โบท็อก (Botox) ยี่ห้อไหนดี เปรียบเทียบ 5 แบรนด์ที่ใช้ในไทย

โบท็อก (Botox) ยี่ห้อไหนดี เปรียบเทียบ 5 แบรนด์ที่ใช้ในไทย

ยี่ห้อของโบท็อกแต่ละแบรนด์นั้นมีความแตกต่างกันหลายจุด โดยเฉพาะในเรื่องของโปรตีนพาหะ ความบริสุทธิ์ของสาร ระยะเวลาออกฤทธิ์ และความเหมาะสมกับแต่ละตำแหน่งบนใบหน้า การเลือกผิดไม่ได้แปลว่าอันตรายถึงชีวิต แต่อาจทำให้ผลลัพธ์ออกมาไม่ตรงใจ หรือในบางกรณีก็ส่งผลต่อความปลอดภัยได้ ในบทความนี้ เราจะพาทุกคนไปทำความรู้จักกับ 5 แบรนด์โบท็อกที่ได้รับความนิยมในประเทศไทยกัน มีแบรนด์ไหนที่น่าสนใจบ้าง ลองไปดูพร้อม ๆ กันเลย

หัวข้อที่ต้องการอ่าน

ทำไมยี่ห้อโบท็อกถึงสำคัญต่อผลลัพธ์และความปลอดภัย

หลายคน ๆ คิดว่าโบท็อกทุกยี่ห้อก็คือสารชนิดเดียวกัน แค่ต่างแบรนด์เหมือนน้ำดื่มต่างโรงงาน แต่จริง ๆ แล้วไม่ใช่อย่างนั้นเลย เพราะแม้ว่าโบท็อกทุกยี่ห้อจะมีสารออกฤทธิ์หลักเหมือนกันคือ Botulinum Toxin Type A แต่จะมีสิ่งที่แตกต่างกันก็คือ “โปรตีนพาหะ” (Complexing Proteins) ที่ห่อหุ้มตัวสารออกฤทธิ์อยู่ บางแบรนด์อาจมีโปรตีนพาหะ บางแบรนด์อาจไม่มีเลย ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อการกระจายตัวของสารในเนื้อเยื่อ ความแม่นยำในการออกฤทธิ์ รวมถึงโอกาสที่ร่างกายจะสร้างภูมิต้านทานขึ้นมาในระยะยาวด้วย

นอกจากนี้ หน่วยวัด (Unit) ของแต่ละแบรนด์เองก็ไม่เท่ากัน เช่น 1 Unit ของ Allergan Botox ไม่เท่ากับ 1 Unit ของ Nabota หรือ Xeomin ดังนั้น การจะเปรียบราคาโดยดูแค่จำนวน Unit จึงเป็นสิ่งที่ไม่ควรทำ ดังนั้น การจะเลือกว่าโบท็อกยี่ห้อไหนดี จึงควรศึกษาข้อมูลของแต่ละแบรนด์ก่อน และปรึกษากับแพทย์เสมอ เพื่อเลือกแบรนด์ที่เหมาะสมกับผิวและตอบโจทย์ในการแก้ไขปัญหาของเรา

Allergan Botox (USA)

Allergan Botox (USA) จุดเด่นและข้อจำกัด

Allergan คือโบท็อกต้นตำรับที่ได้รับการรับรองจาก US FDA มาตั้งแต่ปี 1989 และมีงานวิจัยรองรับมากที่สุดในโลก แพทย์ที่ใช้มานานจะรู้จักสารนี้ดี ทำให้ควบคุมผลลัพธ์ได้แม่นยำ ออกฤทธิ์ได้ยาวนานถึง 3–6 เดือน เหมาะกับการฉีดในหลายตำแหน่ง ทั้งหน้าผาก หางตา กราม และรักแร้ ข้อเสียหลักคือราคาสูงกว่าแบรนด์อื่น และเป็นแบรนด์ที่มีของปลอมในตลาดมากที่สุด เพราะคนรู้จักกันดี

