ริมฝีปาก เป็นหนึ่งในจุดที่ส่งผลต่อเสน่ห์โดยรวมของใบหน้ามากกว่าที่หลายคนคิด ริมฝีปากที่ดูอวบอิ่มพอดี มีมิติ และสมดุลกับใบหน้า จะช่วยให้ใบหน้าโดยรวมดูอ่อนเยาว์ ละมุน และดูมีชีวิตชีวา และในทางกลับกัน ริมฝีปากที่บางเกินไป ไม่เท่ากัน หรือขาดรูปทรง มักทำให้ดูมีอายุ หรือดูเคร่งขรึมโดยไม่ตั้งใจ ปัจจุบันนี้ โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ปากได้กลายเป็นหนึ่งในวิธีปรับรูปทรงปากที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก เพราะเป็นวิธีที่เห็นผลได้เร็ว สามารถออกแบบรูปทรงปากได้ตามความต้องการ อีกทั้งถ้าไม่ชอบยังสามารถสลายออกได้ด้วย ในบทความนี้ เราจะพาทุกคนไปทำความเข้าใจกับฟิลเลอร์ปากให้มากขึ้น มีข้อดีอย่างไร มีทรงไหนที่น่าสนใจบ้าง ลองไปดูพร้อม ๆ กันเลย
หัวข้อที่ต้องการอ่าน
ทำไมรูปทรงปากถึงส่งผลต่อความละมุนและสมดุลของใบหน้า
รูปทรงปากมีผลต่อสัดส่วนและมิติของใบหน้าที่สัมพันธ์กับจมูก คาง และโครงหน้าโดยรวม ซึ่งตามหลักของ Golden Ratio ของใบหน้า ริมฝีปากบนควรมีความกว้างอยู่ระหว่างระยะห่างของรูม่านตาทั้งสอง และความหนาของริมฝีปากล่างควรมากกว่าริมฝีปากบนในอัตราส่วนประมาณ 1:1.6 นอกจากนี้ ยังมีจุดสำคัญที่เรียกว่า Cupid’s Bow หรือเส้นโค้งกลางริมฝีปากบน ที่ถ้ายิ่งคมชัด และมีรูปทรงสวย ก็จะยิ่งทำให้ริมฝีปากดูมีเสน่ห์ และสะดุดตามากขึ้นด้วย
ดังนั้น การที่ริมฝีปากไม่สมดุลกับใบหน้าไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใด เช่น ริมฝีปากบางลง มุมปากเริ่มหย่อน และเส้น Cupid’s Bow เริ่มเลือนหาย ทั้งหมดนี้ล้วนส่งผลให้ใบหน้าดูมีอายุ และเหนื่อยล้ามากขึ้นโดยไม่รู้ตัว นั่นจึงเป็นเหตุผลที่การปรับรูปทรงปากให้สมดุล จะสามารถเปลี่ยนภาพรวมของใบหน้าได้นั่นเอง
ฟิลเลอร์ปากคืออะไร? ช่วยแก้ปัญหาปากแบบไหนได้บ้าง
โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ปาก คือการฉีดสารเติมเต็ม Hyaluronic Acid (HA) ซึ่งเป็นสารตามธรรมชาติที่ร่างกายมีอยู่แล้ว เข้าไปในชั้นต่าง ๆ ของริมฝีปาก เพื่อเพิ่มปริมาตร ปรับรูปทรง และสร้างมิติให้กับริมฝีปาก โดยสาร HA นี้มีคุณสมบัติที่สามารถดึงน้ำเข้าสู่เนื้อเยื่อได้ ทำให้ริมฝีปากดูอวบอิ่ม และชุ่มชื้นขึ้นจากภายใน โดยปัญหาที่โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ปากแก้ไขได้มีหลายอย่าง ได้แก่
- ปัญหาปากบาง หรือดูไม่มีมิติ : ฉีดเพิ่มปริมาตรให้ริมฝีปากดูอวบอิ่มขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ โดยไม่ให้ดูบวมแข็งหรือเกินจริง
- ปัญหา Cupid’s Bow ไม่คมชัด : ฉีดเพื่อปรับรูปทรงเส้นโค้งกลางปากให้คมชัด ทำให้ปากทรงสวย และดูมีมิติมากขึ้น
- ปัญหาปากบนและปากล่างไม่สมดุลกัน : ปรับสัดส่วนให้ปากทั้งสองข้างสมมาตร และเหมาะสมกับสัดส่วนใบหน้าของแต่ละบุคคล
- ปัญหามุมปากหย่อน หรือดูเศร้า : ฉีดบริเวณมุมปาก เพื่อยกมุมปากขึ้นเล็กน้อย ทำให้ใบหน้าโดยรวมดูสดชื่น และมีความสุขมากขึ้น
- ปัญหาริ้วรอยรอบปาก : ฉีดเพื่อเติมเต็มร่องลึกและริ้วรอยรอบริมฝีปาก ที่เกิดจากอายุที่เพิ่มขึ้น หรือเกิดจากการสูบบุหรี่
