ถ้าหากพูดถึงเทคโนโลยียกกระชับที่มาแรงในตอนนี้ โปรแกรม Morpheus8 ก็คงจะขึ้นมาในใจของใครหลาย ๆ คน เพราะนี่คือเทคโนโลยียกกระชับด้วยคลื่นวิทยุ (RF) ที่สามารถส่งพลังงานลงไปได้ลึกถึงชั้นไขมันใต้ผิว ซึ่งช่วยทั้งเรื่องการยกกระชับผิวที่หย่อนคล้อย และปรับผิวให้เรียบเนียน แต่เมื่อหลาย ๆ คนได้เห็นหัวเครื่อง Morpheus8 ที่มีเข็มขนาดเล็กเรียงตัวกัน หลายคนก็เริ่มลังเลขึ้นมา และมีคำถามตามมาว่า โปรแกรม Morpheus8 เจ็บไหม มียาชาหรือเปล่า จะทนเจ็บไหวไหม และมีขั้นตอนการทำอย่างไรบ้าง ในบทความนี้ เราจะมาเจาะลึกถึงความรู้สึกขณะทำโปรแกรม Morpheus8 กัน จะเป็นอย่างไร ไปดูกัน
หัวข้อที่ต้องการอ่าน
ทำความรู้จักกับโปรแกรม Morpheus8 เทคโนโลยียกกระชับผิวระดับลึก
โปรแกรม Morpheus8 เป็นเทคโนโลยียกกระชับที่ผสาน 2 เทคโนโลยีอย่างคลื่นวิทยุ (RF) และไมโครนีดลิ่ง (Microneedling) เข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว ส่งพลังงานลงสู่ชั้นผิวลึกผ่านเข็มขนาดเล็กเพื่อเข้าไปกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินให้กลับมาทำงานอย่างเต็มที่ ผลลัพธ์ที่ได้จึงไม่ใช่แค่การยกกระชับใบหน้าและลำคอให้ดูคมชัดขึ้นเท่านั้น แต่ยังช่วยจัดการกับริ้วรอย กระชับรูขุมขน และเปลี่ยนผิวที่เคยหย่อนคล้อยให้กลับมาเรียบเนียน และดูอ่อนเยาว์ลงได้อีกด้วย
และแน่นอนว่า เมื่อหลายคนเห็นคำว่า “เข็ม” ก็จะเริ่มเกิดคำถามขึ้นในใจว่า แล้วแบบนี้โปรแกรม Morpheus8 เจ็บไหม จะทนไหวหรือเปล่า จนลังเลและไม่กล้าที่จะทำโปรแกรมนี้ แต่ในมุมมองของแพทย์ขอบอกเลยว่า ความรู้สึกระหว่างทำโปรแกรม Morpheus8 นั้นไม่น่ากังวลอย่างที่คิด เพราะแพทย์จะมีเทคนิคที่ช่วยลดความเจ็บปวดด้วยการเตรียมผิวและดูแลผิวอย่างเป็นระบบ เพื่อให้การทำโปรแกรม Morpheus8 เป็นไปอย่างราบรื่น สบายใจ และคุ้มค่า ทำให้การเลือกเข้ารับบริการจากคลินิกที่ได้มาตรฐาน และดูแลโดยแพทย์ที่มีประสบการณ์ จะช่วยให้คนไข้มั่นใจในเรื่องของผลลัพธ์ และความปลอดภัยที่ตอบโจทย์ปัญหาผิวของเราได้
โปรแกรม Morpheus8 เจ็บไหม? คำถามที่หลายคนอยากรู้
ในมุมมองของผู้เข้ารับบริการ การที่ได้เห็นภาพหัวเข็มขนาดเล็กจำนวนมากของโปรแกรม Morpheus8 และรู้สึกกลัวนั้นไม่ใช่เรื่องที่แปลกอะไร แต่ในความเป็นจริงแล้ว โปรแกรม Morpheus8 ไม่ได้เจ็บมากอย่างที่คิด เพราะก่อนที่จะเริ่มต้นการรักษา แพทย์จะมีการแปะยาชาทิ้งเอาไว้ประมาณ 45 – 60 นาที และเมื่อถึงเวลาทำ ความรู้สึกจะไม่ได้เป็นความเจ็บแบบเข็มทิ่ม แต่จะรู้สึกอุ่น ๆ หรือเหมือนมีแรงดีดเบา ๆ ลงบนผิวมากกว่า โดยในจุดที่ผิวบาง หรืออยู่ใกล้แนวกรามอาจจะมีความรู้สึกจี๊ดมากขึ้นเล็กน้อย ซึ่งเป็นสัญญาณว่า พลังงานกำลังลงไปทำงานในชั้นลึกเป็นอย่างดีอยู่