จุดเด่น

  • มีงานวิจัยรองรับมากที่สุดในโลก
  • ผลลัพธ์คาดเดาได้สูง แพทย์มีประสบการณ์สะสมมากที่สุด
  • เหมาะกับการฉีดในหลายตำแหน่งทั้งหน้าผาก หางตา กราม และลำคอ
  • ผ่านการรับรองมาตรฐาน US FDA และ อย. ไทย

ข้อจำกัด

  • มีราคาสูงกว่าแบรนด์อื่นในตลาด
  • มีโปรตีนพาหะ ซึ่งในทางทฤษฎีมีโอกาสกระตุ้นภูมิต้านทานได้หากใช้ระยะยาวติดต่อกันหลายปี แม้โอกาสนี้ยังเกิดน้อยมากในชีวิตจริง
  • ของปลอมในตลาดมีสูง เพราะเป็นแบรนด์ที่คนรู้จักมากที่สุด
Nabota (Korea)

Nabota (Korea) จุดเด่นและข้อจำกัด

Nabota ผลิตโดย Daewoong Pharmaceutical และเป็นโบท็อกเกาหลีเพียงไม่กี่ตัวที่ผ่านการรับรองจาก US FDA อเมริกา (ในชื่อ Jeuveau) โดยมีจุดเด่นคือออกฤทธิ์ได้เร็ว เห็นผลลัพธ์ภายใน 3–5 วันหลังฉีด และมีราคาย่อมเยา

จุดเด่น

  • ได้รับการรับรองจาก US FDA (ในชื่อ Jeuveau)
  • ราคาย่อมเยา และมีคุณภาพสูง
  • ออกฤทธิ์เร็ว เห็นผลได้ภายในไม่กี่วัน
  • แพทย์เกาหลีและไทยนิยมใช้กันมาก มีข้อมูลทางคลินิกรองรับพอสมควร

ข้อจำกัด

  • ยังมีงานวิจัยน้อยกว่า Allergan ในแง่ของการใช้งานระยะยาว
  • ชื่อแบรนด์อาจสับสนในตลาด เพราะมีสินค้าเลียนแบบเช่นกัน
Neuronox / Meditoxin (Korea)

Neuronox / Meditoxin (Korea) จุดเด่นและข้อจำกัด

เป็นโบท็อกที่ผลิตโดย Medy-Tox เกาหลี โดย Meditoxin คือชื่อในประเทศ ส่วน Neuronox คือชื่อส่งออก มีจุดเด่นคือการออกฤทธิ์นุ่มนวล ผลลัพธ์ที่ได้ดูเป็นธรรมชาติ ไม่แข็งกระด้าง เหมาะกับคนที่กังวลเรื่อง Frozen Face หรือต้องการคงการแสดงออกทางสีหน้าไว้

จุดเด่น

  • ราคาเข้าถึงได้ง่าย ทำให้นิยมในกลุ่มคลินิกทั่วไปทั้งไทยและเอเชีย
  • ออกฤทธิ์นุ่มนวล เหมาะกับคนที่กลัวหน้าแข็ง
  • ใช้กันมานานในเอเชีย มีแพทย์ที่ชำนาญการใช้จำนวนมาก

ข้อจำกัด

  • ไม่ได้รับการรับรองจาก US FDA
  • ระยะเวลาออกฤทธิ์อาจสั้นกว่าเล็กน้อยในบางคน ประมาณ 3-4 เดือน
Xeomin (Germany)

Xeomin (Germany) จุดเด่นและข้อจำกัด

Xeomin จาก Merz Pharmaceuticals เยอรมนี มีจุดขายที่แตกต่างไปจากแบรนด์อื่นอย่างชัดเจนก็คือ การเป็น Naked Botulinum Toxin ที่ไม่มีโปรตีนพาหะเลย มีแต่ตัวสารออกฤทธิ์บริสุทธิ์ ทำให้โอกาสที่ร่างกายจะสร้างภูมิต้านทานหรือดื้อยาน้อยลงกว่าเดิมมาก