- ปัญหาปากไม่สมมาตร : แก้ไขความไม่เท่ากันของริมฝีปากซ้าย-ขวา ให้ดูสมดุลมากขึ้น
ใครบ้างที่เหมาะกับการฉีดฟิลเลอร์ปาก
- ผู้ที่ต้องการเพิ่มปริมาตรให้กับริมฝีปาก : คนที่มีริมฝีปากบางตามธรรมชาติ แล้วรู้สึกว่าริมฝีปากไม่เด่น หรืออยากให้ริมฝีปากดูอวบอิ่มมากขึ้นโดยไม่ต้องการทำศัลยกรรมถาวร
- ผู้ที่ต้องการปรับรูปทรงปากเป็นแบบที่ต้องการ : คนที่ริมฝีปากอาจมีขนาดพอดีแล้ว แต่ต้องการให้รูปทรงของ Cupid’s Bow ชัดเจนขึ้น หรือต้องการปรับรูปทรงขอบปากให้ดูมีมิติมากขึ้น
- ผู้ที่ต้องการให้ใบหน้าดูอ่อนเยาว์มากขึ้น : คนที่เริ่มสังเกตว่าริมฝีปากบางลง มุมปากหย่อนคล้อย หรือมีริ้วรอยรอบปากมากขึ้น โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ปากจะช่วยคืนความอวบอิ่มที่หายไปได้อย่างเป็นธรรมชาติ
- ผู้ที่ต้องการแก้ไขความไม่สมมาตร : คนที่สังเกตเห็นว่าริมฝีปากซ้ายขวาของตัวเองไม่เท่ากัน หรือปากบนกับล่างดูไม่สมดุลกัน
ทรงปากยอดนิยม และวิธีเลือกทรงปากให้เหมาะกับรูปหน้า
การเลือกทรงปากที่เหมาะสมสำคัญมากพอ ๆ กับกระบวนการฉีด เพราะทรงปากที่ดีต้องสมดุลกับโครงสร้างใบหน้าของแต่ละคน ไม่ใช่แค่ทำตามเทรนด์ โดยทรงปากที่ได้รับความนิยมในกลุ่มคนเอเชีย มีดังนี้
- รูปทรงปากธรรมชาติ (Classy Kysse) : ทรงนี้เน้นความพอดี และความเป็นธรรมชาติ โดยริมฝีปากบนจะบางกว่าปากล่างเล็กน้อยในสัดส่วนที่สมดุล เหมาะมากสำหรับคนที่มีริมฝีปากบางหรือเนื้อปากน้อย แต่อยากได้ปากที่หนาขึ้นแบบไม่เวอร์ นอกจากนี้ยังช่วยเติมเต็มร่องบนริมฝีปาก แก้ปัญหาลิปตกร่องได้อีกด้วย
- รูปทรงปากกระจับ (Cherry Kysse) : ทรงปากสไตล์เกาหลีที่ได้รับความนิยมมานานและยังคงเป็นที่ชื่นชอบอย่างต่อเนื่อง เป็นทรงที่ฉีดให้ริมฝีปากล่างดูอวบอิ่มคล้ายผลเชอร์รี่ พร้อมเพิ่มเนื้อติ่งตรงกลางปากบนให้นูน ได้ปากกระจับสวยโดยไม่ต้องผ่าตัด เหมาะกับคนที่ต้องการความน่ารักปนเซ็กซี่แบบสาวเกาหลี
- รูปทรงปากอวบอิ่ม (Sexy Kysse) : ทรงปากสายฝอแบบตะวันตกที่สาวไทยนิยม ทรงนี้จะเป็นการเพิ่มความอวบอิ่มให้กับริมฝีปากทั้งบนและล่างในสัดส่วน 1:1 ปรับขอบปากให้คมชัด ให้เสน่ห์แบบฝรั่งที่ดูมีพลัง และโดดเด่น
- รูปทรงปากปีกนก (ยกมุมปาก) : ทรงปากยอดนิยมในไทยที่มีต้นแบบจากดาราสาวหลายคน ลักษณะของทรงนี้ปากบนบางจะเป็นกระจับ มุมปากยกขึ้น เวลายิ้มจะดูเหมือนปีกนกที่กางออก ที่สวยและมีเอกลักษณ์มาก ทรงนี้ต้องการแพทย์ที่มีประสบการณ์ และเทคนิคเฉพาะ ถึงจะได้ผลลัพธ์ที่สวยงาม และดูเป็นธรรมชาติ
- รูปทรงปาก Cupid’s Bow : ทรงปากที่ขอบริมฝีปากบนมีลักษณะคล้ายคันธนูของคิวปิด มองดูภาพรวมเหมือนตัวอักษร M ปากบนเห็นเป็นกระจับชัดเจน ปากล่างอวบอิ่ม มีส่วนนูนทั้งสองฝั่งรับกับร่องเหนือปาก ให้ความรู้สึกน่ารักปนเซ็กซี่ในแบบที่ดูมีมิติ
ในการเลือกทรงปากที่เหมาะกับตัวเอง แพทย์ที่มีประสบการณ์ยาวนานจะช่วยประเมินเพื่อแนะนำทรงปากที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคลให้ จากนั้นจึงปรึกษาร่วมกันกับผู้เข้ารับบริการ เพื่อออกแบบรูปทรงปากที่มีเอกลักษณ์เฉพาะ และเหมาะสมกับใบหน้าโดยรวมของแต่ละคน เพราะทรงปากที่สวยในคนหนึ่งอาจไม่เหมาะกับอีกคนก็ได้
