โบท็อก (Botox) ยี่ห้อไหนดี เปรียบเทียบ 5 แบรนด์ที่ใช้ในไทย

โบท็อก (Botox) ยี่ห้อไหนดี เปรียบเทียบ 5 แบรนด์ที่ใช้ในไทย

ยี่ห้อของโบท็อกแต่ละแบรนด์นั้นมีความแตกต่างกันหลายจุด โดยเฉพาะในเรื่องของโปรตีนพาหะ ความบริสุทธิ์ของสาร ระยะเวลาออกฤทธิ์ และความเหมาะสมกับแต่ละตำแหน่งบนใบหน้า การเลือกผิดไม่ได้แปลว่าอันตรายถึงชีวิต แต่อาจทำให้ผลลัพธ์ออกมาไม่ตรงใจ หรือในบางกรณีก็ส่งผลต่อความปลอดภัยได้ ในบทความนี้ เราจะพาทุกคนไปทำความรู้จักกับ 5 แบรนด์โบท็อกที่ได้รับความนิยมในประเทศไทยกัน มีแบรนด์ไหนที่น่าสนใจบ้าง ลองไปดูพร้อม ๆ กันเลย หัวข้อที่ต้องการอ่าน ทำไมยี่ห้อโบท็อกถึงสำคัญต่อผลลัพธ์และความปลอดภัย หลายคน ๆ คิดว่าโบท็อกทุกยี่ห้อก็คือสารชนิดเดียวกัน แค่ต่างแบรนด์เหมือนน้ำดื่มต่างโรงงาน แต่จริง ๆ แล้วไม่ใช่อย่างนั้นเลย เพราะแม้ว่าโบท็อกทุกยี่ห้อจะมีสารออกฤทธิ์หลักเหมือนกันคือ Botulinum Toxin Type A แต่จะมีสิ่งที่แตกต่างกันก็คือ “โปรตีนพาหะ” (Complexing Proteins) ที่ห่อหุ้มตัวสารออกฤทธิ์อยู่ บางแบรนด์อาจมีโปรตีนพาหะ บางแบรนด์อาจไม่มีเลย ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อการกระจายตัวของสารในเนื้อเยื่อ ความแม่นยำในการออกฤทธิ์ รวมถึงโอกาสที่ร่างกายจะสร้างภูมิต้านทานขึ้นมาในระยะยาวด้วย นอกจากนี้ หน่วยวัด (Unit) ของแต่ละแบรนด์เองก็ไม่เท่ากัน เช่น 1 Unit ของ Allergan Botox ไม่เท่ากับ 1 Unit ของ Nabota […]

ข้อห้ามหลังฉีดโปรแกรมโบท็อก (Botox) และกี่วันถึงเห็นผลลัพธ์เต็มที่

12 ข้อห้ามหลังทำโปรแกรมฉีดโบท็อก (Botox) ใน 24–48 ชั่วโมงแรก

หลาย ๆ คนมักคิดว่า การฉีดโบท็อกแค่ฉีดเสร็จก็จบแล้ว แต่จริง ๆ แล้วการดูแลตัวเองหลังฉีดนั้นสำคัญมากโดยเฉพาะในช่วง 24–72 ชั่วโมงแรก เพราะมีผลโดยตรงต่อผลลัพธ์ว่าจะออกมาสวย เป็นธรรมชาติ และอยู่ได้นานแค่ไหน ในบทความนี้ เราจะมาแนะนำการดูแลตัวเองหลังฉีดโบท็อก ข้อห้ามหลังฉีดโบท็อกมีอะไรบ้าง เราไปดูพร้อม ๆ กันเลย หัวข้อที่ต้องการอ่าน 12 ข้อห้ามหลังทำโปรแกรมฉีดโบท็อก (Botox) ใน 24–48 ชั่วโมงแรก การดูแลตัวเองหลังฉีดโบท็อก และปฏิบัติตามข้อห้ามหลังฉีดโบท็อกอย่างเคร่งครัดสำคัญมาก โดยเฉพาะในช่วง 24–48 ชั่วโมงแรกหลังฉีดโบท็อก เพราะในช่วงนี้ตัวยาจะยังไม่ได้จับกับตัวรับประสาทอย่างสมบูรณ์ โดยสิ่งที่ควรหลีกเลี่ยงอย่างเคร่งครัด มีดังนี้ ห้ามนวด บีบ หรือกดทับบริเวณที่ฉีด ห้ามก้มศีรษะต่ำหรือนอนคว่ำ ในช่วง 4 ชั่วโมงแรกหลังฉีด  ห้ามออกกำลังกายหนัก  ห้ามดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ห้ามถูหน้าหรือทำความสะอาดแรง ๆ บริเวณที่ฉีด ควรล้างหน้าเบามือและซับแห้งด้วยผ้านุ่ม ๆ ห้ามทำกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับความร้อนสูงทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นซาวน่า ห้องอบไอน้ำ อ่างน้ำร้อน หรือแม้แต่การอยู่กลางแดดจัดนาน ๆ ห้ามทำหัตถการผิวหนังอื่น ๆ […]