จุดเด่น

  • ไม่มีโปรตีนพาหะ ลดโอกาสดื้อยาในระยะยาว
  • ได้รับการรับรองจาก FDA อเมริกา
  • เหมาะมากสำหรับคนที่เคยฉีดโบท็อกมานาน และรู้สึกว่าผลลัพธ์เริ่มน้อยลง
  • ผลลัพธ์ดูเป็นธรรมชาติ ไม่แข็งกระด้าง

ข้อจำกัด

  • ราคาค่อนข้างสูง ใกล้เคียงหรือบางครั้งสูงกว่า Allergan
  • ออกฤทธิ์ช้ากว่าเล็กน้อย บางคนรอนาน 7-14 วันกว่าจะเห็นผลชัดเจน
  • ยังไม่แพร่หลายมากนักในไทย ทำให้หาแพทย์ที่มีประสบการณ์กับ Xeomin โดยตรงได้ยาก
Aestox / Hutox

Aestox / Hutox ยี่ห้อใหม่ เหมาะกับใคร

Aestox และ Hutox เป็นชื่อทางการค้าของโบท็อกจาก Hugel บริษัทเกาหลีที่กำลังขยายตลาดไปยุโรปและสหรัฐฯ ในชื่อของ Letybo โดยแบรนด์นี้มีจุดเด่นคือทำราคาแข่งขันออกมาได้ดี มีการใช้เทคโนโลยีการผลิตใหม่ และให้ผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติ เหมาะกับคนที่มีประสบการณ์ฉีดโบท็อกมาบ้างแล้วและต้องการตัวเลือกที่คุ้มค่า

จุดเด่น

  • ราคาไม่แพง
  • ใช้เทคโนโลยีการผลิตใหม่ มีความบริสุทธิ์ดี
  • กำลังขยายการรับรองสู่ตลาดยุโรปและอเมริกา สะท้อนถึงมาตรฐานที่ดีขึ้น
  • ออกฤทธิ์เร็ว และผลลัพธ์ที่ได้ดูเป็นธรรมชาติ

ข้อจำกัด

  • ข้อมูลการใช้งานระยะยาวยังน้อยกว่าแบรนด์อื่น ๆ
  • แพทย์ที่มีประสบการณ์เฉพาะกับแบรนด์นี้ยังมีน้อยกว่า Allergan หรือ Nabota
  • อาจมีความสับสนเรื่องชื่อแบรนด์ในตลาดไทย

ตารางเปรียบเทียบโบท็อก (Botox) แต่ละยี่ห้อ

แบรนด์

ประเทศ

FDA อเมริกา

ระยะออกฤทธิ์

จุดเด่น

เหมาะกับ

Allergan Botox

อเมริกา

3–6 เดือน

มีข้อมูลรองรับมากที่สุด คาดเดาผลลัพธ์ได้ง่าย

หลายตำแหน่งบนใบหน้า หรือฉีดโบท็อกครั้งแรก

Nabota

เกาหลี

3–5 เดือน

ออกฤทธิ์เร็ว คุ้มค่า

ผู้ที่ต้องการฉีดซ้ำ มีงบจำกัด

Neuronox & Meditoxin

เกาหลี

3–4 เดือน

ผลลัพธ์นุ่มนวล ดูเป็นธรรมชาติ

ผู้ที่กังวลเรื่องใบหน้าจะดูแข็งไม่เป็นธรรมชาติ

Xeomin

เยอรมัน

3–6 เดือน

ไม่มีโปรตีนพาหะ ลดการดื้อยา

ผู้ที่ฉีดโบท็อกมานานหลายปี

Aestox & Hutox

เกาหลี

บางส่วน

3–5 เดือน

ราคาดี เทคโนโลยีใหม่

ผู้ที่ต้องการตัวเลือกใหม่ ๆ ในการฉีดโบท็อก

วิธีดูโบท็อก (Botox) แท้ (สติกเกอร์ ฉลาก และหมายเลขล็อต)

