หากพูดถึงโปรแกรมยกกระชับใบหน้า หลายคนจะนึกถึงการฉีดฟิลเลอร์ หรือการทำอัลเทอร่าเพื่อกระตุ้นชั้น SMAS แต่โปรแกรม Emface นั้นแตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง เพราะเทคโนโลยีนี้ไม่ได้มุ่งเป้าไปที่ผิวหนัง ไม่ได้ไปแตะชั้นพังผืด แต่ลงลึกถึงกล้ามเนื้อใบหน้าโดยตรง ในบทความนี้ เราจะมารู้จักกับเทคโนโลยีอย่าง HIFES และ Synchronized RF ของโปรแกรม Emface ว่ามีกลไกการทำงานในการกระชับผิวอย่างไร ถึงทำให้ผิวออกมาดูมีสุขภาพดี ลองไปอ่านพร้อม ๆ กันเลย
หัวข้อที่ต้องการอ่าน
HIFES คืออะไร? เทคโนโลยี High-Intensity Facial Electromagnetic Stimulation
เทคโนโลยี HIFES ย่อมาจาก High-Intensity Facial Electromagnetic Stimulation หรือการกระตุ้นกล้ามเนื้อใบหน้าด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าความเข้มสูง เป็นเทคโนโลยีที่ฟังดูซับซ้อน แต่จริง ๆ แล้วหลักการไม่ได้ต่างจากสิ่งที่ร่างกายทำอยู่ทุกวัน นั่นก็คือ ทุกครั้งที่คุณขมวดคิ้ว ยิ้ม หรือแสดงสีหน้าใด ๆ สมองก็จะส่งสัญญาณไฟฟ้าผ่านเส้นประสาทไปยังกล้ามเนื้อ ซึ่งเมื่อกล้ามเนื้อรับสัญญาณแล้วก็จะเกิดการหดตัวทำให้ผิวกระชับมากขึ้น ซึ่ง HIFES เองก็ทำสิ่งเดียวกัน เพียงแต่ใช้คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าจากภายนอกแทนสัญญาณจากสมอง
กล้ามเนื้อใบหน้าที่ HIFES กระตุ้นหลัก ๆ ได้แก่
- Frontalis : กล้ามเนื้อหน้าผาก ที่ทำหน้าที่ยกคิ้วและหน้าผากขึ้น
- Zygomaticus : กล้ามเนื้อแก้ม ที่ช่วยยกมุมปากและแก้มขึ้น
- Risorius และ Orbicularis oris : บริเวณรอบปากและริมฝีปาก
เมื่อกล้ามเนื้อเหล่านี้ได้รับการกระตุ้นและแข็งแรงขึ้น โครงสร้างใบหน้าก็ถูกยก และดึงรั้งไว้ในตำแหน่งที่ดีขึ้นตามธรรมชาติ ทำให้ผลลัพธ์การยกกระชับออกมาดูเป็นธรรมชาตินั่นเอง
Synchronized RF ในโปรแกรม Emface คืออะไร? ทำไมต้องทำงานร่วมกับ HIFES
หาก HIFES คือการออกกำลังกายกล้ามเนื้อหน้า Synchronized RF ก็คือองค์ประกอบที่ทำให้การออกกำลังกายนั้นได้ผลดีขึ้นหลายเท่า โดย RF (Radiofrequency) หรือที่เรียกว่าคลื่นความถี่วิทยุ คือเทคโนโลยีที่ถูกใช้มาอย่างยาวนานในการกระตุ้นคอลลาเจน โดยเมื่อคลื่น RF เดินทางผ่านเนื้อเยื่อ ก็จะเกิดความร้อนขึ้นในระดับที่ควบคุมได้ ความร้อนนี้ก็จะไปกระตุ้นไฟโบรบลาสต์ ซึ่งเป็นเซลล์ผิวหนังที่ทำหน้าที่ผลิตคอลลาเจนและอีลาสติน ทำให้ผิวดูอ่อนเยาว์มากขึ้นนั่นเอง
และสิ่งที่ทำให้โปรแกรม Emface โดดเด่นก็คือ การทำงานของทั้ง 2 เทคโนโลยีนี้ไปพร้อม ๆ กัน ที่เปรียบเหมือนกับการกินโปรตีนพร้อมกับการออกกำลังกาย แทนที่จะกินเฉย ๆ หรือออกกำลังกายโดยไม่มีโภชนาการสนับสนุน การทำงานไปพร้อม ๆ กันจะให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่าการทำแยกกันเสมอ ดังนั้น การทำโปรแกรม Emface จึงทำให้ได้ผลลัพธ์ทั้งการกระชับผิว และฟื้นฟูคอลลาเจนให้ผิวอ่อนเยาว์อย่างเป็นธรรมชาตินั่นเอง
การหดตัวของกล้ามเนื้อระดับ 2,100 ครั้งต่อเซสชัน ส่งผลต่อใบหน้าอย่างไร
