อาการแพ้ฟิลเลอร์ เป็นอย่างไร ควรรีบพบแพทย์เร็วแค่ไหน เพื่อรักษา

อาการแพ้ฟิลเลอร์ เป็นอย่างไร ควรรีบพบแพทย์เร็วแค่ไหน เพื่อรักษา

โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ ได้กลายมาเป็นอีกหนึ่งหัตถการความงามที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากโดยเฉพาะในช่วงหลายปีที่ผ่านมานี้ เพราะให้ผลลัพธ์ที่เห็นได้ชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นการเติมร่องแก้ม เติมเต็มริมฝีปาก หรือลดความลึกของร่องแก้มจากอายุที่มากขึ้น แต่การฉีดฟิลเลอร์เองก็เหมือนกับหัตถการทางการแพทย์อื่น ๆ ย่อมมีความเสี่ยงที่ต้องรู้จักและทำความเข้าใจ โดยเฉพาะเรื่องของอาการแพ้ฟิลเลอร์ ซึ่งถ้าไม่รู้จะดูแลตัวเองอย่างไร หรือรอนานเกินไปกว่าจะพบแพทย์ ก็อาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงได้

หัวข้อที่ต้องการอ่าน

อาการแพ้ฟิลเลอร์คืออะไร ?

อาการแพ้ฟิลเลอร์ คืออาการที่ครอบคลุมปฏิกิริยาหลายรูปแบบของร่างกายต่อสารที่ฉีดเข้าไป ตั้งแต่ปฏิกิริยาอักเสบเล็กน้อยที่หายเองได้ ไปจนถึงปฏิกิริยาภูมิแพ้รุนแรง (Hypersensitivity Reaction) ที่ต้องได้รับการรักษาทางการแพทย์โดยเร่งด่วน โดยปฏิกิริยาเหล่านี้แบ่งได้เป็น 2 กลุ่มหลัก ได้แก่

  • Early Reaction (ปฏิกิริยาเร็ว) : เกิดขึ้นภายในไม่กี่ชั่วโมงถึง 2 – 3 วันหลังฉีด มักเป็นการตอบสนองทางภูมิคุ้มกันทันที
  • Late Reaction (ปฏิกิริยาช้า) : เกิดขึ้นหลังฉีดไปแล้วหลายสัปดาห์ หลายเดือน หรือบางรายนานเป็นปี เป็นได้ตั้งแต่ก้อนอักเสบเรื้อรังไปจนถึง Granuloma หรือปฏิกิริยาของเนื้อเยื่อแบบต่างชนิดจากร่างกาย
อาการแพ้ฟิลเลอร์เกิดจากอะไร ?

อาการแพ้ฟิลเลอร์เกิดจากอะไร ?

หลายคนอาจจะคิดว่า อาการแพ้ฟิลเลอร์นั้นเกิดจากคุณภาพของฟิลเลอร์ที่เลือกใช้เพียงอย่างเดียว แต่จริง ๆ แล้วมีปัจจัยหลายอย่างที่เกี่ยวข้อง ได้แก่

1. เกิดจากตัวสารฟิลเลอร์เอง

แม้ว่าฟิลเลอร์ HA จะมีโอกาสแพ้น้อย แต่ฟิลเลอร์บางชนิดที่ไม่ใช่ HA อาจกระตุ้นภูมิคุ้มกันได้มากกว่า รวมถึงยังอาจมีสารกันเสียหรือส่วนผสมเพิ่มเติมในผลิตภัณฑ์ที่อาจเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดอาการแพ้ด้วย

2. เกิดจากเทคนิคการฉีดและความสะอาด

การฉีดในพื้นที่ที่ไม่สะอาดเพียงพอ หรือเทคนิคที่ไม่ถูกต้อง เช่น การฉีดลึกเกินไป หรือฉีดเข้าหลอดเลือด สามารถทำให้เกิดการอักเสบรุนแรงหรือเนื้อตายได้ แม้จะไม่ใช่การแพ้แบบภูมิแพ้โดยตรง แต่มีอันตรายมากกว่า

