เพื่อน ๆ หลายคนอาจสังเกตเห็นว่า ใบหน้าของตัวเองดูกลมขึ้น หน้าดูบวม หรือมีกรอบหน้าไม่ชัดเจนเหมือนเดิม ทั้ง ๆ ที่ลองชั่งน้ำหนักแล้วตัวเลขก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปมากนัก นั่นอาจเป็นเพราะว่าใบหน้าเป็นจุดที่ไม่ได้เปลี่ยนแปลงตอบสนองต่อน้ำหนักตัวเสมอไป โครงสร้างของใบหน้านั้นซับซ้อนกว่านั้นมาก มีหลายปัจจัยด้วยกันที่ทำให้ใบหน้าดูกลม หนัก และมีอายุขึ้น ในบทความนี้ เราจะมาอธิบายถึงกลไกของปัญหาหน้าอ้วนแต่ละประเภทอย่างตรงไปตรงมา พร้อมทั้งแนะนำแนวทางแก้ไขที่เหมาะกับแต่ละสาเหตุ เพื่อให้เข้าใจว่า ตัวเองกำลังเผชิญกับปัญหาแบบไหน และควรเริ่มต้นที่จุดไหน ไปดูกันเลย
หัวข้อที่ต้องการอ่าน
ทำไมหน้าอ้วนและแก้มออก ทั้งที่น้ำหนักไม่ได้ขึ้นมาก
การที่หน้าอ้วนและแก้มออก ไม่ได้เกิดจากน้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้นเสมอไป เนื่องจากใบหน้าของคนเราประกอบด้วยหลายชั้น ตั้งแต่ผิวหนังชั้นนอก ชั้นไขมันที่มีหลายก้อนอยู่ในตำแหน่งต่าง ๆ กล้ามเนื้อสำหรับการแสดงออกทางสีหน้า และโครงกระดูก ซึ่งเมื่อเราอายุมากขึ้น แต่ละชั้นก็จะเกิดการเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางของตัวเอง และการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้รวมกันทำให้ใบหน้าดูกลมและหย่อนลงได้โดยไม่เกี่ยวกับเรื่องของน้ำหนักตัว
แก้มเยอะเกิดจากไขมัน กล้ามเนื้อ หรือผิวหย่อน? วิธีแยกแต่ละปัญหา
การรู้สาเหตุที่ทำให้แก้มออก หน้าบวมเป็นเรื่องสำคัญมาก เพราะการรักษาที่ตรงจุดจะให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่าการรักษาแบบลองผิดลองถูกมาก ในจุดนี้ แพทย์จะมีการวิเคราะห์และประเมินสภาพใบหน้าอย่างละเอียด โดยสาเหตุที่ทำให้แก้มออก หน้าบวม ส่วนใหญ่แล้ว มีดังนี้
แก้มเยอะจากไขมัน
แก้มจะนุ่มเมื่อกดลงบนผิว มักเกิดทั้งบริเวณแก้มบนและแก้มล่าง บางครั้งมีไขมันใต้คางร่วมด้วย ใบหน้าจะดูกลมสม่ำเสมอ ไม่ค่อยมีเงาที่กรอบหน้า ซึ่งถ้าน้ำหนักตัวลดลงใบหน้าก็มักจะเปลี่ยนแปลงได้บ้าง แต่ไม่เสมอไป เพราะไขมันในใบหน้าบางส่วนตอบสนองต่อการลดน้ำหนักช้ากว่าส่วนอื่น
แก้มเยอะจากกล้ามเนื้อกราม
กรอบหน้าบริเวณกรามจะแข็งและนูนออกมา ใบหน้าดูเป็นรูปสี่เหลี่ยมมากกว่ากลม เมื่อกัดฟันหรือเคี้ยวจะรู้สึกกล้ามเนื้อตึงชัดเจน สาเหตุนี้มักพบในคนที่มีนิสัยกัดฟันหรือเครียด และกล้ามเนื้อส่วนนี้ไม่ลดลงจากการควบคุมน้ำหนักหรือออกกำลังกาย
แก้มเยอะจากผิวหย่อนคล้อย
ผิวจะดูหลวมเมื่อดึงหรือยกขึ้น ใบหน้าดูหนักไปทางด้านล่าง กรอบหน้าไม่ชัดเจน ร่องแก้มลึกขึ้น และผิวด้านข้างของหน้าดูหย่อนลงมา โดยมักจะเริ่มเห็นปัญหาชัดเจนหลังอายุ 35 ปีขึ้นไป และอาจพบร่วมกับการหย่อนคล้อยที่คอและใต้คางด้วย
วิธีลดแก้มและกระชับกรอบหน้าแบบไม่ต้องผ่าตัดมีอะไรบ้าง
ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เทคโนโลยีความงามได้พัฒนาเป็นอย่างมาก จนมาถึงจุดที่สามารถช่วยปรับรูปหน้าได้โดยไม่ต้องผ่าตัด โดยแต่ละเทคโนโลยีนั้นก็มีหลักการทำงานที่แตกต่างกัน และเหมาะกับการแก้ปัญหาที่ต่างกัน การเลือกวิธีในการรักษาจึงต้องเลือกให้ตรงกับสาเหตุที่แท้จริง