ตัวเลข 2,100 ครั้งในหนึ่งเซสชันฟังดูมากมาย แต่สิ่งที่น่าสนใจกว่าตัวเลขคือ ประเภทของการหดตัวที่เกิดขึ้น ซึ่งในชีวิตปกติ เวลาเราขมวดคิ้วหรือยิ้ม กล้ามเนื้อก็จะเกิดการหดตัวตามคำสั่งของสมอง แต่สมองของเรานั้นถูกออกแบบมาให้ใช้กล้ามเนื้อแบบแค่พอที่จะทำงานนั้นสำเร็จ โดยปกติเราจะใช้หน่วยกล้ามเนื้อไม่เกิน 40-60% ของที่มีอยู่ทั้งหมด แต่ HIFES สามารถกระตุ้นได้ถึงเกือบ 100% ของหน่วยกล้ามเนื้อในคราวเดียว
ซึ่งเมื่อกล้ามเนื้อถูกกระตุ้นอย่างเข้มข้นในระดับนี้ซ้ำ ๆ กัน 2,100 ครั้ง สิ่งที่เกิดขึ้นในระดับเซลล์ก็คือกระบวนการที่เรียกว่า Muscle Remodeling กล้ามเนื้อจะเกิดการปรับตัวต่อความเครียดที่ได้รับโดยการสร้างเส้นใยกล้ามเนื้อใหม่เพิ่มเติม เพื่อเสริมความหนาแน่นของกล้ามเนื้อ และปรับโครงสร้างภายในให้มีประสิทธิภาพขึ้น
โดยในแง่ผลลัพธ์ที่มองเห็นได้บนใบหน้า จะเห็นได้ว่าแก้มดูอวบอิ่มขึ้น คิ้วและหางตายกขึ้น ร่องแก้มเด่นชัดขึ้น และโครงหน้าดูชัดเจนมีมิติมากขึ้น โดยเฉพาะบริเวณโหนกแก้ม โดยที่ผลลัพธ์เหล่านั้นจะดูเป็นธรรมชาติมาก ๆ
RF กระตุ้นคอลลาเจนและอีลาสตินอย่างไรระหว่างการทำงานของกล้ามเนื้อ
ผิวหนังของเราประกอบด้วยหลายชั้น และในชั้น Dermis หรือหนังแท้ มีโครงข่ายของคอลลาเจนและอีลาสตินที่ทำหน้าที่เหมือนนั่งร้านของผิว ถ้าโครงข่ายนี้แน่นหนา ผิวก็จะยืดหยุ่น ตึงกระชับ ถ้าเสื่อมสภาพไปตามอายุ ผิวก็จะหย่อนคล้อย เหี่ยวย่นตามไปด้วย โดยคลื่น RF ที่ใช้ในโปรแกรม Emface จะมีความถี่และความลึกที่ออกแบบมาให้ความร้อนไปสะสมในชั้น Dermis โดยเฉพาะ อุณหภูมิที่เหมาะสมอยู่ในช่วง 40-43 องศาเซลเซียส ซึ่งร้อนพอที่จะ
- กระตุ้นไฟโบรบลาสต์ เซลล์ที่ผลิตคอลลาเจน และอีลาสตินให้เพิ่มอัตราการผลิต
- ทำให้เส้นใยคอลลาเจนที่หย่อนอยู่เกิดการหดตัวเฉียบพลัน ให้ผิวตึงกระชับมากขึ้น
- กระตุ้นการซ่อมแซม และสร้างเนื้อเยื่อใหม่
ทำไมการบริหารกล้ามเนื้อหน้าเอง ถึงไม่ได้ผลเท่าโปรแกรม Emface
คำตอบของคำถามนี้จะขึ้นอยู่กับความเข้มข้นของรูปแบบการกระตุ้น มีข้อจำกัดสำคัญอยู่ 3 ข้อด้วยกันที่ทำให้การบริหารหน้าเองไม่สามารถทดแทน Emface ได้ ดังนี้
- ปัญหาเรื่อง Motor Unit Recruitment : ดังที่กล่าวไปแล้ว สมองของเราจะไม่มีทางสั่งกล้ามเนื้อให้หดตัวได้ถึง 100% ของ Motor Unit ไม่ว่าจะพยายามแค่ไหน นั่นเป็นกลไกป้องกันของร่างกายไม่ให้กล้ามเนื้อบาดเจ็บจากการใช้งานเกินขีดจำกัด ซึ่ง HIFES สามารถตอบโจทย์ในจุดนี้ได้
- ปัญหาเรื่องกล้ามเนื้อต่อต้านกัน : กล้ามเนื้อบนใบหน้าทำงานเป็นระบบ บางมัดดึงขึ้น บางมัดดึงลง ดังนั้น เมื่อพยายามบริหารกล้ามเนื้อมัดหนึ่ง กล้ามเนื้อมัดตรงข้ามมักจะเกิดการหดตัวต้านโดยอัตโนมัติ ทำให้ไม่ได้รับแรงกระตุ้นเต็มที่ แต่ HIFES สามารถออกแบบรูปแบบการกระตุ้นที่เลือกเป้าหมายกล้ามเนื้อมัดใดมัดหนึ่งได้โดยเฉพาะ โดยไม่กระตุ้นกล้ามเนื้อต่อต้าน
- ปัญหาเรื่องการบริหารหน้ากับริ้วรอย : การที่เราหดกล้ามเนื้อใบหน้าซ้ำ ๆ บ่อย ๆ ด้วยตัวเอง อาจทำให้เกิดริ้วรอยจากการเคลื่อนไหว เช่น รอยขมวดคิ้ว รอยยิ้ม หรือริ้วรอยรอบดวงตา เพราะผิวถูกพับซ้ำ ๆ บนกล้ามเนื้อที่หดตัว แต่ใน Emface รูปแบบการกระตุ้นจะถูกออกแบบมาเพื่อกระตุ้นกล้ามเนื้อให้แข็งแรงโดยไม่สร้างการพับของผิวซ้ำ ๆ และยังมี RF ช่วยกระตุ้นคอลลาเจนเพื่อชดเชยพร้อมกันด้วย
FAQ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ HIFES และ Emface
โปรแกรม Emface เจ็บไหม?