  • บรรจุภัณฑ์และฉลาก : ขวดโบท็อกแท้ทุกแบรนด์จะมีฉลากพิมพ์ชัดเจน ไม่เบลอ ไม่มีคำสะกดผิด ตัวอักษรคมชัด โฮโลแกรมหรือสติกเกอร์รับรองของแท้จะมีความสมบูรณ์ไม่ถูกฉีก หรือลอกออก
  • หมายเลขล็อตและวันหมดอายุ : โบท็อกทุกขวดจะต้องมีหมายเลขล็อตที่สามารถตรวจสอบกับบริษัทผู้ผลิตหรือตัวแทนจำหน่ายในไทยได้ เช่น สำหรับ Allergan Botox จะมีระบบ QR Code ที่สแกนแล้วตรวจสอบความถูกต้องได้โดยตรง
  • ลักษณะของสาร : โบท็อกแท้เมื่อละลายน้ำแล้วจะกลายเป็นของเหลวใส ไม่มีตะกอน ไม่มีสี ไม่มีกลิ่น ถ้าสารขุ่น มีตะกอน หรือมีสี นั่นคือสัญญาณที่ผิดปกติ
  • ตัวแทนจำหน่ายที่รับรอง : คลินิกที่เชื่อถือได้จะเลือกซื้อตัวยาจากตัวแทนอย่างเป็นทางการเท่านั้น และสามารถแสดงใบรับรองหรือใบเสร็จการสั่งซื้อได้หากถูกถาม อย่าลังเลที่จะถามแพทย์ว่าโบท็อกที่ใช้มาจากไหน และมีเอกสารรับรองอะไรบ้าง
  • ราคาที่ต่ำผิดปกติ : ถ้าคลินิกโฆษณาว่า “ฉีด Allergan Botox 1,000 Unit ราคาหลักร้อย” นั่นเป็นสัญญาณอันตรายอย่างชัดเจน เพราะต้นทุนของโบท็อกแท้มีราคาที่สมเหตุสมผล ราคาที่ต่ำเกินจริงมักซ่อนความไม่โปร่งใสเอาไว้

โบท็อก (Botox) ยี่ห้อไหนเหมาะกับแต่ละปัญหา เช่น ริ้วรอย กราม และรักแร้

  • ปัญหาริ้วรอยบนใบหน้า (หน้าผาก หางตา คอ) : Allergan Botox และ Nabota ให้ผลลัพธ์ที่ดีในตำแหน่งเหล่านี้ เพราะแพทย์มีประสบการณ์สะสมมากที่สุด แต่สำหรับผู้ที่ต้องการผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติ และไม่แข็งกระด้าง โบท็อก Neuronox หรือ Xeomin อาจเหมาะสมกว่า เพราะออกฤทธิ์นุ่มนวลกว่าในหลาย ๆ คน
  • ปัญหากรามใหญ่ : โบท็อก Allergan และ Nabota ได้ผลลัพธ์ที่ดีมากในตำแหน่งนี้ เพราะกล้ามเนื้อกรามต้องการ Unit ที่มากกว่าตำแหน่งอื่น และตอบสนองได้ดีต่อทั้งสองแบรนด์ ระยะเวลาออกฤทธิ์ในตำแหน่งกรามมักยาวกว่าใบหน้าคือประมาณ 4-6 เดือน
  • ปัญหาบริเวณรักแร้ (เหงื่อออกมาก) : Allergan Botox เป็นตัวเลือกแรกที่แพทย์ส่วนใหญ่เลือกใช้สำหรับการรักษาอาการเหงื่อออกมากผิดปกติ เพราะมีข้อมูลรับรองจากงานวิจัยที่ครบถ้วนที่สุด อย่างไรก็ตาม Nabota เองก็ให้ผลลัพธ์ที่ดีเช่นกันในราคาที่เข้าถึงได้มากกว่า