Ultraformer III บวมกี่วัน? บวมหนักไหม วิธีลดบวมให้หายไว

Ultraformer III บวมกี่วัน? บวมหนักไหม วิธีลดบวมให้หายไว

หลาย ๆ คนที่กำลังคิดจะทำโปรแกรม Ultraformer III มักมีคำถามเดียวกันอยู่ในใจว่า “จะบวมไหม? บวมนานแค่ไหน? แล้วจะออกงานได้เมื่อไหร่?” ความกังวลนี้เป็นเรื่องปกติมากโดยเฉพาะถ้าคุณมีนัดสำคัญ มีงานอีเวนต์ หรือแค่ไม่อยากให้ใครสังเกตเห็นว่าเพิ่งไปทำหัตถการมา โดยโปรแกรม Ultraformer III มีอาการบวมหลังทำจริง แต่ไม่ได้หนักหรือน่ากลัวอย่างที่หลายคนจินตนาการ ส่วนใหญ่เป็นอาการบวมระดับเบาถึงปานกลาง และหายได้เองภายใน 3–7 วัน ในบทความนี้ เราจะพาทุกคนมาทำความเข้าใจเกี่ยวกับอาการบวมที่เกิดขึ้น ไทม์ไลน์การฟื้นตัว และเทคนิคฟื้นตัวให้ไวที่สุดเท่าที่จะทำได้ หัวข้อที่ต้องการอ่าน ทำไมโปรแกรม Ultraformer III ถึงบวมหลังทำ ก่อนอื่นต้องอธิบายก่อนว่า โปรแกรม Ultraformer III ทำงานด้วยการใช้คลื่นอัลตราซาวด์ความถี่สูง (HIFU: High-Intensity Focused Ultrasound) ยิงพลังงานลึกลงไปในชั้นผิวหนัง เพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่และกระชับเนื้อเยื่อจากข้างใน และเมื่อพลังงานความร้อนถูกส่งลงไปในจุดเล็ก ๆ หลายร้อยจุดใต้ผิวหนัง ร่างกายจะตอบสนองด้วยกระบวนการอักเสบเฉียบพลันแบบธรรมชาติ นั่นก็คือเลือดและน้ำเหลืองจะไหลเข้ามาในบริเวณนั้นมากขึ้นเพื่อนำเซลล์ซ่อมแซมเข้าไปทำงาน ทำให้ภายนอกมองเห็นเป็นอาการบวม แดง และรู้สึกตึง ซึ่งทั้งหมดนี้ไม่ใช่สัญญาณผิดปกติ แต่คือสัญญาณว่าร่างกายกำลังซ่อมแซมและสร้างใหม่อยู่ ปัจจัยที่ทำให้อาการบวมมากหรือน้อยต่างกันในแต่ละคนมีหลายอย่างมาก ได้แก่ ความลึกของหัวยิง หัวยิงระดับ […]