3. เกิดจากภาวะภูมิต้านทานของผู้รับบริการ

คนที่มีโรคภูมิต้านตัวเอง เช่น โรคลูปัส หรือโรคไขข้ออักเสบรูมาตอยด์ มีความเสี่ยงสูงกว่าในการเกิดปฏิกิริยาต่อฟิลเลอร์ รวมถึงคนที่เคยมีประวัติแพ้ยาหรือแพ้สารฉีดชนิดอื่น ๆ มาก่อน

4. เกิดจากการสะสมของฟิลเลอร์จากการฉีดซ้ำ

บางรายที่ฉีดฟิลเลอร์ซ้ำในจุดเดิมบ่อย ๆ โดยไม่มีการละลายฟิลเลอร์เก่าออกก่อน อาจสะสมสารจนร่างกายเริ่มตอบสนองในลักษณะที่ผิดปกติได้

5. การติดเชื้อแฝง

เมื่อร่างกายมีการติดเชื้อ ไม่ว่าจะเป็นไข้หวัด เริม หรือการติดเชื้ออื่น ๆ ระบบภูมิคุ้มกันที่ถูกกระตุ้นอยู่แล้วอาจทำให้เกิดปฏิกิริยาต่อฟิลเลอร์ที่ฉีดค้างอยู่ในร่างกาย จนเกิดการอักเสบขึ้นมาได้ และนี่จึงเป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่แพทย์มักไม่แนะนำให้ฉีดฟิลเลอร์ในช่วงที่ร่างกายไม่แข็งแรง

อาการแพ้ฟิลเลอร์ที่พบได้มีอะไรบ้าง ?

อาการแพ้ฟิลเลอร์สามารถแบ่งได้ตามระดับความรุนแรง ดังนี้

อาการระดับเบา

  • บวมแดงบริเวณที่ฉีด เกินกว่าปกติและนานเกิน 5-7 วัน
  • คัน หรือรู้สึกร้อนผิดปกติที่ผิวหนัง
  • ผื่นแดงรอบ ๆ จุดฉีด
  • มีตุ่มนูนเล็ก ๆ ที่ไม่ยุบลงตามเวลา

อาการระดับปานกลาง

  • ฟิลเลอร์บวม มากผิดปกติ บวมไม่สมมาตร หรือบวมเป็นก้อนชัดเจน
  • ก้อนแข็งใต้ผิวหนัง ที่กดเจ็บ หรือไม่เจ็บก็ตาม
  • ผิวเปลี่ยนสีเป็นม่วงหรือซีดขาว โดยเฉพาะรอบปาก จมูก หรือใต้ตา ซึ่งอาจเป็นสัญญาณของหลอดเลือดอุดตัน
  • มีไข้ต่ำ ๆ หรือรู้สึกอ่อนเพลียหลังการฉีด

อาการระดับรุนแรง

  • ปวดรุนแรงและทันทีทันใด หลังฉีด บริเวณจมูก หน้าผาก หรือรอบดวงตา
  • ผิวหนังซีดขาว เขียวคล้ำ หรือมีสีผิดปกติอย่างชัดเจน
  • ตาพร่ามัว มองเห็นผิดปกติ หรือปวดตา ซึ่งอาจหมายถึงฟิลเลอร์เข้าหลอดเลือดที่ไปเลี้ยงดวงตา
  • บวมแดง และเจ็บปวดมากในระยะเวลาอันสั้น อาจเป็นสัญญาณของการติดเชื้อเฉียบพลัน
  • หายใจลำบาก ความดันโลหิตต่ำ หรืออาการช็อก ซึ่งพบน้อยมากแต่อันตรายถึงชีวิต
อาการแบบไหนเป็นปกติหลังฉีด และแบบไหนผิดปกติ

