ปลูกผม มีวิธีไหนบ้าง

ปลูกผม มีวิธีไหนบ้าง ข้อดี – ข้อเสียแต่ละแบบแตกต่างกันอย่างไร

ความมั่นใจจากปัญหาผมบางสร้างใหม่ได้ไม่ยาก ด้วยเทคโนโลยีการปลูกผมหลากหลายเทคนิคในปัจจุบันที่ตอบโจทย์ทุกความต้องการของผู้เข้ารับบริการ บทความนี้ จะมาแนะนำข้อดี และข้อจำกัดของแต่ละวิธีที่แตกต่างกันออกไป เพื่อช่วยให้คุณเห็นความแตกต่างที่ชัดเจน และเลือกวิธีที่เหมาะสม และคุ้มค่ากับคุณ

หัวข้อที่ต้องการอ่าน

การปลูกผมคืออะไร มีกี่แบบ

การปลูกผมคืออะไร มีกี่แบบ

การปลูกผม คือการทำให้บริเวณที่ศีรษะล้าน ผมบาง กลับมาดกดำ ผมดูหนาแน่น เหมือนวัยเยาว์ ช่วยให้ความมั่นใจกลับคืนมาอีกครั้งครับ สำหรับการปลูกผมในปัจจุบัน สามารถแบ่งออกเป็นกลุ่มใหญ่ ๆ ได้ 2 วิธี ดังนี้

  • การศัลยกรรมปลูกผม : เป็นวิธีปลูกผมที่ใช้การย้ายรากผมจริงของตัวเองมาปลูก ซึ่งเห็นผลลัพธ์ไวกว่าและชัดเจนกว่าการปลูกผมแบบไม่ศัลยกรรม
  • การปลูกผมแบบไม่ศัลยกรรม : เป็นวิธีปลูกผมด้วยการใช้ตัวยา เลเซอร์ หรือสารสกัดเข้มข้นเพื่อกระตุ้นให้รากผมเดิมกลับมาแข็งแรงได้โดยไม่ต้องผ่าตัด

การปลูกผมด้วยวิธีศัลยกรรม

สำหรับการแก้ปัญหาศีรษะล้าน ผมบางที่เห็นผลได้รวดเร็ว แพทย์มักจะแนะนำศัลยกรรมปลูกผมเป็นทางเลือกหลัก เพราะให้ผลลัพธ์ที่ชัดเจน และอยู่กับเราไปได้ยาวนาน โดยในปัจจุบันจะมี 2 เทคนิคหลักที่ได้รับความนิยม ดังนี้

ศัลยกรรมปลูกผมเทคนิค FUE (Follicular Unit Extraction)

การปลูกผมด้วยวิธีศัลยกรรม

เป็นเทคนิคปลูกผมด้วยการใช้เครื่องมือเจาะขนาดเล็กเพียง 1 มิลลิเมตร ทำการเจาะเพื่อดึงรากผมออกมาทีละกออย่างประณีต เพื่อนำไปปลูกในบริเวณที่ผมบาง หรือมีความกังวลใจ

ข้อดีของเทคนิค FUE

  • แผลเป็นขนาดเล็กจนแทบมองไม่เห็น
  • ไม่จำเป็นต้องพักฟื้น ไม่เจ็บระบมหลังทำ
  • ไม่ทิ้งแผลเป็นยาวบริเวณท้ายทอย
  • แพทย์สามารถเลือกเฉพาะกอผมที่มีคุณภาพสูงได้

ข้อจำกัดของเทคนิค FUE

  • ใช้เวลาในการทำนานกว่าเทคนิคอื่น เพราะต้องใช้ความละเอียดสูง
  • มีค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง เนื่องจากต้องใช้ความละเอียด และเทคโนโลยีรุ่นใหม่
  • ศัลยแพทย์ที่ดูแลจำเป็นต้องมีความชำนาญสูง
  • ไม่เหมาะกับคนที่มีผมบริเวณท้ายทอยบางอยู่เดิม เพราะหลังทำ อาจทำให้ผมบริเวณท้ายทอยบางจนเห็นได้ชัด

ศัลยกรรมปลูกผมเทคนิค FUT (Follicular Unit Transplantation)

เป็นเทคนิคปลูกผมแบบวิธีมาตรฐานดั้งเดิม โดยศัลยแพทย์จะทำการผ่าตัดเอาแถบหนังศีรษะ (strip) ส่วนที่มีผมหนาแน่นออกมา แล้วจึงนำมาหั่นแยกเป็นกราฟต์เพื่อนำไปปลูกผมต่อในบริเวณที่ต้องการ

ข้อดีของเทคนิค FUT

  • ใช้เวลาในการทำไม่นาน มีขั้นตอนการเก็บกราฟต์ผมที่รวดเร็ว
  • เหมาะสำหรับคนไข้ที่ต้องการปลูกผมในปริมาณมากภายในครั้งเดียว และคนไข้ที่มีผมบริเวณท้ายทอยบางอยู่เดิม