Ultraformer III เครื่องแท้ดูยังไง? 7 จุดเช็กก่อนตัดสินใจทำ

Ultraformer III เครื่องแท้ดูยังไง? 7 จุดเช็กก่อนตัดสินใจทำ

ปัจจุบันนี้ ผู้คนให้ความสนใจกับโปรแกรม  HIFU กันเยอะมาก และโปรแกรม Ultraformer III ก็เป็นอีกหนึ่งเครื่องยกกระชับที่ได้รับความนิยมเป็นลำดับต้น ๆ ในไทย และเมื่อได้รับความนิยม ก็คงจะหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะมีปัญหาเครื่องปลอม เครื่องที่ไม่ผ่านมาตรฐาน หรือเครื่องที่ดัดแปลงมาขายในราคาถูกตามมาแล้วหลอกลวงว่าเป็นเครื่องแท้ ซึ่งเมื่อนำเครื่องปลอมนี้มาใช้งาน นอกจากจะไม่ได้ผลแล้ว ยังอาจทำให้ผิวหน้าเสียหายได้ด้วย ในบทความนี้ เราจะพาทุกคนมาตรวจเช็กทีละจุดกันว่า Ultraformer III เครื่องแท้มีลักษณะอย่างไร แบบไหนที่เรียกว่าเป็นเครื่องปลอม ลองไปดูพร้อม ๆ กันเลย หัวข้อที่ต้องการอ่าน ทำไม Ultraformer III เครื่องแท้กับเครื่องปลอมให้ผลลัพธ์ต่างกัน Ultraformer III เป็นเครื่อง HIFU (High-Intensity Focused Ultrasound) ที่ผลิตโดยบริษัท Classys จากประเทศเกาหลีใต้ ซึ่งมีหลักการทำงานด้วยการยิงคลื่นอัลตราซาวนด์ความเข้มข้นสูงลึกลงไปในผิวหนังและชั้นกล้ามเนื้อ (SMAS layer) ทำให้เกิดความร้อนสะสมในจุดที่ต้องการ กระตุ้นให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนใหม่ ช่วยให้ผิวยกกระชับ หน้าเรียว และลดความหย่อนคล้อยได้อย่างชัดเจน โดยสิ่งที่ทำให้เครื่องปลอมและเครื่องแท้ให้ผลลัพธ์ที่แตกต่างกันก็คือ ความสามารถในการควบคุมความลึกและความแม่นยำของพลังงาน เครื่องแท้จะถูกออกแบบให้คลื่นโฟกัสตรงระดับความลึกที่กำหนด เช่น 1.5 mm […]

Morpheus8 ผลลัพธ์อยู่ได้นานแค่ไหน เมื่อไหร่จะเห็นการเปลี่ยนแปลง

Morpheus8 ผลลัพธ์อยู่ได้นานแค่ไหน เมื่อไหร่จะเห็นการเปลี่ยนแปลง

หลาย ๆ คนที่สนใจทำโปรแกรม Morpheus8 มักมีคำถามค้างคาในใจว่า ทำโปรแกรมนี้แล้วผลลัพธ์อยู่ได้นานแค่ไหน? ต้องรอนานแค่ไหนถึงจะเห็นผล? เพราะ Morpheus8 ไม่ใช่ทรีตเมนต์ที่เห็นผลทันทีแบบโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ แต่เป็นการกระตุ้นให้ผิวฟื้นฟูตัวเองจากข้างใน ซึ่งหมายความว่าผลลัพธ์จะค่อย ๆ ชัดขึ้นตามเวลา และที่สำคัญ ยั่งยืนกว่ามาก บทความนี้จะอธิบายทุกอย่างที่ควรรู้เกี่ยวกับผลลัพธ์ของ Morpheus8 แบบตรงไปตรงมา ไม่มีโฆษณาเกินจริง หัวข้อที่ต้องการอ่าน ผลลัพธ์ระยะสั้น vs ระยะยาวของโปรแกรม Morpheus8 โปรแกรม Morpheus8 ทำงานด้วยการรวมเอาคลื่นพลังงาน RF (Radiofrequency) ทำงานร่วมกับเข็มไมโครนีดลิ่ง เพื่อส่งพลังงานความร้อนลึกลงไปถึงชั้นไขมันใต้ผิวหนัง ซึ่งต่างจากโปรแกรมเลเซอร์ทั่วไปที่ทำงานอยู่แค่ผิวชั้นนอก กลไกนี้ทำให้ผลลัพธ์แบ่งออกได้เป็น 2 ช่วงชัดเจน ดังนี้ ผลลัพธ์ระยะสั้น (ภายใน 2–4 สัปดาห์แรก) คือ สิ่งที่เกิดขึ้นจากการบาดเจ็บเล็กน้อยที่ผิวหนังตอบสนอง ผิวจะเริ่มกระชับขึ้น รูขุมขนดูเล็กลง พื้นผิวเนียนขึ้น และถ้าใครมีปัญหาสิวหรือรอยสิว จะเห็นว่าผิวเริ่มสม่ำเสมอขึ้น ช่วงนี้เป็นผลจากการที่ร่างกายเร่งกระบวนการซ่อมแซมตัวเอง เส้นเลือดฝอยใต้ผิวทำงานหนักขึ้น เซลล์ผิวใหม่เริ่มสร้าง แต่ยังไม่ใช่ผลลัพธ์เต็มที่ ผลลัพธ์ระยะยาว (เดือนที่ 1–6 […]