อาการแบบไหนเป็นปกติหลังฉีด และแบบไหนผิดปกติ

ถ้าหากอาการที่เกิดขึ้นมีแนวโน้มว่าจะรุนแรงมากขึ้น หรือนานขึ้น แทนที่จะค่อย ๆ ดีขึ้น ให้รีบติดต่อแพทย์ที่ทำหัตถการทันที อย่ารอดูเองนานเกินกว่า 24 – 48 ชั่วโมงในกรณีที่สงสัย

ผลข้างเคียงปกติที่อาจเกิดขึ้นหลังฉีดฟิลเลอร์

  • บวมเล็กน้อย 1-3 วัน
  • ช้ำบริเวณที่ฉีด 3-7 วัน
  • แดงเล็กน้อย 1-2 วัน
  • มีนูนเล็กน้อยช่วงแรก
  • เจ็บเล็กน้อยหลังฉีด 1-2 วัน

ผลข้างเคียงผิดปกติที่อาจเกิดขึ้นหลังฉีดฟิลเลอร์

  • บวมมากขึ้นเรื่อย ๆ หรือไม่ยุบใน 7 วัน
  • ช้ำเป็นวงกว้าง หรือมีสีผิดปกติมาก
  • แดงลุกลาม ร้อน และเจ็บมากขึ้น
  • ก้อนแข็งที่ไม่ยุบใน 2-4 สัปดาห์
  • เจ็บรุนแรง ปวดตุ๊บ ๆ หรือปวดมากขึ้น

แพ้ฟิลเลอร์อันตรายไหม ?

ความอันตรายของอาการแพ้ฟิลเลอร์จะขึ้นอยู่กับชนิดของปฏิกิริยาที่เกิดขึ้น โดยอาการแพ้ระดับเบาถึงปานกลางส่วนใหญ่สามารถรักษาได้และหายได้สนิท แต่ถ้าเป็นกรณีที่มีอาการรุนแรง เช่น หลอดเลือดอุดตันจากฟิลเลอร์ นี่คือภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ที่ต้องได้รับการรักษาภายในไม่กี่ชั่วโมง มิเช่นนั้นอาจทำให้เนื้อเยื่อตาย เป็นแผลเป็นถาวร หรือในกรณีที่ฟิลเลอร์เข้าหลอดเลือดที่ไปเลี้ยงดวงตา อาจถึงขั้นตาบอดได้ แม้จะพบได้น้อยมาก

แพ้ฟิลเลอร์ควรทำอย่างไร ?

  • ติดต่อแพทย์ผู้ทำหัตถการทันที อย่าลองซื้อยามากินเองหรือรอดูสถานการณ์นานเกินไป
  • ถ่ายภาพอาการไว้เพื่อเปรียบเทียบการเปลี่ยนแปลง
  • ถ้ามีอาการผิวซีดขาว เขียวคล้ำ หรือปวดรุนแรงในบริเวณจมูกและรอบดวงตา ให้รีบไปห้องฉุกเฉินทันที เพราะนาทีแรก ๆ คือสิ่งสำคัญที่สุดในการรักษาภาวะหลอดเลือดอุดตันจากฟิลเลอร์
  • แจ้งประวัติการแพ้ยา โรคประจำตัว และรายชื่อยาที่กินอยู่ให้แพทย์ทราบ
ทำไมต้องทำโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ที่ Atier Wellness

ทำไมต้องทำโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ที่ Atier Wellness