เจ็บน้อยมาก ส่วนใหญ่ผู้เข้ารับบริการรู้สึกถึงการสั่นสะเทือนของกล้ามเนื้อ และความอุ่นเล็กน้อยจาก RF แต่ไม่มีแผล ไม่มีรอยช้ำ และไม่ต้องพักฟื้น สามารถกลับไปใช้ชีวิตและทำงานได้ทันทีหลังทำ
โปรแกรม Emface ทำกี่ครั้งถึงจะเห็นผล?
โดยทั่วไป แพทย์มักแนะนำให้ทำ 4 ครั้ง ห่างกันประมาณ 5-7 วันต่อครั้ง โดยจะเริ่มเห็นความเปลี่ยนแปลงหลังครั้งที่ 2-3 และผลลัพธ์ชัดเจนประมาณ 1-3 เดือนหลังจบโปรแกรม เนื่องจากกระบวนการสร้างคอลลาเจนยังดำเนินต่อหลังการรักษา
โปรแกรม Emface เหมาะกับใคร?
เหมาะกับผู้ที่เริ่มสังเกตเห็นใบหน้าหย่อนคล้อย แก้มตก ร่องแก้มลึกขึ้น หรือคิ้วตกหนักขึ้น โดยเฉพาะในช่วงอายุ 30 ปีขึ้นไปที่กล้ามเนื้อและคอลลาเจนเริ่มเสื่อมถอย รวมถึงผู้ที่ต้องการบำรุงรักษาใบหน้าเชิงป้องกันก่อนที่จะเริ่มหย่อนคล้อย
โปรแกรม Emface ผลลัพธ์อยู่ได้นานแค่ไหน?
ผลลัพธ์ของโปรแกรม Emface จะคงอยู่ได้ประมาณ 6-12 เดือน (ขึ้นอยู่กับอายุ สภาพผิว และการดูแลตัวเองของแต่ละบุคคล) การทำอย่างต่อเนื่องปีละ 1-2 ครั้งจะช่วยรักษาผลลัพธ์ให้ต่อเนื่องยาวนานขึ้นได้
ทำโปรแกรม Emface พร้อมกับการฉีด Botox หรือฟิลเลอร์ได้ไหม?
สามารถทำได้ แต่ควรให้ระยะห่าง และปรึกษาแพทย์เรื่องลำดับการทำที่เหมาะสม โดยทั่วไปแนะนำให้ทำ Emface ก่อนและรอให้ผลลัพธ์คงที่ แล้วจึงพิจารณาให้ทำหัตถการอื่นเพิ่มเติม
ยกกระชับใบหน้าด้วยโปรแกรม Emface ที่ Atier Wellness โดยไม่ต้องฉีดหรือผ่าตัด
ที่ Atier Wellness เราคือศูนย์ความงามและเวชศาสตร์ความงามครบวงจร ดูแลโดยแพทย์เฉพาะทางที่มีประสบการณ์ยาวนานในการประเมินและวางแผนการรักษาเฉพาะบุคคล วิเคราะห์โครงสร้างใบหน้า ประเมินชั้นกล้ามเนื้อและผิวหนัง และออกแบบแผนการรักษาที่ตอบโจทย์คุณโดยเฉพาะ การทำโปรแกรม Emface ที่นี่จะมีการประเมินผล และปรับพารามิเตอร์ให้เหมาะสมในแต่ละครั้ง และสามารถวางแผนร่วมกับหัตถการอื่น ๆ ของทางคลินิกได้ ไม่ว่าจะเป็นการดูแลผิวพรรณ การยกกระชับเสริม หรือการดูแลสุขภาพโดยรวม