ทำไมต้องนวดหน้าหลังฉีด Sculptra มีข้อดีอย่างไร ทำอย่างไรถึงปลอดภัย

ทำไมต้องนวดหน้าหลังฉีด Sculptra มีข้อดีอย่างไร ทำอย่างไรถึงปลอดภัย

โปรแกรมฉีด Sculptra คือหนึ่งในหัตถการความงามที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างสูงในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เพราะไม่ใช่แค่การเติมเต็มเหมือนฟิลเลอร์ทั่วไป แต่เป็นการกระตุ้นให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนขึ้นมาใหม่จากภายในด้วยตัวเอง ผลลัพธ์ที่ได้จึงดูเป็นธรรมชาติ ค่อย ๆ ชัดขึ้นทีละน้อย และอยู่ได้นาน แต่มีสิ่งหนึ่งที่หลายคนสงสัยและมักถามหลังจากทำโปรแกรมนี้เสมอ นั่นคือ “ทำไมแพทย์ถึงบอกให้นวดหน้าทุกวันด้วย?” คำถามนี้ไม่ได้เล็กน้อยเลย เพราะการนวดหน้าหลังฉีด Sculptra นั้นมีผลโดยตรงต่อความสำเร็จของการรักษา และสำคัญมากจนแพทย์ผู้เชี่ยวชาญต้องแนะนำทุกราย หัวข้อที่ต้องการอ่าน ทำไมต้องนวดหน้าหลังทำโปรแกรมฉีด Sculptra ?  เมื่อฉีด Sculptra เข้าไปในชั้นใต้ผิวหนัง ตัวยาจะอยู่ในรูปของอนุภาคขนาดเล็กที่ต้องกระจายตัวอย่างสม่ำเสมอทั่วบริเวณที่ต้องการรักษา ถ้าปล่อยทิ้งไว้โดยไม่นวด อนุภาคเหล่านั้นอาจรวมตัวกันเป็นก้อนในจุดใดจุดหนึ่ง ซึ่งนำไปสู่ปัญหาที่เรียกว่าก้อนนูนใต้ผิวได้ ทำให้การนวดหน้าหลังฉีด Sculptra จึงทำหน้าที่สำคัญหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็น ช่วยให้ตัวยากระจายครอบคลุมสม่ำเสมอ ไม่กองรวมเป็นจุดเดียว ทำให้คอลลาเจนที่ถูกกระตุ้นขึ้นมาใหม่เกิดขึ้นอย่างสม่ำเสมอทั่วใบหน้า ผลลัพธ์จึงดูเรียบเนียนและเป็นธรรมชาติ ไม่เป็นปุ่มหรือไม่สม่ำเสมอ ช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดก้อนใต้ผิว เนื่องจาก Sculptra มีความหนืดและอนุภาคที่มีขนาดใหญ่กว่าฟิลเลอร์ทั่วไป หากอนุภาคเหล่านี้จับตัวกันก็จะเกิดก้อนแข็งใต้ผิวหนังได้ การนวดเป็นประจำสม่ำเสมอช่วยป้องกันปัญหานี้ได้ ช่วยให้ผลลัพธ์ออกมาครอบคลุมสม่ำเสมอ และทั่วถึงทั้งใบหน้า การนวดจะช่วยให้เซลล์ Fibroblast ในผิวหนังรับรู้และตอบสนองต่อตัวยาได้ดีขึ้น กระบวนการสร้างคอลลาเจนจึงเกิดขึ้นอย่างมีคุณภาพ และทั่วถึงมากขึ้น ช่วยลดอาการบวม และรอยช้ำต่าง ๆ เพราะการนวดเบา […]