ปัจจัยที่ส่งผลต่อความเจ็บในการทำโปรแกรม Morpheus8
- ระดับพลังงานที่ใช้ : ยิ่งมีการใช้พลังงานสูง ก็อาจรู้สึกมากขึ้นตามไปด้วย โดยแพทย์จะคอยประเมินความไวของผิวและปรับจูนพลังงานให้สมดุลกับแต่ละบุคคล
- ความไวของผิวแต่ละบุคคล : เนื่องจากพื้นฐานการรับความรู้สึกของแต่ละคนไม่เท่ากัน บางคนอาจจะรู้สึกสบายผิวมาก ในขณะที่บางคนอาจจะไวต่อความรู้สึกสะสมของความร้อนมากกว่า
- ตำแหน่งที่ทำ : ในบริเวณที่มีชั้นไขมันน้อยหรือผิวบาง เช่น หน้าผาก ใต้ตา หรือแนวกราม จะมีความรู้สึกมากกว่าบริเวณแก้มที่เป็นเนื้อนุ่ม
- เทคนิคและประสบการณ์ของแพทย์ : ทั้งในเรื่องของน้ำหนักมือ จังหวะการกดหัวเครื่อง และการประเมินการตอบสนองของคนไข้หน้างาน ล้วนส่งผลต่อความรู้สึกในการทำหัตถการทั้งสิ้น
โดยสรุปแล้ว โปรแกรม Morpheus8 เจ็บไหม? คำตอบก็คือ อยู่ในระดับที่ทนได้สบาย โดยความรู้สึกจะใกล้เคียงกับการทำเลเซอร์ยกกระชับทั่วไป และคนไข้ส่วนใหญ่มักจะบอกแพทย์หลังทำเสร็จว่า “ไม่ได้เจ็บอย่างที่กังวลตอนแรกเลย” ถ้าแลกกับผลลัพธ์การยกกระชับที่เห็นผลจริง นี่ถือว่าเป็นความเจ็บที่คุ้มค่ามาก ๆ
ขั้นตอนการทำโปรแกรม Morpheus8
ในการทำโปรแกรม Morpheus8 โดยปกติแล้วจะใช้เวลาประมาณ 1 – 2 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับปัญหาผิวที่มี และตำแหน่งที่ต้องการยกกระชับของแต่ละเคส โดยมีขั้นตอนต่าง ๆ ดังนี้
- ให้คำปรึกษาและวิเคราะห์ปัญหาผิวอย่างละเอียดโดยแพทย์ เพื่อวางแผนการปรับระดับพลังงานให้เหมาะสมกับปัญหาผิวของแต่ละท่าน พร้อมอธิบายวิธีการดูแลตัวเองหลังทำเพื่อให้คนไข้เข้าใจ และสบายใจมากขึ้น
- เตรียมผิวด้วยการทำความสะอาดบริเวณที่ทำอย่างละเอียด เพื่อให้ผิวสะอาดพร้อมสำหรับการส่งพลังงานลงไปในชั้นลึก
- เริ่มต้นแปะยาชาทิ้งเอาไว้ประมาณ 45 – 60 นาที เพื่อให้ผิวชาสนิท ช่วยลดความกังวล และทำให้คนไข้รู้สึกสบายในขณะทำ
- เมื่อยาชาออกฤทธิ์ แพทย์จะเริ่มใช้หัวเครื่องส่งพลังงานลงไปในชั้นผิว โดยในระหว่างนี้คนไข้อาจรู้สึกอุ่น ๆ หรือรู้สึกเหมือนมีแรงดีดเบา ๆ ที่ผิว และในบางจุดอาจเห็นเป็นจุดเลือดซึมเล็ก ๆ (Pinpoint Bleeding) ซึ่งเป็นเรื่องปกติของการส่งพลังงานผ่านไมโครนีดลิ่ง
- หลังทำเสร็จ แพทย์จะทำการประคบเย็นประมาณ 15 – 20 นาที เพื่อปลอบประโลมผิว ลดความร้อนสะสม และช่วยให้คนไข้รู้สึกผ่อนคลายสบายผิวมากขึ้น
- จบขั้นตอนสุดท้ายด้วยการบำรุงด้วยตัวยา เพื่อช่วยเร่งการฟื้นฟูเซลล์ผิว และกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ให้เห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจน และหายเร็วขึ้น