  • Best Hands by Best Practice : มั่นใจในผลลัพธ์ของการฉีดฟิลเลอร์ด้วยทีมแพทย์เฉพาะทางที่มีประสบการณ์ยาวนาน นำโดย ‘คุณหมอลิ้ง’ นายแพทย์ วีระวิชย์ วาทีทิพย์ ผู้เชี่ยวชาญระดับอาจารย์แพทย์ผู้สอนฉีดฟิลเลอร์ (Galderma Trainer) ที่พร้อมวิเคราะห์โครงสร้างใบหน้าและใช้เทคนิคการฉีดที่แม่นยำ เพื่อลดความเสี่ยงและภาวะแทรกซ้อนอย่างมืออาชีพ
  • Best Technology : เราเลือกใช้เฉพาะฟิลเลอร์แบรนด์แท้คุณภาพสูงที่ผ่านการรับรองมาตรฐานจาก U.S. FDA และ อย.ไทย เท่านั้น สามารถตรวจสอบได้ทุกกล่อง เพื่อให้คนไข้มั่นใจได้ในความบริสุทธิ์ของตัวยา และประสิทธิภาพในการเติมเต็มที่พิสูจน์ได้จริง
  • Best AfterCare : ออกแบบแผนการรักษาเฉพาะบุคคล และให้ความสำคัญกับการดูแลหลังทำอย่างใกล้ชิด ทุกขั้นตอนยึดถือมาตรฐานความปลอดภัยสูงสุด พร้อมทีมแพทย์และผู้ช่วยส่วนตัวที่คอยติดตามผลและให้คำแนะนำอย่างละเอียด เพื่อให้ผลลัพธ์การรักษาออกมาสมบูรณ์แบบ และยาวนาน
  • Your Best Choice : ยืนยันคุณภาพด้วยรางวัลระดับประเทศอย่างต่อเนื่อง และได้รับความเชื่อมั่นจากเหล่าดารา เซเลบริตี้ และผู้รับบริการจากทั่วทุกมุมโลก ที่เลือกให้เราเป็นผู้ดูแลความงามด้วยความไว้วางใจในมาตรฐานระดับ “A-Tier”

วิธีลดความเสี่ยงก่อนฉีดฟิลเลอร์

ก่อนเข้ารับการฉีดฟิลเลอร์ทุกครั้ง มีข้อควรปฏิบัติ ดังนี้

ก่อนฉีด 1-2 สัปดาห์

  • งดทานยาละลายลิ่มเลือด เช่น แอสไพริน และ NSAIDs ตามคำแนะนำของแพทย์
  • งดอาหารเสริมที่อาจมีผลต่อการแข็งตัวของเลือด เช่น น้ำมันปลา วิตามิน E และโสม
  • แจ้งแพทย์หากมีโรคประจำตัว โดยเฉพาะโรคภูมิแพ้ โรคภูมิต้านตัวเอง หรือเคยมีประวัติเริม (Herpes) เพราะอาจต้องได้ยาป้องกันก่อน

การเตรียมตัวในวันฉีด

  • มาในสภาพร่างกายที่แข็งแรง ไม่ป่วย ไม่มีไข้
  • แจ้งประวัติการฉีดฟิลเลอร์ครั้งก่อนๆ ให้แพทย์ทราบ รวมถึงชนิดและปริมาณที่เคยได้รับ
  • งดแอลกอฮอล์ก่อนฉีดอย่างน้อย 24 ชั่วโมง

การดูแลตัวเองหลังฉีด

  • หลีกเลี่ยงการออกกำลังกายหนัก อบซาวน่า หรืออยู่กลางแดดนาน 24-48 ชั่วโมงหลังฉีด
  • ไม่นวดหรือกดหน้าแรง ๆ ในช่วง 1-2 สัปดาห์แรก
  • ติดตามอาการอย่างใกล้ชิด และรีบติดต่อแพทย์หากมีสิ่งผิดปกติ

FAQ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการแพ้ฟิลเลอร์

ขึ้นอยู่กับชนิดของอาการ อาการบวมแดงเล็กน้อยมักหายเองได้ใน 3-7 วัน แต่ก้อนอักเสบหรืออาการที่เกี่ยวข้องกับหลอดเลือด และการติดเชื้อ จำเป็นต้องได้รับการรักษาจากแพทย์เสมอ