โปรแกรม Thermage FLX เทคโนโลยีกระชับผิวลึกด้วยคลื่น RF
โปรแกรม Thermage FLX ยกกระชับด้วยการใช้คลื่นวิทยุความถี่สูง (Radiofrequency) ส่งความร้อนลงไปถึงชั้น SMAS เพื่อกระตุ้นให้คอลลาเจนเดิมหดตัวและกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ขึ้นมาทดแทน ช่วยให้ผิวกระชับ กรอบหน้าชัดเจนมากขึ้นโดยเฉพาะบริเวณแก้มและขากรรไกร เหมาะมากสำหรับคนที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อยในระดับเริ่มต้นถึงปานกลาง ทำครั้งเดียวเห็นผลได้ยาวนาน และไม่จำเป็นต้องพักฟื้น
โปรแกรม Exion เทคโนโลยี RF ผสานกับเทคโนโลยี AI ที่แม่นยำกว่า
โปรแกรม Exion คือเทคโนโลยี Monopolar RF ที่ผสานการทำงานร่วมกับ AI ในการควบคุมอุณหภูมิแบบ Real-time ทำให้ความร้อนไปถึงเป้าหมายได้แม่นยำ และสม่ำเสมอตลอดการรักษา ช่วยกระตุ้นคอลลาเจนและ Hyaluronic Acid ในชั้นผิวลึก ซึ่งนอกจากจะช่วยกระชับรูปหน้าแล้ว ยังช่วยให้ผิวดูชุ่มชื้น และเรียบเนียนมากขึ้นด้วย เหมาะสำหรับคนที่ต้องการทั้งกระชับ และบำรุงผิวไปพร้อม ๆ กัน
โปรแกรม Emface เทคโนโลยียกกล้ามเนื้อใบหน้าด้วย HIFES + RF
โปรแกรม Emface จะมีการทำงานที่แตกต่างไปจากเทคโนโลยีอื่นในกลุ่มนี้ตรงที่เป็นการใช้คลื่น HIFES (High-Intensity Focused Electrical Stimulation) กระตุ้นกล้ามเนื้อใบหน้าโดยตรง ควบคู่กับ RF ที่กระตุ้นคอลลาเจนในผิวพร้อมกัน ทำให้กล้ามเนื้อใบหน้าแข็งแรงมากขึ้น พยุงโครงหน้าได้ดีขึ้น ใบหน้าจึงดูยกกระชับ และเรียวสวยมากขึ้นจากภายใน เหมาะสำหรับคนที่ต้องการยกกระชับแบบที่ดูเป็นธรรมชาติ และไม่อยากให้ผลลัพธ์ดูเกินจริง
โปรแกรม Morpheus8 เทคโนโลยี RF + Microneedling สำหรับไขมันและผิวพร้อมกัน
โปรแกรม Morpheus8 มีหลักการทำงานด้วยการใช้เข็มขนาดเล็กในการส่งพลังงาน RF เข้าไปในชั้นผิวลึกและชั้นไขมัน ทำให้สามารถรักษาทั้งสองชั้นไปพร้อม ๆ กันได้ในครั้งเดียว เหมาะมากสำหรับคนที่มีไขมันสะสมเล็กน้อยถึงปานกลางบริเวณแก้มและใต้คาง ควบคู่กับมีปัญหาผิวที่ต้องการกระตุ้นคอลลาเจน
Ultraformer III และ Ulthera Prime เทคโนโลยียกกระชับลึกถึงชั้น SMAS
ทั้งสองเทคโนโลยีนี้ ใช้หลักการทำงานของ HIFU (High-Intensity Focused Ultrasound) ส่งพลังงานอัลตราซาวด์ไปโฟกัสที่จุดเฉพาะในชั้นลึก สร้างความร้อนที่จุดเล็ก ๆ อย่างแม่นยำโดยไม่กระทบชั้นผิวด้านนอก ทำให้เนื้อเยื่อและชั้น SMAS ถูกกระตุ้น คอลลาเจนจะถูกสร้างใหม่ ช่วยให้ใบหน้ายกกระชับขึ้น เห็นผลชัดเจนโดยเฉพาะบริเวณขากรรไกร ใต้คาง และแก้ม นอกจากนี้ โปรแกรม Ulthera Prime ยังมีระบบวิเคราะห์ชั้นเนื้อเยื่อก่อนรักษาด้วย ทำให้การส่งพลังงานแม่นยำ และปลอดภัยยิ่งขึ้น ส่วน Ultraformer III เป็นอีกทางเลือกที่ครอบคลุมทั้งใบหน้าและลำตัว
โปรแกรม XTherma เทคโนโลยี RF กระตุ้นผิวชั้นลึกด้วยความร้อนสม่ำเสมอ