การดูแลตัวเองหลังทำโปรแกรม Morpheus8
หลังจากทำโปรแกรม Morpheus8 เสร็จแล้ว ผิวของเราจะเริ่มเข้าสู่กระบวนการซ่อมแซม และกระตุ้นคอลลาเจนใหม่ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดี และลดความเสี่ยงในการเกิดผลข้างเคียง โดยมีคำแนะนำในการดูแลตัวเองหลังทำโปรแกรม Morpheus8 ดังนี้
- งดให้แผลโดนน้ำในช่วง 24 ชั่วโมงแรก เพื่อลดโอกาสการติดเชื้อ
- หลีกเลี่ยงการสัมผัสกับแสงแดด และทาครีมกันแดด SPF30+ PA+++ ขึ้นไป เป็นเวลาอย่างน้อย 2 – 3 สัปดาห์
- รักษาความชุ่มชื้นของผิวด้วยการทาขี้ผึ้ง หรือมอยเจอไรเซอร์ต่าง ๆ เพื่อป้องกันให้ผิวไม่แห้ง
- ประคบเย็นครั้งละ 15 – 20 นาที หากมีอาการบวมแดง เพื่อช่วยให้ผิวผ่อนคลาย และหายเร็วขึ้น
- ห้ามแกะ หรือเกาสะเก็ดแผล ต้องปล่อยให้หลุดเองตามธรรมชาติ เพื่อป้องกันการเกิดรอยแผลเป็นและการติดเชื้อ
- งดกิจกรรมที่ทำให้ตัวร้อน เช่น การออกกำลังกายหนัก ซาวน่า หรือกิจกรรมกลางแจ้งต่าง ๆ อย่างน้อย 2 สัปดาห์เพื่อหลีกเลี่ยงความร้อน และเหงื่อที่อาจรบกวนการสมานผิว
เพราะอะไร ทำโปรแกรม Morpheus8 ที่ Atier Wellness ผลลัพธ์ชัดเจน ไม่มีภาวะแทรกซ้อน
การทำ Morpheus8 ให้ได้ผลลัพธ์ที่ดี ไม่ใช่แค่เรื่องของเครื่องมือครับ แต่คือการออกแบบ “ศิลปะการดูแลผิว” ตั้งแต่ก่อนเริ่มจนถึงหลังทำ และนี่คือ 7 เคล็ดลับที่ทำให้เรา “แตกต่าง”
- เริ่มต้นด้วยการวิเคราะห์โครงสร้างผิวอย่างละเอียด เพื่อออกแบบการวางพลังงานให้เหมาะสมกับสภาพผิวของคุณ (Customized Treatment)
- ก่อนลงมือ เราจะมีการทาตัวยาลดการอักเสบก่อนแปะยาชา หรือเริ่มหัตถการ เพื่อลดโอกาสการอักเสบสะสม ช่วยเตรียมผิวให้พร้อมรับพลังงานได้อย่างเต็มที่ และปลอดภัย
- ในระหว่างทำ ทีมแพทย์จะมีการใช้เทคนิค Cool down ผิวร่วมกับการประเมินสภาพผิวแบบจุดต่อจุด เพื่อให้มั่นใจว่าทุกช็อตที่ลงไปให้ผลลัพธ์ที่ดีโดยไม่ทำร้ายผิว
- ในระหว่างที่ทำ จะมีการเคลือบผิวด้วย Growth Factor และ cocktail downtime สูตรยาเฉพาะของ Atier Wellness เพื่อลดรอยแดง และเร่งการฟื้นฟูผิวแบบเร่งด่วน
- ปลอบประโลมผิวขั้นสุดด้วย Hydrogel Mask คุณภาพสูง ช่วยเติมความชุ่มชื้น และลดอุณหภูมิใต้ผิวอย่างอ่อนโยน
- ปกป้องผิวหลังทำ ด้วยเวชสำอางระดับเคาน์เตอร์แบรนด์จากยุโรปและอเมริกาถึง 5 ชั้น เพื่อให้ผิวยืดหยุ่น และมีสุขภาพดี
- มีการติดตามผลอย่างใกล้ชิดทุกวันใน 2 สัปดาห์แรก และมีการใช้เครื่องสแกนชั้นผิวตรวจเช็คคุณภาพผิวใน 1 เดือน
FAQ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับโปรแกรม Morpheus8
โปรแกรม Morpheus8 เจ็บไหม ความรู้สึกขณะทำเป็นอย่างไร?