อาการแพ้ฟิลเลอร์ เป็นอย่างไร ควรรีบพบแพทย์เร็วแค่ไหน เพื่อรักษา

อาการแพ้ฟิลเลอร์ เป็นอย่างไร ควรรีบพบแพทย์เร็วแค่ไหน เพื่อรักษา

โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ ได้กลายมาเป็นอีกหนึ่งหัตถการความงามที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากโดยเฉพาะในช่วงหลายปีที่ผ่านมานี้ เพราะให้ผลลัพธ์ที่เห็นได้ชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นการเติมร่องแก้ม เติมเต็มริมฝีปาก หรือลดความลึกของร่องแก้มจากอายุที่มากขึ้น แต่การฉีดฟิลเลอร์เองก็เหมือนกับหัตถการทางการแพทย์อื่น ๆ ย่อมมีความเสี่ยงที่ต้องรู้จักและทำความเข้าใจ โดยเฉพาะเรื่องของอาการแพ้ฟิลเลอร์ ซึ่งถ้าไม่รู้จะดูแลตัวเองอย่างไร หรือรอนานเกินไปกว่าจะพบแพทย์ ก็อาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงได้ หัวข้อที่ต้องการอ่าน อาการแพ้ฟิลเลอร์คืออะไร ? อาการแพ้ฟิลเลอร์ คืออาการที่ครอบคลุมปฏิกิริยาหลายรูปแบบของร่างกายต่อสารที่ฉีดเข้าไป ตั้งแต่ปฏิกิริยาอักเสบเล็กน้อยที่หายเองได้ ไปจนถึงปฏิกิริยาภูมิแพ้รุนแรง (Hypersensitivity Reaction) ที่ต้องได้รับการรักษาทางการแพทย์โดยเร่งด่วน โดยปฏิกิริยาเหล่านี้แบ่งได้เป็น 2 กลุ่มหลัก ได้แก่ Early Reaction (ปฏิกิริยาเร็ว) : เกิดขึ้นภายในไม่กี่ชั่วโมงถึง 2 – 3 วันหลังฉีด มักเป็นการตอบสนองทางภูมิคุ้มกันทันที Late Reaction (ปฏิกิริยาช้า) : เกิดขึ้นหลังฉีดไปแล้วหลายสัปดาห์ หลายเดือน หรือบางรายนานเป็นปี เป็นได้ตั้งแต่ก้อนอักเสบเรื้อรังไปจนถึง Granuloma หรือปฏิกิริยาของเนื้อเยื่อแบบต่างชนิดจากร่างกาย อาการแพ้ฟิลเลอร์เกิดจากอะไร ? หลายคนอาจจะคิดว่า อาการแพ้ฟิลเลอร์นั้นเกิดจากคุณภาพของฟิลเลอร์ที่เลือกใช้เพียงอย่างเดียว แต่จริง ๆ แล้วมีปัจจัยหลายอย่างที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ […]

