Emface Submentum ลดเหนียงใต้คาง ไม่ต้องผ่าตัด เห็นผลจริง

Emface Submentum ลดเหนียงใต้คาง ไม่ต้องผ่าตัด เห็นผลจริง

“เหนียงใต้คาง” เป็นปัญหาที่หลายคนเจอโดยไม่ทันตั้งตัว บางคนน้ำหนักไม่ได้ขึ้นเลย แต่พอถ่ายรูปหรือก้มหน้าดูแล้วรู้สึกว่าใต้คางเริ่มหย่อน บวม หรือมีชั้นไขมันเกินมา ทำให้เส้นขากรรไกรไม่คมชัด หน้าดูใหญ่ขึ้น และบางครั้งทำให้ดูอายุมากกว่าความเป็นจริง ปัญหาคือหลายคนรู้ว่าอยากแก้ แต่ไม่อยากผ่าตัด ไม่อยากดูดไขมัน เพราะกลัวเจ็บ กลัวฟื้นตัวนาน หรือยังไม่พร้อมที่จะเข้าสู่กระบวนการผ่าตัด และนี่แหละคือเหตุผลที่ทำให้เทคโนโลยีอย่าง Emface Submentum ถูกพัฒนาขึ้นมา เพื่อตอบโจทย์กลุ่มคนที่ต้องการผลลัพธ์จริง โดยไม่ต้องเจ็บตัว ไม่ต้องพักฟื้น และไม่ต้องเสียเวลาออกจากชีวิตประจำวัน

หัวข้อที่ต้องการอ่าน

ทำไมใต้คางและเหนียงถึงหย่อน? เข้าใจโครงสร้างกล้ามเนื้อ Platysma และไขมันใต้ผิว

ทำไมใต้คางและเหนียงถึงหย่อน? เข้าใจโครงสร้างกล้ามเนื้อ Platysma และไขมันใต้ผิว

การจะแก้ปัญหาอะไรได้ตรงจุด จะต้องเข้าใจก่อนว่า “ปัญหาเกิดจากอะไร” ซึ่งปัญหาใต้คางที่หย่อนหรือมีเหนียงไม่ได้เกิดจากแค่ไขมันสะสมเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากปัจจัยหลายอย่างซ้อนกันอยู่ในชั้นเนื้อเยื่อ ได้แก่

  • ไขมันใต้ผิวหนัง (Subcutaneous Fat) : บริเวณใต้คางมีไขมันชั้นตื้นสะสมอยู่ ซึ่งเพิ่มขึ้นตามอายุและน้ำหนัก แม้แต่คนที่ผอมก็อาจมีไขมันบริเวณนี้มากกว่าคนอื่น เพราะขึ้นอยู่กับพันธุกรรมด้วย
  • กล้ามเนื้อ Platysma ที่หย่อนตัว : Platysma คือกล้ามเนื้อแผ่นบาง ๆ ที่วิ่งจากหน้าอกขึ้นมาตามลำคอ ผ่านขากรรไกรล่างและลงไปสู่ใบหน้า กล้ามเนื้อนี้มีบทบาทสำคัญในการยึดรั้งโครงสร้างคอและใต้คาง ซึ่งเมื่ออายุมากขึ้น กล้ามเนื้อ Platysma จะเริ่มอ่อนแรงและหย่อนตัวลง ทำให้ผิวบริเวณคอและใต้คางไม่มีอะไรรองรับอีกต่อไป จนทำให้เกิดเหนียงที่มองเห็นได้ชัดเมื่อก้มหน้าหรือถ่ายรูป
  • คอลลาเจนและอีลาสตินที่ลดลง : ผิวหนังบริเวณคอและใต้คางบางกว่าใบหน้า และฟื้นตัวช้ากว่า เมื่ออายุมากขึ้นหรือน้ำหนักลดลงอย่างรวดเร็ว คอลลาเจนและอีลาสตินที่ลดลงจะทำให้ผิวไม่สามารถกลับมาตึงเองได้ตามธรรมชาติอีกต่อไป
  • ผิวหนังชั้น SMAS Layer ที่เสื่อมสภาพ : ชั้น SMAS (Superficial Musculoaponeurotic System) เป็นโครงข่ายพังผืดที่ยึดโยงกล้ามเนื้อและผิวหนังเข้าด้วยกัน เมื่อชั้นนี้เสื่อมสภาพ โครงสร้างทั้งหมดก็จะเริ่มตกลงมาตามแรงโน้มถ่วง