ข้อจำกัดของเทคนิค FUT

  • ทิ้งแผลเป็นแนวยาว จากแผลเย็บ บริเวณท้ายทอย
  • จำเป็นต้องใช้เวลาในการพักฟื้น มักระบมหลังทำ เนื่องจากมีการเย็บแผล
  • ไม่เหมาะกับผู้ที่ต้องการไว้ผมสั้น เพราะอาจเห็นรอยแผลผ่าตัดได้

การปลูกผมแบบไม่ศัลยกรรม ทางเลือกใหม่แบบไม่พึ่งมีดหมอ

สำหรับใครที่มีความกังวลเรื่องการผ่าตัด หรือปัญหาผมบางที่มียังอยู่ในระยะเริ่มต้นถึงปานกลาง ยังมีวิธีปลูกผมแบบไม่ต้องศัลยกรรมอยู่ แม้ว่าวิธีเหล่านี้จะไม่ได้เห็นผลลัพธ์ที่รวดเร็วเหมือนกับการศัลยกรรมปลูกผม แต่ก็เป็นตัวช่วยชั้นดีในการรักษา และฟื้นฟูผมที่บางให้กลับมาดกดำ โดยแบ่งเป็น 3 วิธีหลัก ๆ ดังนี้

วิธีการฉีด PRP (Platelet-Rich Plasma)

เป็นวิธีที่เป็นเหมือนกับการเติมสารอาหารให้กับรากผม โดยแพทย์จะนำเลือดของคุณมาปั่นแยก เพื่อเอาเกล็ดเลือดเข้มข้นซึ่งเต็มไปด้วยสารกระตุ้นการเติบโต แล้วฉีดกลับไปที่หนังศีรษะบริเวณที่บางครับ

ข้อดีของการฉีด PRP

  • ปลอดภัยสูงมาก เพราะเป็นการใช้เลือดของตัวเอง มีความเสี่ยงน้อยที่จะเกิดอาการแพ้
  • ไม่ต้องผ่าตัด ไม่จำเป็นต้องพักฟื้น
  • เป็นการบำรุงที่ช่วยให้รากผมแข็งแรง เส้นผมหนาขึ้น และลดการหลุดร่วง
  • เหมาะสำหรับคนที่เพิ่งเริ่มผมบาง หรืออยากทำควบคู่ไปกับการปลูกผม เพื่อเสริมผลลัพธ์ของการปลูกผมให้ดียิ่งขึ้น

ข้อจำกัดของการฉีด PRP

  • จำเป็นต้องทำต่อเนื่องสม่ำเสมอถึงจะเห็นผลชัดเจน
  • ผลลัพธ์ไม่ได้อยู่ไปตลอดเหมือนกับการศัลยกรรมปลูกผม
  • หากศีรษะล้านรุนแรง จนรากผมฝ่อไปหมดแล้ว วิธีนี้อาจจะได้ผลน้อย

วิธีการใช้ยาปลูกผม

 เป็นอีกหนึ่งวิธีพื้นฐานที่แพทย์มักจะแนะนำคนไข้เป็นลำดับแรก ๆ เพื่อประคองไม่ให้ผมบางไปมากกว่าเดิม

ข้อดีของการใช้ยาปลูกผม

  • สะดวกสบาย หาซื้อได้ง่าย มีทั้งแบบทาและแบบกิน
  • ราคาไม่แพง ความคุ้มค่าสูง
  • ช่วยชะลอการหลุดร่วงของเส้นผม ยืดอายุเส้นผมให้ร่วงช้าลง บำรุงเส้นผมที่บางให้กลับมาหนาได้

ข้อจำกัดของการใช้ยาปลูกผม

  • จำเป็นต้องมีวินัยในการใช้ต่อเนื่องเป็นประจำ
  • อาจมีผลข้างเคียง เช่น อาการระคายเคืองหนังศีรษะ หรือมีผลต่อระดับฮอร์โมน จึงควรปรึกษาแพทย์ก่อนเริ่มยาและควรอยู่ในการดูแลของแพทย์เสมอ
วิธีปลูกผมแบบธรรมชาติ

วิธีปลูกผมแบบธรรมชาติ

เป็นการดูแลเส้นผมจากภายในสู่ภายนอกด้วยวิธีทางธรรมชาติต่าง ๆ เช่น การใช้สมุนไพรอย่าง น้ำมันมะพร้าว หรือน้ำมันโรสแมรี่ และการเลือกทานอาหารที่ดีต่อเส้นผม เช่น โปรตีน สังกะสี และไบโอติน เป็นต้น รวมถึงการพักผ่อนให้เพียงพอ ไม่มีภาวะเครียดต่อเนื่อง เลี่ยงบุหรี่และสุรา เลี่ยงการทำเคมี ทั้งกัดสีผม ยืด หรือดัด

ข้อดีของการปลูกผมแบบธรรมชาติ

  • ไม่เป็นอันตราย ไม่มีสารเคมีตกค้าง และไม่มีผลข้างเคียง
  • ดีต่อสุขภาพเส้นผมโดยรวม ช่วยให้เส้นผมแข็งแรงในระยะยาว
  • ประหยัดงบประมาณ และสามารถทำได้เองที่บ้าน