Morpheus8 vs Emface โปรแกรมไหนตอบโจทย์หน้ากระชับ

Morpheus8 vs Emface โปรแกรมไหนตอบโจทย์หน้ากระชับ

ปัญหาหน้าหย่อนคล้อย แก้มตก เหนียงเริ่มชัด หรือผิวเริ่มหมดความเต่งตึง เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่ใครหลายคนกังวลโดยเฉพาะเมื่ออายุเพิ่มขึ้น แต่ไม่ใช่ทุกคนที่พร้อมจะเข้าห้องผ่าตัดเพื่อแก้ปัญหาเหล่านี้ โชคดีที่ในปัจจุบันมีเทคโนโลยียกกระชับมากมายที่สามารถตอบโจทย์ได้โดยไม่ต้องผ่าตัด ไม่ต้องวางยาสลบ และไม่ต้องพักฟื้นนาน โดย 2 โปรแกรมที่กำลังได้รับความนิยมสูงมากในขณะนี้คือโปรแกรม Morpheus8 และ Emface ซึ่งต่างก็ช่วยกระชับและยกหน้าได้อย่างเห็นผล แต่ทั้งสองทำงานต่างกันโดยสิ้นเชิง และเหมาะกับปัญหาแต่ละแบบ ในบทความนี้ จะทุกคนพาไปทำความเข้าใจกับทั้ง 2 เทคโนโลยีนี้ เพื่อให้เลือกได้ว่า โปรแกรมไหนจะตอบโจทย์ตัวเองมากกว่ากัน หัวข้อที่ต้องการอ่าน โปรแกรม Morpheus8 vs Emface ต่างกันอย่างไร ? แม้ว่าทั้ง 2 โปรแกรมจะมีจุดมุ่งหมายเดียวกันคือ การยกกระชับใบหน้าโดยไม่จำเป็นต้องผ่าตัด แต่กลไกในการทำงาน วิธีออกฤทธิ์ และผลลัพธ์ที่ได้นั้นแตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัด โปรแกรม Morpheus8 คือเทคโนโลยีที่รวมพลังของ Microneedling เข้ากับ RF (Radiofrequency) หรือคลื่นความถี่วิทยุ โดยหัวรักษาจะปล่อยเข็มเล็ก ๆ ลงไปในผิวหนังชั้นลึกพร้อมกับส่งพลังงานความร้อนตรงไปยังชั้นไขมันใต้ผิวหนัง เพื่อกระตุ้นให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินใหม่ และทำให้ผิวกระชับขึ้นจากภายใน และยังสามารถปรับเปลี่ยนโครงสร้างไขมันใต้ผิวได้ด้วย โปรแกรม Emface คือเครื่องยกกระชับที่ผสานรวมกันระหว่างเทคโนโลยี […]

Ulthera Prime เจ็บไหม? เจ็บระดับไหน พร้อมวิธีลดความเจ็บก่อนทำ

Ulthera Prime เจ็บไหม? เจ็บระดับไหน พร้อมวิธีลดความเจ็บก่อนทำ

ความกังวลเรื่องความเจ็บ เป็นหนึ่งในคำถามแรก ๆ ที่คนไข้ส่วนใหญ่ถามก่อนตัดสินใจทำโปรแกรม Ulthera Prime เกือบทุกคนที่เคยได้ยินชื่อนี้จะนึกถึงภาพคนหน้าแดง หน้าบวม หรือเห็นรีวิวในโซเชียลที่บอกว่า “เจ็บมาก” จนบางคนถึงกับถอยหลังกลับก่อนได้เริ่มต้นเลยด้วยซ้ำ แต่ความจริงแล้ว ความเจ็บจากโปรแกรม Ulthera Prime  ไม่ได้เหมือนกันทุกคน และไม่ได้เจ็บเหมือนที่หลายคนกลัว บทความนี้จะพาไปทำความเข้าใจตามข้อเท็จจริงว่าเจ็บระดับไหน จุดไหนเจ็บมากที่สุด และมีวิธีลดความเจ็บอะไรได้บ้างก่อนที่จะตัดสินใจ หัวข้อที่ต้องการอ่าน ทำไมหลายคนถึงกลัวว่าโปรแกรม Ulthera Prime จะเจ็บ สิ่งที่ทำให้หลาย ๆ คนกลัวว่าโปรแกรม Ulthera Prime จะเจ็บ ส่วนใหญ่แล้วจะมาจาก 2 แหล่งหลักนั่นก็คือ “คนรู้จักที่เคยทำ” และ “รีวิวในอินเทอร์เน็ต” ซึ่งทั้งสองแหล่งนี้มักพูดถึงความเจ็บในแง่ลบมากกว่าแง่บวก เพราะคนที่รู้สึกเจ็บมากมักจะออกมาเล่าให้ฟังมากกว่าคนที่ผ่านไปได้โดยไม่มีปัญหา  และอีกเหตุผลหนึ่งก็คือ ตัวเทคโนโลยีของ Ulthera Prime เองที่ใช้คลื่นอัลตราซาวด์ความเข้มข้นสูง หรือที่เรียกว่า HIFU (High-Intensity Focused Ultrasound) โดยส่งพลังงานลึกลงไปถึงชั้น SMAS ซึ่งเป็นชั้นเนื้อเยื่อที่อยู่ลึกกว่าการรักษาผิวหนังทั่วไปมาก การที่พลังงานส่งลึกขนาดนี้ย่อมกระตุ้นปลายประสาทได้มากกว่าการรักษาผิวชั้นบน ซึ่งเป็นเรื่องปกติทางสรีรวิทยา นอกจากนี้ยังมีความเข้าใจผิดว่า […]