โปรแกรม XTherma เป็นอีกหนึ่งเทคโนโลยี RF ที่เน้นการส่งความร้อนลึกและสม่ำเสมอในบริเวณกว้าง เหมาะสำหรับคนที่ต้องการรักษาแบบ Maintenance หรือต้องการกระตุ้นคอลลาเจนทั่วทั้งใบหน้า ช่วยให้ผิวแน่นกระชับมากขึ้น กรอบหน้าดูคมชัดมากขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไปในแบบที่เป็นธรรมชาติ
เทคโนโลยียกกระชับช่วยให้หน้าเรียวขึ้นได้อย่างไร
เทคโนโลยียกกระชับจะเข้าไปกระตุ้นให้ชั้นเนื้อเยื่อกลับไปอยู่ในตำแหน่งที่ควรจะเป็น ส่งผลให้เมื่อทำแล้วกรอบหน้าจะคมชัดมากขึ้น แก้มล่างไม่หย่อนคล้อยลงมา และใบหน้าดูเรียวและยกขึ้นโดยธรรมชาติ นอกจากนี้ เทคโนโลยียกกระชับประเภทที่มีการกระตุ้นกล้ามเนื้อใบหน้าอย่างโปรแกรม Emface ยังมีข้อดีที่ให้โครงสร้างพยุงตัวเองได้ดีขึ้นในระยะยาวอีกด้วย
กระตุ้นคอลลาเจนและกล้ามเนื้อใบหน้า ช่วยลดความหย่อนคล้อยได้จริงไหม
สามารถช่วยได้จริง โดยต้องอธิบายก่อนว่า ความหย่อนคล้อยของใบหน้าเกิดจาก 2 สาเหตุหลักคือผิวที่สูญเสียคอลลาเจน และกล้ามเนื้อใบหน้าที่อ่อนแรงลงตามอายุ
ซึ่งเมื่อผิวถูกกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนด้วยเทคโนโลยียกกระชับต่าง ๆ ร่างกายก็จะเริ่มกระบวนการสร้างคอลลาเจนใหม่ขึ้นมาทดแทนของเดิมที่เสื่อมไป ในขณะเดียวกัน กล้ามเนื้อที่ถูกกระตุ้นก็จะกลับมาแข็งแรงมากขึ้น และสามารถพยุงโครงสร้างใบหน้าได้ดีกว่าเดิม ทำให้ใบหน้าดูยกกระชับขึ้น กรอบหน้าชัดเจนขึ้น และผิวแน่นขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ
แต่อย่างไรก็ตาม โปรแกรมยกกระชับเองก็ยังมีข้อจำกัดอยู่ นั่นก็คือ วิธีนี้จะให้ผลลัพธ์ที่ดีในระดับความหย่อนคล้อยเริ่มต้นถึงปานกลางเท่านั้น ถ้าหากปล่อยปัญหานี้เอาไว้นานจนผิวหย่อนคล้อยมากแล้ว ผลลัพธ์ที่ได้จะไม่เทียบเท่าการผ่าตัด นั่นจึงเป็นเหตุผลที่การเริ่มดูแลตั้งแต่เนิ่น ๆ ก่อนที่ปัญหาจะสะสมมากเกินไปให้ผลลัพธ์ที่ดี และคุ้มค่ากว่าเสมอ
หน้าอ้วนจากไขมัน vs หน้าอ้วนจากผิวหย่อน ใช้วิธีรักษาต่างกันอย่างไร
- ปัญหาหน้าอ้วนจากไขมัน : การรักษาจะเน้นไปที่การลดปริมาณไขมันในจุดสะสม โดยจะแนะนำเป็นโปรแกรม Morpheus8 ที่สามารถส่งพลังงาน RF ลงไปในผิวชั้นลึกได้ ซึ่งสามารถทำลายเซลล์ไขมันและกระตุ้นผิวได้ไปพร้อมกัน
- ปัญหาหน้าอ้วนจากผิวหย่อน : การรักษาจะเน้นไปที่การกระตุ้นคอลลาเจน และยกกระชับชั้นเนื้อเยื่อให้กลับมายกกระชับขึ้น จะแนะนำเป็นโปรแกรม Thermage FLX และ HIFU (Ultraformer III, Ulthera Prime) ขึ้นอยู่กับความลึกของชั้นที่ต้องการรักษา และถ้าต้องการกระตุ้นกล้ามเนื้อร่วมด้วย โปรแกรม Emface เองก็เป็นตัวช่วยเสริมที่ดีมาก
และกรณีที่มีทั้งสองปัญหาพร้อมกัน ซึ่งพบบ่อยในกลุ่มคนที่มีอายุ 35 ปีขึ้นไป แพทย์มักจะออกแบบการรักษาแบบผสมผสานหลายโปรแกรมเข้าด้วยกัน โดยแพทย์จะประเมินว่าปัญหาหลักคืออะไรก่อน แล้วจึงออกแบบแผนการรักษาที่เหมาะสม ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาพผิว และความต้องการของแต่ละบุคคล
FAQ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับปัญหาหน้าอ้วนและแก้มออก
ลดน้ำหนักแล้วทำไมหน้าไม่เรียวตาม?