ถ้าหากมีอาการผิดปกติอย่างชัดเจน เช่น ผิวซีดขาว เขียวคล้ำ ปวดรุนแรง หรือตามัว ควรพบแพทย์ ภายใน 1-2 ชั่วโมง เพราะอาการแพ้ฟิลเลอร์ที่รุนแรงจำเป็นต้องได้รับการรักษาภายใน 4-6 ชั่วโมงแรกจึงจะมีโอกาสฟื้นฟูเนื้อเยื่อได้ดี สำหรับอาการปานกลาง เช่น บวมผิดปกติหรือก้อนที่ไม่ยุบ ควรพบแพทย์ภายใน 24-48 ชั่วโมง

สามารถเกิดอาการแพ้ได้เช่นกัน เพราะแม้ว่า HA จะเป็นสารที่ร่างกายผลิตเอง และมีโอกาสแพ้น้อย แต่ก็ไม่ใช่ว่าเป็นไปไม่ได้เลย เพราะฟิลเลอร์มีส่วนผสมอื่นด้วย และปฏิกิริยาของแต่ละคนต่อสารแปลกปลอมที่ฉีดเข้าไปก็แตกต่างกัน

จำเป็นต้องมีการประเมินเป็นรายบุคคล โดยแพทย์จะพิจารณาจากสาเหตุของการแพ้ ชนิดของฟิลเลอร์ที่ใช้ และอาการที่เกิดขึ้น ในบางกรณีสามารถเปลี่ยนชนิดฟิลเลอร์หรือปรับเทคนิคได้ แต่บางกรณีก็ไม่แนะนำให้ฉีดซ้ำเลย

อาการบวมในช่วง 1-3 วันแรกหลังฉีดฟิลเลอร์ถือเป็นเรื่องปกติ แต่ถ้าหากมีอาการบวมมากขึ้น และรุนแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ เกิน 7-10 วันโดยไม่ยุบเลย ถือว่าผิดปกติและควรพบแพทย์เพื่อตรวจสอบ

โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ ที่ Atier Wellness

เมื่อพูดถึงการฉีดฟิลเลอร์ สิ่งที่หลายคนกังวลมากที่สุดไม่ใช่เรื่องของราคา หรือแม้แต่ผลลัพธ์ความสวยงาม แต่คือ “ฉีดแล้วปลอดภัยไหม และถ้าเกิดปัญหาขึ้นมาจะมีใครดูแล?” นั่นคือเหตุผลที่การเลือกสถานที่ฉีดฟิลเลอร์สำคัญพอ ๆ กับการตัดสินใจฉีด

ที่ Atier Wellness & Surgery เราไม่ได้มองว่าการฉีดฟิลเลอร์คือบริการที่ทำเสร็จแล้วจบ แต่มองว่าคือกระบวนการดูแลสุขภาพผิวและโครงสร้างใบหน้าที่ต้องอาศัยความเชี่ยวชาญในทุกขั้นตอน ตั้งแต่ก่อนเริ่มจนถึงหลังทำเสร็จ ทุกขั้นตอนจึงต้องได้รับการดูแลโดยแพทย์ผิวหนังและศัลยแพทย์เฉพาะทาง ที่มีความเข้าใจกายวิภาคของใบหน้าอย่างลึกซึ้ง รู้ว่าจุดไหนเสี่ยง จุดไหนควรหลีกเลี่ยง และจุดไหนให้ผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติที่สุดสำหรับโครงหน้าของคุณโดยเฉพาะ

เอเทียร์ เวลเนส (ATier Wellness) ขอขอบพระคุณลูกค้าทุกท่าน ที่มอบความไว้วางใจให้เราได้เป็นส่วนหนึ่งในการดูแลสุขภาพและความงามของคุณ

หากสนใจสอบถามรายละเอียดหรือโปรโมชัน แอดไลน์ @atier ได้เลยนะคะ

Line คลิก > @atier
Facebook คลิก > ATier Wellness
Instagram คลิก > @atierwellness
Call คลิก > 095-526-6226

คลินิกเรามี 4 สาขานะคะ
📍 สาขาพระราม 9
📍 สาขาวงเวียนใหญ่
📍 สาขามหานคร
📍 สาขาพัฒนาการ

เปิดให้บริการทุกวัน : 11.00-20.00 น.