ดังนั้น การแก้ปัญหาเหนียงและใต้คางที่ได้ผลจริงต้องทำงานกับทุกชั้นพร้อมกัน ไม่ใช่แค่ลดไขมันอย่างเดียว แต่ต้องกระตุ้นกล้ามเนื้อและสร้างคอลลาเจนใหม่ด้วย ซึ่งนั่นคือสิ่งที่ Emface Submentum ถูกออกแบบมาเพื่อแก้ไขปัญหานี้

โปรแกรม Emface Submentum คืออะไร? ทำงานอย่างไรด้วยพลังงาน HIFES + RF

โปรแกรม Emface Submentum คืออะไร? ทำงานอย่างไรด้วยพลังงาน HIFES + RF

โปรแกรม Emface Submentum คือโปรแกรมที่พัฒนาต่อยอดมาจากเทคโนโลยี Emface ซึ่งได้รับการรับรองจาก FDA และ CE สำหรับบริเวณใต้คางและคอโดยเฉพาะ ผสมผสานพลังงานสองชนิดในหัวเดียวกัน ได้แก่

HIFES (High-Intensity Focused Electrical Stimulation)

คลื่นไฟฟ้าความเข้มข้นสูงที่ถูกโฟกัสเพื่อกระตุ้นกล้ามเนื้อ Platysma ให้หดตัวและออกแรงแบบเดียวกับการออกกำลังกาย แต่มีความเข้มข้นกว่าที่เราจะทำด้วยตัวเองได้มาก ในการทำ 1 ครั้ง ประมาณ 20 นาที กล้ามเนื้อจะถูกกระตุ้นให้หดตัวหลายพันครั้ง ซึ่งเป็นไปไม่ได้เลยจากการออกกำลังกายปกติ พลังงานนี้จึงช่วยให้กล้ามเนื้อ Platysma แข็งแรงมากขึ้น ยกตัวดีขึ้น และโครงสร้างใต้คางถูกยึดรั้งได้ดีกว่าเดิม

RF (Radiofrequency Energy)

คลื่นความถี่วิทยุที่ส่งความร้อนเข้าสู่ชั้นผิวหนังและเนื้อเยื่อใต้ผิว กระตุ้นให้เซลล์สร้างคอลลาเจนและอีลาสตินใหม่ ทำให้ผิวกระชับขึ้นจากภายในอย่างค่อยเป็นค่อยไป นอกจากนี้ความร้อนจาก RF ยังช่วยปรับโครงสร้างไขมันใต้ผิวได้อีกด้วย

ด้วยการทำงานไปพร้อม ๆ กันของสองพลังงานนี้ ทำให้การทำโปรแกรม Emface Submentum ได้ผลลัพธ์ทั้งจากการกระตุ้นกล้ามเนื้อและการสร้างคอลลาเจนไปพร้อม ๆ กัน โดยไม่ต้องแยกทำสองอย่าง ซึ่งนับเป็นจุดแข็งของ Emface Submentum เมื่อเทียบกับการรักษาแบบเดิมที่มักจะโฟกัสแค่ด้านใดด้านหนึ่ง

หัว Applicator Submentum ต่างจาก Emface สำหรับใบหน้าอย่างไร

โปรแกรม Emface แบบดั้งเดิมออกแบบมาสำหรับดูแลบริเวณใบหน้า โดยมี Applicator ขนาดใหญ่สำหรับวางบนแก้มและหน้าผาก เพื่อกระตุ้นกล้ามเนื้อใบหน้าให้ยกกระชับ แต่โปรแกรม Emface Submentum ใช้หัว Applicator ที่ออกแบบมาโดยเฉพาะสำหรับบริเวณใต้คางและคอ ซึ่งมีความแตกต่าง ดังนี้

Emface (ใบหน้า)