ข้อจำกัดของการปลูกผมแบบธรรมชาติ

  • เห็นผลลัพธ์ค่อนข้างช้า ต้องใจเย็น และอาศัยความสม่ำเสมอในการดูแล
  • ไม่สามารถแก้ปัญหาที่ต้นเหตุได้ หากเป็นปัญหาผมจากกรรมพันธุ์ หรือศีรษะล้านรุนแรงแล้ว วิธีนี้ช่วยได้เพียงแค่ประคองอาการ

FAQ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับศัลยกรรมปลูกผม

หลัก ๆ จะมีอยู่ด้วยกัน 2 เทคนิคคือ เทคนิค FUT (ผ่าตัดหนังศีรษะเป็นแถบยาว) และเทคนิค FUE (เจาะกราฟต์ผมทีละกอ) ซึ่งแต่ละวิธีจะใช้เครื่องมือ และมีขั้นตอนการนำกราฟต์ผมออกมาปลูกที่แตกต่างกันตามสภาพปัญหาของคนไข้

ข้อดีของเทคนิค FUE คือจะมีแผลเป็นขนาดเล็กมากจนแทบมองไม่เห็น และพักฟื้นได้เร็ว แต่จะมีข้อจำกัดคือ ใช้เวลาในการทำนานกว่าเทคนิคอื่น เนื่องจากต้องเจาะรากผมทีละกอ และใช้ความละเอียดสูง รวมถึงไม่เหมาะกับคนไข้ที่มีผมบริเวณท้ายทอยบางอยู่เดิม

ราคาของศัลยกรรมปลูกผมจะขึ้นอยู่กับเทคนิคที่เลือกใช้ จำนวนกราฟต์ และโครงสร้างเส้นผมเดิมของแต่ละบุคคล โดยส่วนใหญ่เริ่มต้นอยู่ที่ประมาณหลักหมื่น ไปจนถึงหลักแสน

ศัลยกรรมปลูกผมทุกเทคนิคจะใช้เวลาตามวงจรเส้นผมเหมือนกัน นั่นก็คือ 3 – 4 เดือน จะเริ่มเห็นผล และเห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจนที่ 1 ปี (ความเร็วของผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับความแข็งแรงของรากผม และการดูแลหลังทำอย่างเคร่งครัด)

สามารถทำได้จริง แต่เทคนิคนี้มีความซับซ้อนสูง ใช้เวลานาน และต้องใช้ความชำนาญของแพทย์เป็นพิเศษ เพื่อให้ได้รากผมที่สมบูรณ์โดยที่เส้นผมเดิมไม่บดบังทัศนวิสัยขณะเจาะกราฟต์ผม

ศัลยกรรมปลูกผม ที่ Atier Wellness

สุดท้ายนี้ ขอฝากเอาไว้ว่า ไม่มีวิธีปลูกผมวิธีไหนที่ดีที่สุดสำหรับทุกคน แต่จะมีวิธีที่เหมาะสมกับแต่ละคนอยู่ ดังนั้น ใครที่มีความกังวลเรื่องของปัญหาเส้นผม ไม่ว่าจะเป็นผมบาง ผมร่วง หรือปัญหาอื่น ๆ แนะนำให้เข้ามาปรึกษากับแพทย์เฉพาะทางด้านเส้นผม เพื่อวิเคราะห์ปัญหาร่วมกัน และเลือกเทคนิคที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ และสภาพเส้นผมของคุณอย่างแท้จริง

หากยังไม่แน่ใจว่าควรเริ่มต้นอย่างไรดีกับปัญหาเส้นผมที่กังวลใจ ขอแนะนำให้เข้ามาพูดคุยและตรวจวิเคราะห์สภาพเส้นผมอย่างละเอียดที่ Atier Wellness ครับ เรามีทีมแพทย์เฉพาะทางที่พร้อมให้คำปรึกษาอย่างจริงใจ พร้อมเทคโนโลยีที่ทันสมัยที่จะช่วยออกแบบแนวผมใหม่ให้รับกับใบหน้า เพื่อคืนความมั่นใจและบุคลิกภาพที่ดีให้กับคุณ

เอเทียร์ เวลเนส (ATier Wellness) ขอขอบพระคุณลูกค้าทุกท่าน ที่มอบความไว้วางใจให้เราได้เป็นส่วนหนึ่งในการดูแลสุขภาพและความงามของคุณ

หากสนใจสอบถามรายละเอียดหรือโปรโมชัน แอดไลน์ @atier ได้เลยนะคะ

Line คลิก > @atier
Facebook คลิก > ATier Wellness
Instagram คลิก > @atierwellness
Call คลิก > 095-526-6226

คลินิกเรามี 4 สาขานะคะ
📍 สาขาพระราม 9
📍 สาขาวงเวียนใหญ่
📍 สาขามหานคร
📍 สาขาพัฒนาการ

เปิดให้บริการทุกวัน : 11.00-20.00 น.