ฟิลเลอร์ปากใช้กี่ CC และควรเลือกฟิลเลอร์แบบไหน
โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ปาก โดยทั่วไปแล้วจะใช้ปริมาณ 0.5 – 1.5 CC (ขึ้นอยู่กับเป้าหมาย และสภาพริมฝีปากเดิมของแต่ละคน)
โดยฟิลเลอร์ชนิดที่นิยมใช้ในการฉีดฟิลเลอร์ปาก มักเป็นฟิลเลอร์ที่มีเนื้อเนียนละเอียด มีความคงตัวสูง เรียบเนียนดูเป็นธรรมชาติ สามารถปั้นแต่งทรงได้ง่าย และผลลัพธ์คงอยู่ได้ยาวนาน
ฉีดฟิลเลอร์ปากเจ็บไหม? บวมกี่วัน และกี่วันเข้าที่
ต้องอธิบายตรง ๆ ว่า บริเวณริมฝีปากเป็นหนึ่งในจุดที่มีปลายประสาทอยู่จำนวนมาก จึงไวต่อความรู้สึกมากกว่าจุดอื่น แต่ในปัจจุบันนี้มีวิธีจัดการกับความเจ็บปวดได้ดีมาก โดยก่อนที่จะเริ่มหัตถการ แพทย์จะมีการทายาชาเฉพาะที่ก่อนประมาณ 20–30 นาที ทำให้ในระหว่างที่ทำความเจ็บจะลดลงมามากจนหลายคนบอกว่ารู้สึกแค่แสบ หรือตึงเล็กน้อยเท่านั้น นอกจากนี้ ฟิลเลอร์ในบางรุ่นยังมีส่วนผสมของ Lidocaine (ยาชา) อยู่ด้วย จึงทำให้รู้สึกสบายมากขึ้นกว่าเดิมในระหว่างที่ฉีด
- อาการบวมจะชัดเจนใน 24–48 ชั่วโมงแรก โดยเฉพาะบริเวณปากบน ซึ่งเป็นอาการปกติ และอาจมีรอยช้ำเล็กน้อยในบริเวณที่ฉีด ซึ่งสามารถปิดด้วยลิปสติก หรือลิปกลอสได้หลังจากผ่านไปแล้ว 1 วัน
- วันที่ 3–5 อาการบวมจะลดลงอย่างเห็นได้ชัด เริ่มเห็นรูปทรงปากที่แท้จริง
- วันที่ 7–14 ฟิลเลอร์จะเริ่มเข้าที่สมบูรณ์ ริมฝีปากจะดูนุ่ม ดูเป็นธรรมชาติ และเห็นผลลัพธ์รูปทรงปากแบบที่ตั้งใจเอาไว้
ฟิลเลอร์ปากอยู่ได้นานแค่ไหน
โดยทั่วไปแล้ว ผลลัพธ์ของฟิลเลอร์ปากจะคงอยู่ได้ประมาณ 6-12 เดือน ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็นชนิดของฟิลเลอร์ที่เลือกใช้ บริเวณที่ฉีด ปริมาณที่ฉีด และการดูแลตัวเองหลังฉีดของแต่ละบุคคล โดยเมื่อฟิลเลอร์เริ่มสลายตัว ริมฝีปากจะค่อย ๆ กลับสู่สภาพเดิมอย่างช้า ๆ และสามารถกลับมาฉีดซ้ำได้เมื่อเริ่มรู้สึกว่าริมฝีปากบางลงแล้ว
วิธีดูแลหลังฉีดฟิลเลอร์ปากให้ทรงสวย
การดูแลตัวเองในช่วง 48 ชั่วโมงแรก
ควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสหรือนวดบริเวณปาก เพราะอาจทำให้ฟิลเลอร์เคลื่อนไปผิดตำแหน่งได้ งดออกกำลังกายหนัก หลีกเลี่ยงความร้อนจัด ทั้งซาวน่า อบไอน้ำ หรือแสงแดดจัด รวมถึงควรหลีกเลี่ยงการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่อาจทำให้บวมมากขึ้นด้วย
การดูแลตัวเองในช่วงสัปดาห์แรก
ควรนอนหนุนหมอนสูงเล็กน้อยในคืนแรก ๆ เพื่อช่วยลดอาการบวม โดยสามารถประคบเย็นได้เบา ๆ เพื่อบรรเทาอาการปวดบวม แต่ไม่ควรกดแรงจนเกินไปเพราะอาจทำให้ฟิลเลอร์เคลื่อนไปผิดตำแหน่งได้
การดูแลตัวเองในระยะยาว
ควรหลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่ ซึ่งเป็นปัจจัยที่เร่งการสลายของฟิลเลอร์ และอาจทำให้มีริ้วรอยรอบริมฝีปากมากขึ้น รวมถึงควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสกับแสงแดดโดยตรงโดยไม่ทาครีมกันแดดที่มี SPF 30+++ เพราะรังสี UV เป็นตัวการสำคัญที่ทำให้ฟิลเลอร์สลายเร็วขึ้น
FAQ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับโปรแกรมฟิลเลอร์ปาก
ฉีดฟิลเลอร์ปากเจ็บไหม?