FAQ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับโบท็อกแต่ละยี่ห้อ

ความแตกต่างหลัก ๆ จะอยู่ที่กระบวนการผลิตและประวัติการรับรองมาตรฐาน โดยส่วนใหญ่แล้วโบท็อกอเมริกาจะผ่านการรับรองจาก US FDA ในขณะที่โบท็อกเกาหลีบางแบรนด์จะไม่ได้ผ่านการรับรอง

ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเป็นอันดับแรก เพื่อให้แพทย์วิเคราะห์ และออกแบบการรักษาที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล

ไม่มีแบรนด์ไหนชนะอย่างชัดเจน เนื่องจากระยะเวลาคงอยู่ของผลลัพธ์จะขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ได้แก่ ตำแหน่งที่ฉีด ปริมาณที่ใช้ ปัจจัยทางร่างกายของแต่ละคน และกิจกรรมที่ทำ (เช่น การออกกำลังกายหนักมากทำให้สารสลายเร็วกว่า)

สามารถทำได้ แต่ควรอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ทุกครั้ง โดยควรแจ้งแพทย์ทุกครั้งว่าเคยใช้แบรนด์ไหนมาก่อน เพื่อที่แพทย์จะสามารถปรับปริมาณ Unit ให้เหมาะสม เนื่องจาก Unit ของแต่ละแบรนด์ไม่เท่ากัน

ขึ้นอยู่กับปริมาณที่ใช้และฝีมือแพทย์มากกว่าแบรนด์ แต่หากเป็นเรื่องของแบรนด์ Neuronox และ Xeomin มักออกฤทธิ์นุ่มนวลกว่าในสายตาของผู้ใช้หลายคน

เลือกโบท็อก (Botox) ที่เหมาะกับคุณที่ Atier Wellness โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

ถ้าอ่านมาถึงตรงนี้แล้วยังไม่แน่ใจว่าควรเลือกโบท็อกแบรนด์ไหน หรือกังวลว่าจะฉีดโบท็อกที่ไหนดีถึงจะได้โบท็อกแท้ และได้ผลลัพธ์ที่ตรงใจ นั่นคือสัญญาณที่ดีว่าคุณกำลังคิดถูกทาง เพราะการเลือกคลินิกและแพทย์สำคัญกว่าการเลือกแบรนด์เสียอีก

ที่ Atier Wellness คือศูนย์ความงามครบวงจรโดยแพทย์เฉพาะทาง ที่เข้าใจว่าโบท็อกไม่ใช่แค่การฉีดสารเข้าไปในหน้า แต่คือการออกแบบใบหน้าให้ดูดีในแบบที่เป็นคุณ ทีมแพทย์ของเรามีความเชี่ยวชาญในกายวิภาคของใบหน้า รู้ว่าตำแหน่งไหนควรใช้ Unit เท่าไหร่ และแบรนด์ไหนเหมาะกับปัญหาของคุณมากที่สุด

เอเทียร์ เวลเนส (ATier Wellness) ขอขอบพระคุณลูกค้าทุกท่าน ที่มอบความไว้วางใจให้เราได้เป็นส่วนหนึ่งในการดูแลสุขภาพและความงามของคุณ

หากสนใจสอบถามรายละเอียดหรือโปรโมชัน แอดไลน์ @atier ได้เลยนะคะ

Line คลิก > @atier
Facebook คลิก > ATier Wellness
Instagram คลิก > @atierwellness
Call คลิก > 095-526-6226

คลินิกเรามี 4 สาขานะคะ
📍 สาขาพระราม 9
📍 สาขาวงเวียนใหญ่
📍 สาขามหานคร
📍 สาขาพัฒนาการ

เปิดให้บริการทุกวัน : 11.00-20.00 น.