Emface Submentum

ใช้ในบริเวณ

แก้ม, หน้าผาก, หัวคิ้ว

ใต้คาง, คอ, เหนียง

ส่งพลังงานสู่กล้ามเนื้อ

Zygomaticus, Frontalis

Platysma

รูปทรง Applicator

แบนกว้าง

โค้งรับกับเส้นคอ

เป้าหมายหลัก

ยกกระชับใบหน้า ลดริ้วรอย

ลดเหนียง กระชับใต้คาง

การวางอุปกรณ์

วางบนใบหน้า

วางใต้คาง/รอบคอ

ความโค้งของหัว Applicator Emface Submentum จะถูกออกแบบมาให้พอดีกับกายวิภาคของบริเวณคอโดยเฉพาะ ทำให้การส่งพลังงานทั้ง HIFES และ RF สัมผัสกับกล้ามเนื้อ Platysma ได้อย่างสม่ำเสมอทั่วทั้งบริเวณ ไม่มีจุดที่พลังงานกระจายหาย ผลลัพธ์จึงแม่นยำและชัดเจนกว่าการใช้หัวแบบทั่วไป

ผลลัพธ์โปรแกรม Emface Submentum หลังทำครบคอร์ส 4 ครั้ง เห็นอะไรเปลี่ยนบ้าง

ผลลัพธ์โปรแกรม Emface Submentum หลังทำครบคอร์ส 4 ครั้ง เห็นอะไรเปลี่ยนบ้าง

โดยทั่วไปแล้วโปรแกรม Emface Submentum แพทย์มักแนะนำให้ทำ 4 ครั้ง ห่างกันประมาณ 1–2 สัปดาห์ต่อครั้ง เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ต่อเนื่องและชัดเจน โดยสิ่งที่เปลี่ยนแปลงหลังทำครบคอร์ส มีดังนี้

  • ใต้คางกระชับขึ้น มองเห็นเส้นขากรรไกรชัดเจนขึ้น โดยเฉพาะเมื่อมองจากด้านข้างและด้านหน้า
  • ผิวบริเวณคอตึงกระชับขึ้น และดูแข็งแรง
  • เหนียงลดลง หน้าดูเรียวขึ้น แม้น้ำหนักตัวจะไม่ได้ลดลงก็ตาม
  • ใบหน้าโดยรวมดูอ่อนเยาว์มากขึ้น และดูมีโครงสร้างมากขึ้น แม้ไม่ได้แตะต้องบริเวณอื่นของใบหน้าเลย

ใครบ้างที่เหมาะกับ Emface Submentum และใครอาจไม่เหมาะ

โปรแกรม Emface Submentum เหมาะสำหรับ

  • คนที่มีเหนียงใต้คาง หรือใต้คางเริ่มหย่อนแต่ยังไม่มากจนต้องผ่าตัด
  • คนที่ไม่ต้องการพักฟื้น อยากกลับไปใช้ชีวิตปกติได้ทันทีหลังทำ
  • คนที่ผ่านการลดน้ำหนักมา แต่ผิวใต้คางยังหย่อนอยู่
  • คนอายุ 30 ปีขึ้นไปที่เริ่มสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงของเส้นขากรรไกรและคอ
  • คนที่เคยทำ Ulthera หรือ Ultraformer แล้วอยากเสริมผลลัพธ์ในด้านกล้ามเนื้อเพิ่มเติม
  • คนที่ไม่อยากทำหัตถการเข็ม หรือฉีดสารเติมเต็มใด ๆ

โปรแกรม Emface Submentum อาจไม่เหมาะสำหรับ

  • ผู้ที่มีอุปกรณ์โลหะฝังอยู่ในร่างกายบริเวณคอหรือขากรรไกร เช่น แผ่นโลหะ หรือ Implant
  • ผู้ที่ตั้งครรภ์หรืออยู่ในช่วงให้นมบุตร
  • ผู้ที่มีปัญหากับระบบประสาทหรือกล้ามเนื้อในบริเวณเป้าหมาย
  • ผู้ที่มีผิวหนังอักเสบรุนแรง บาดแผลสด หรือมีการติดเชื้อในบริเวณที่จะทำ
  • ผู้ที่ใส่อุปกรณ์ไฟฟ้าในร่างกาย
  • ผู้ที่มีเหนียงมากจนต้องใช้การแก้ไขด้วยการผ่าตัดจึงจะเพียงพอ

