลโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางที่ผ่านการอบรมด้านผิวหนังและความงาม ที่มีประสบการณ์จริงในการฉีดโบท็อกยาวนานหลายปี มีความเข้าใจในโครงสร้างใบหน้าและกล้ามเนื้อเป็นอย่างดี ให้คำปรึกษาอย่างละเอียด วิเคราะห์ใบหน้า กล้ามเนื้อ และความต้องการของแต่ละคน เพื่อออกแบบแผนการฉีดที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล พร้อมเลือกใช้โบท็อกแท้ที่ผ่านการรับรองจาก FDA และ อย. เท่านั้น ทำให้ผลลัพธ์ออกมาสวย ดูเป็นธรรมชาติ สมมาตร ไม่แข็ง