ฉีดโบท็อก (Botox) กราม ทำหน้าเรียว V-Shape ใช้กี่ยูนิต กี่วันเห็นผล

ฉีดโบท็อก (Botox) กราม ทำหน้าเรียว V-Shape ใช้กี่ยูนิต กี่วันเห็นผล

การฉีดโบท็อกกราม กลายมาเป็นหนึ่งในวิธีปรับหน้าเรียวที่ได้รับความนิยมมากในช่วงหลายปีที่ผ่านมานี้ เพราะเป็นวิธีปรับรูปหน้าที่ไม่จำเป็นต้องผ่าตัด ไม่มีแผล ไม่ต้องพักฟื้น แต่ได้ผลลัพธ์ที่ชัดเจน หน้าเรียวขึ้น ได้รูป V-Shape แบบที่หลายคนใฝ่ฝัน และมักจะมีคำถามที่ได้ยินอยู่บ่อยครั้งก็คือ “ต้องใช้กี่ยูนิต?” “เห็นผลกี่วัน?” และ “ผลลัพธ์อยู่ได้นานแค่ไหน?” บทความนี้จะตอบทุกข้อสงสัยในแบบที่เข้าใจง่าย เหมือนนั่งคุยกับแพทย์โดยตรงเลย หัวข้อที่ต้องการอ่าน ทำไมกรามใหญ่ทำให้หน้าไม่เรียว หลายคนมีกรามใหญ่โดยที่ตัวเองไม่รู้ตัว บางคนคิดว่าหน้าตัวเองกลมหรือสี่เหลี่ยมเพราะกระดูก แต่จริง ๆ แล้วต้นเหตุมักมาจาก กล้ามเนื้อ Masseter ซึ่งเป็นกล้ามเนื้อบดเคี้ยวที่อยู่บริเวณแก้มด้านล่างสองข้าง โดยกล้ามเนื้อนี้จะโตขึ้นเมื่อถูกใช้งานบ่อยและหนัก เช่น การนอนกัดฟันซึ่งหลายคนทำโดยไม่รู้ตัวตอนนอนหลับ รวมถึงพันธุกรรมที่ทำให้กล้ามเนื้อกรามพัฒนาใหญ่ตามธรรมชาติด้วย และเมื่อกล้ามเนื้อโตขึ้น ก็จะทำให้ส่วนล่างของใบหน้าดูกว้างออก ทำให้ใบหน้าดูเป็นรูปสี่เหลี่ยมแทนที่จะเป็น V-Shape นอกจากนี้ การที่กรามใหญ่ยังอาจทำให้มีอาการปวดกราม ปวดขมับ หรือปวดหัวตอนตื่นนอนด้วย ดังนั้น การฉีดโบท็อกกรามจึงไม่ได้แค่ทำให้หน้าเรียวขึ้น แต่ยังช่วยแก้ปัญหาสุขภาพได้ด้วย โบท็อกกราม (Jaw Botox) ทำงานอย่างไร  โบท็อกกราม จะเป็นการฉีดสารโบทูลินัม (Botulinum Toxin Type A) เข้าไปในกล้ามเนื้อ เพื่อออกฤทธิ์ในการบล็อกสัญญาณประสาทที่ส่งไปยังกล้ามเนื้อนั้น ทำให้กล้ามเนื้อไม่สามารถหดตัวได้อย่างเต็มที่ […]