เป็นเพราะว่าไขมันบนใบหน้าไม่ได้ลดในสัดส่วนเดียวกับไขมันส่วนอื่น ๆ ของร่างกายเสมอไป นอกจากนี้ถ้าหน้าอ้วนเกิดจากผิวหย่อนหรือกล้ามเนื้อกราม การลดน้ำหนักก็ไม่ได้ช่วยแก้ปัญหาได้เลย
หน้าอ้วนกับน้ำหนักตัวเกี่ยวข้องกันแค่ไหน?
เกี่ยวข้องกันเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น โดยน้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้นจะทำให้ไขมันสะสมบนใบหน้าได้ แต่ปัญหาหน้าอ้วนยังเกิดได้จากผิวหย่อนตามอายุ กล้ามเนื้อกรามที่ใหญ่ขึ้น หรือการเปลี่ยนตำแหน่งของเนื้อเยื่อ ซึ่งสาเหตุเหล่านี้ไม่ได้สัมพันธ์กับน้ำหนักตัวโดยตรง
กินอาหารเค็มหรือดื่มน้ำน้อย ทำให้หน้าบวมจริงไหม?
จริง เพราะการบริโภคโซเดียมสูงทำให้ร่างกายกักเก็บน้ำ และใบหน้าเป็นบริเวณที่สังเกตเห็นได้ชัดเมื่อเกิดอาการบวมน้ำ และในทางกลับกัน การดื่มน้ำน้อยเกินไปก็ทำให้ร่างกายกักน้ำเช่นกัน ดังนั้น พฤติกรรมเหล่านี้จึงทำให้เกิดอาการหน้าบวมได้
ถ้ามีทั้งไขมันและผิวหย่อนพร้อมกัน ควรทำอะไรก่อน?
แพทย์จะเป็นผู้ประเมินและวางลำดับการรักษาให้ ซึ่งในหลายกรณีก็สามารถทำบางเทคโนโลยีพร้อมกันในวันเดียวได้ ขึ้นอยู่กับความเข้มข้นของการรักษา และสภาพผิวโดยรวมของแต่ละบุคคล
อายุเท่าไหร่เหมาะกับการเริ่มแก้ไขปัญหานี้?
ไม่มีอายุที่ตายตัวสำหรับการแก้ปัญหาหน้าบวม แต่จะขึ้นอยู่กับปัญหาที่มีเป็นหลัก บางคนอายุ 28-30 ปีก็เริ่มเห็นความหย่อนคล้อยจากปัจจัยต่าง ๆ แล้ว
วิเคราะห์ปัญหาหน้าอ้วนและออกแบบรูปหน้าให้เหมาะกับคุณที่ Atier Wellness
ปัญหาหน้าบวม แก้มเยอะของแต่ละคนเกิดจากสาเหตุที่แตกต่างกันออกไป บางคนมีสาเหตุมาจากปัญหาผิวหน่อย บางคนมาจากกล้ามเนื้อกราม และหลายคนมีทั้งหมดนี้รวมกัน การเลือกรักษาโดยไม่ได้รับการประเมินที่ถูกต้องโดยแพทย์ จะทำให้ได้ผลลัพธ์ที่ไม่ตรงจุด และเสียเงินไปเปล่า ๆ โดยใช่เหตุ
ที่ Atier Wellness เริ่มต้นการรักษาในทุกเคสด้วยการวิเคราะห์ใบหน้าและปัญหาของผู้เข้ารับบริการอย่างละเอียด ไม่ว่าจะเป็นการประเมินชั้นไขมัน โครงสร้างกล้ามเนื้อ และระดับความยืดหยุ่นของผิว เพื่อออกแบบแผนการรักษาที่ตรงกับปัญหาจริง ๆ และมอบผลลัพธ์การรักษาที่เห็นผลได้จริง และแก้ไขความกังวลนั้นได้อย่างยั่งยืน