โปรแกรม Emface Submentum ทำร่วมกับ Ulthera Prime หรือ Ultraformer III ได้ไหม

สามารถทำได้และให้ผลลัพธ์ที่ดีมาก โดยการทำโปรแกรม Ulthera หรือ Ultraformer จะช่วยจัดวางโครงสร้างผิวใหม่ในชั้นลึก ในขณะที่โปรแกรม Emface Submentum ช่วยให้กล้ามเนื้อในชั้นบนแข็งแรงเพียงพอที่จะรักษาโครงสร้างนั้นไว้ ทั้งสองโปรแกรมจะทำงานเสริมกันอย่างเป็นระบบ และหลายคนที่ทำโปรแกรมนี้ร่วมกันให้ผลลัพธ์เป็นเสียงเดียวกันว่า เห็นผลลัพธ์ชัดเจนกว่าการทำอย่างใดอย่างหนึ่งเพียงอย่างเดียวอย่างเห็นได้ชัด

FAQ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับโปรแกรม Emface Submentum

ส่วนใหญ่บอกว่ารู้สึกถึงการหดตัวของกล้ามเนื้อร่วมกับความอุ่น คล้ายกับการออกกำลังกายและมีความอุ่นอ่อน ๆ บริเวณคอ ไม่ถึงขั้นเจ็บปวด

ใช้เวลาในการทำประมาณ 20–30 นาทีต่อครั้ง (ไม่รวมเวลาในการปรึกษาแพทย์และเตรียมตัวก่อนทำหัตถการ)

สามารถกลับบ้านได้เลย ไม่จำเป็นต้องพักฟื้น โดยหลังทำผิวอาจแดงเล็กน้อยแต่จะหายไปเองใน 1–2 ชั่วโมง สามารถแต่งหน้าและใช้ชีวิตปกติ

แพทย์มักแนะนำให้ทำ 4 ครั้ง ห่างกัน 1–2 สัปดาห์ต่อครั้ง หลายคนเริ่มสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงตั้งแต่ครั้งที่ 2–3 แต่ผลเต็มที่จะเห็นได้ชัดเมื่อทำครบคอร์ส และผ่านไปประมาณ 1–3 เดือนหลังจากนั้น

โดยเฉลี่ยแล้วผลลัพธ์จะคงอยู่ได้ 1 ปีขึ้นไป (ขึ้นอยู่กับสภาพผิว อายุ และการดูแลตัวเอง)

ลดเหนียงใต้คางด้วย Emface Submentum ที่ Atier Wellness โดยไม่ต้องผ่าตัด

และสำหรับใครที่กำลังจะเริ่มต้นดูแลเหนียงและใต้คางอย่างจริงจัง โดยมีแพทย์เฉพาะทางคอยดูแลตั้งแต่การประเมินจนถึงการวางแผนคอร์สรักษา เข้ามาปรึกษากับเราได้เลยที่ Atier Wellness เราคือศูนย์ความงามครบวงจรที่ดูแลโดยแพทย์เฉพาะทาง มีความเชี่ยวชาญในการรักษาด้วยเทคโนโลยีระดับสูง รวมถึง Emface Submentum, Ulthera Prime และ Ultraformer III โดยทีมแพทย์จะประเมินโครงสร้างใบหน้าและปัญหาอย่างละเอียดก่อน เพื่อออกแบบโปรแกรมที่ตอบโจทย์เฉพาะบุคคล ทุกขั้นตอนผ่านการดูแลโดยแพทย์ คุณจึงมั่นใจได้ว่าได้รับการรักษาที่ถูกต้อง ปลอดภัย และตอบโจทย์ทุกความต้องการของคุณ

เอเทียร์ เวลเนส (ATier Wellness) ขอขอบพระคุณลูกค้าทุกท่าน ที่มอบความไว้วางใจให้เราได้เป็นส่วนหนึ่งในการดูแลสุขภาพและความงามของคุณ

หากสนใจสอบถามรายละเอียดหรือโปรโมชัน แอดไลน์ @atier ได้เลยนะคะ

Line คลิก > @atier
Facebook คลิก > ATier Wellness
Instagram คลิก > @atierwellness
Call คลิก > 095-526-6226

คลินิกเรามี 5 สาขานะคะ
📍 สาขาพระราม 9
📍 สาขาวงเวียนใหญ่
📍 สาขามหานคร
📍 สาขาพัฒนาการ
📍 สาขาพัทยา

เปิดให้บริการทุกวัน : 11.00-20.00 น.