ความรู้สึกในระหว่างที่ทำโปรแกรม Morpheus8 จะรู้สึกอุ่นลึกใต้ผิว และมีความตึงเล็กน้อยจากพลังงาน RF โดยระดับความเจ็บจะขึ้นอยู่กับพลังงาน และความลึกที่ใช้ในแต่ละบริเวณ แต่ปัจจุบันนี้ ก็ได้มีเทคนิคการเตรียมผิวที่ช่วยให้คนไข้รู้สึกสบายขึ้นมาก และอยู่ในระดับที่ทนได้สบาย
โปรแกรม Morpheus8 ต้องใช้ยาชาไหม?
จำเป็นต้องใช้ โดยแพทย์จะมีการแปะยาชาทิ้งเอาไว้ก่อนทำประมาณ 45 – 60 นาที โดยในเคสที่ต้องยิงพลังงานลงผิวชั้นลึกเพื่อลดไขมัน หรือแก้ปัญหาผิวเป็นพิเศษ แพทย์อาจมีการใช้ยาชาฉีดร่วมด้วยในบางจุด
บริเวณไหนที่ทำโปรแกรม Morpheus8 แล้วรู้สึกเจ็บมากกว่าจุดอื่น?
บริเวณที่มีชั้นไขมันน้อยหรือใกล้กระดูก เช่น หน้าผาก สันกราม และโหนกแก้ม อาจมีความรู้สึกมากกว่าบริเวณแก้ม แต่แพทย์จะมีการปรับระดับพลังงานและเทคนิคการวางหัวยิงให้เหมาะสมกับความไวของผิวในแต่ละจุด เพื่อลดความไม่สบายตัว
หลังทำโปรแกรม Morpheus8 เจ็บกี่วัน?
หลังทำโปรแกรม Morpheus8 ผิวจะรู้สึกร้อนผ่าวจาง ๆ ประมาณ 1 – 2 ชั่วโมง โดยอาจมีอาการระบมผิวเล็กน้อยใน 1 – 2 วันแรก แต่มีความเจ็บเพียงเล็กน้อย สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ
โปรแกรม Morpheus8 อยู่ได้นานแค่ไหน?
ผลลัพธ์ของโปรแกรม Morpheus8 คงอยู่ได้ยาวนาน 12 – 18 เดือน (ขึ้นอยู่กับการดูแลตัวเองหลังทำ และสภาพผิวของแต่ละบุคคล)
โปรแกรม Morpheus8 ที่ Atier Wellness
โดยสรุปแล้ว โปรแกรม Morpheus8 คือเทคโนโลยียกกระชับตอบโจทย์การยกกระชับและฟื้นฟูโครงสร้างผิวถึงระดับลึกที่ให้ผลลัพธ์คุ้มค่ามาก ๆ ถึงแม้คนไข้จะมีความกังวลเรื่องความเจ็บปวดอยู่บ้าง แต่ด้วยเทคนิคการเตรียมผิวที่พิถีพิถัน และการดูแลโดยแพทย์ที่มีประสบการณ์ จะช่วยให้ความรู้สึกเจ็บเหล่านั้นลดลงไปได้มาก และได้ผลลัพธ์ผิวสวยที่ดูอ่อนเยาว์ กระชับ และกลับมามั่นใจอีกครั้ง
และสำหรับใครที่ยังลังเลหรือกังวลเรื่องความเจ็บ ลองเข้ามาปรึกษากับเราก่อนได้ที่ Atier Wellness นี่เราให้ความสำคัญกับประสบการณ์ของคนไข้เป็นอันดับแรก ตั้งแต่การประเมินปัญหาผิวอย่างละเอียด ไปจนถึงเทคนิคการปรับพลังงานให้เหมาะสมกับแต่ละบุคคล เพื่อให้การทำโปรแกรม Morpheus8 เป็นไปอย่างราบรื่น สบายผิว และได้ผลลัพธ์ความสวยที่คุ้มค่ากับการตัดสินใจ