เจ็บเล็กน้อย เนื่องจากบริเวณริมฝีปากเป็นบริเวณที่มีปลายประสาทเยอะ จึงไวต่อความรู้สึกมากกว่าที่อื่น แต่ปัจจุบันเองก็มีวิธีจัดการกับความเจ็บปวดได้ดีมาก ทำให้รู้สึกสบายในขณะที่ฉีดมากขึ้น
ฉีดฟิลเลอร์ปากพร้อมกับฉีดบริเวณอื่นได้ไหม?
สามารถทำได้ การฉีดฟิลเลอร์ปากร่วมกับจุดอื่นจะช่วยให้ผลลัพธ์ภาพรวมออกมาดูสมดุล และดูเป็นธรรมชาติมากขึ้น
หลังฉีดฟิลเลอร์ปากกินอาหารได้เลยไหม?
สามารถทานได้ แต่ควรหลีกเลี่ยงการทานอาหารรสจัด หรือเผ็ดจัดใน 24 ชั่วโมงแรก และระวังไม่ให้ปากต้องออกแรงมากเกินไปในช่วงแรก
ฉีดฟิลเลอร์ปากแล้วทาลิปสติกได้ไหม?
สามารถทาลิปสติกได้ แต่ควรรอให้ครบ 24 ชั่วโมงก่อน เพื่อให้บริเวณที่ฉีดเริ่มเซตตัว และหลีกเลี่ยงการถู หรือลบลิปสติกแรง ๆ ในช่วงแรก
ฉีดฟิลเลอร์ปาก ผลลัพธ์อยู่ได้นานไหม?
ผลลัพธ์ของโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ปากจะคงอยู่ได้ประมาณ 6-12 เดือน (ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น ชนิดของฟิลเลอร์ที่เลือกใช้ บริเวณที่ฉีด ปริมาณที่ฉีด และการดูแลตัวเองหลังฉีดของแต่ละบุคคล)
ฉีดฟิลเลอร์ปากที่ Atier Wellness เพื่อริมฝีปากสวยละมุนและดูเป็นธรรมชาติ
โดยสรุปแล้ว การฉีดฟิลเลอร์ปากให้ได้ผลลัพธ์ที่สวยงาม และดูเป็นธรรมชาตินั้น ไม่ได้ขึ้นอยู่แค่กับตัวผลิตภัณฑ์เพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับทักษะและความเข้าใจในสัดส่วนความงามของแพทย์เป็นสำคัญด้วย เพราะการออกแบบทรงปากที่เหมาะกับแต่ละใบหน้า จะต้องอาศัยทั้งความรู้ด้านกายวิภาค และสายตาด้านความงามควบคู่กัน
ที่ Atier Wellness ศูนย์ความงามครบวงจรโดยแพทย์เฉพาะทาง ให้บริการฉีดฟิลเลอร์ปากโดยแพทย์ที่มีประสบการณ์ยาวนานด้านการปรับสัดส่วนใบหน้าโดยเฉพาะ ทุกขั้นตอนเริ่มตั้งแต่การประเมินรูปหน้า วิเคราะห์ปัญหาร่วมกับความต้องการของผู้เข้ารับบริการ เพื่อดีไซน์ทรงปากที่เหมาะสมกับแต่ละคน ไปจนถึงการฉีดด้วยเทคนิคที่แม่นยำ เพื่อให้ผลลัพธ์ออกมาดูเป็นธรรมชาติ และสมดุลรับกับใบหน้าเป็นอย่างดี