ฉีดโบท็อก (Botox) กราม ทำหน้าเรียว V-Shape ใช้กี่ยูนิต กี่วันเห็นผล

ฉีดโบท็อก (Botox) กราม ทำหน้าเรียว V-Shape ใช้กี่ยูนิต กี่วันเห็นผล

การฉีดโบท็อกกราม กลายมาเป็นหนึ่งในวิธีปรับหน้าเรียวที่ได้รับความนิยมมากในช่วงหลายปีที่ผ่านมานี้ เพราะเป็นวิธีปรับรูปหน้าที่ไม่จำเป็นต้องผ่าตัด ไม่มีแผล ไม่ต้องพักฟื้น แต่ได้ผลลัพธ์ที่ชัดเจน หน้าเรียวขึ้น ได้รูป V-Shape แบบที่หลายคนใฝ่ฝัน และมักจะมีคำถามที่ได้ยินอยู่บ่อยครั้งก็คือ “ต้องใช้กี่ยูนิต?” “เห็นผลกี่วัน?” และ “ผลลัพธ์อยู่ได้นานแค่ไหน?” บทความนี้จะตอบทุกข้อสงสัยในแบบที่เข้าใจง่าย เหมือนนั่งคุยกับแพทย์โดยตรงเลย

หัวข้อที่ต้องการอ่าน

ทำไมกรามใหญ่ทำให้หน้าไม่เรียว

หลายคนมีกรามใหญ่โดยที่ตัวเองไม่รู้ตัว บางคนคิดว่าหน้าตัวเองกลมหรือสี่เหลี่ยมเพราะกระดูก แต่จริง ๆ แล้วต้นเหตุมักมาจาก กล้ามเนื้อ Masseter ซึ่งเป็นกล้ามเนื้อบดเคี้ยวที่อยู่บริเวณแก้มด้านล่างสองข้าง โดยกล้ามเนื้อนี้จะโตขึ้นเมื่อถูกใช้งานบ่อยและหนัก เช่น การนอนกัดฟันซึ่งหลายคนทำโดยไม่รู้ตัวตอนนอนหลับ รวมถึงพันธุกรรมที่ทำให้กล้ามเนื้อกรามพัฒนาใหญ่ตามธรรมชาติด้วย

และเมื่อกล้ามเนื้อโตขึ้น ก็จะทำให้ส่วนล่างของใบหน้าดูกว้างออก ทำให้ใบหน้าดูเป็นรูปสี่เหลี่ยมแทนที่จะเป็น V-Shape นอกจากนี้ การที่กรามใหญ่ยังอาจทำให้มีอาการปวดกราม ปวดขมับ หรือปวดหัวตอนตื่นนอนด้วย ดังนั้น การฉีดโบท็อกกรามจึงไม่ได้แค่ทำให้หน้าเรียวขึ้น แต่ยังช่วยแก้ปัญหาสุขภาพได้ด้วย

โบท็อกกราม (Jaw Botox) ทำงานอย่างไร

โบท็อกกราม (Jaw Botox) ทำงานอย่างไร

 โบท็อกกราม จะเป็นการฉีดสารโบทูลินัม (Botulinum Toxin Type A) เข้าไปในกล้ามเนื้อ เพื่อออกฤทธิ์ในการบล็อกสัญญาณประสาทที่ส่งไปยังกล้ามเนื้อนั้น ทำให้กล้ามเนื้อไม่สามารถหดตัวได้อย่างเต็มที่ และเมื่อกล้ามเนื้อไม่เกิดการทำงานหนัก ก็จะทำให้กล้ามเนื้อหดเล็กลง โดยกระบวนการนี้จำเป็นต้องใช้เวลาเพื่อให้ได้เห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจน แต่จะให้ผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติ

ใครบ้างที่เหมาะและไม่เหมาะกับการโปรแกรมฉีดโบท็อกกราม (Jaw Botox)

โปรแกรมโบท็อกกราม เหมาะกับใคร

  • ผู้ที่มีปัญหากรามใหญ่มาจากกล้ามเนื้อ ไม่ใช่กระดูก
  • ผู้ที่มีใบหน้ารูปสี่เหลี่ยม ต้องการหน้าเรียว V-Shape มากขึ้น 
  • ผู้ที่มีปัญหานอนกัดฟันหรือบดฟัน รู้สึกปวดกราม ปวดขมับ หรือปวดหัวจากการใช้กล้ามเนื้อกรามมากเกินไป
  • ผู้ที่ต้องการปรับสัดส่วนใบหน้าให้สมดุลขึ้นโดยไม่ต้องพึ่งการผ่าตัด

โปรแกรมโบท็อกกราม ไม่เหมาะกับใคร

  • หญิงตั้งครรภ์หรืออยู่ในช่วงให้นมบุตร 
  • ผู้ที่แพ้ส่วนประกอบของโบท็อก 
  • ผู้ที่มีโรคทางระบบประสาทและกล้ามเนื้อบางชนิด เช่น Myasthenia Gravis 
  • ผู้ที่กรามใหญ่มาจากกระดูก เพราะโบท็อกจะไม่ส่งผลต่อโครงสร้างกระดูก

โปรแกรมฉีดโบท็อกกราม (Jaw Botox) กี่ยูนิต?

เป็นคำถามที่ไม่มีคำตอบตายตัว เพราะปริมาณที่เหมาะสมจะขึ้นอยู่กับสภาพโครงสร้างใบหน้า ขนาดและความหนาของกล้ามเนื้อ Masseter ของแต่ละบุคคล รวมไปถึงเป้าหมายของการฉีดด้วย โดยทั่วไปสามารถแบ่งคร่าว ๆ ตามระดับกล้ามเนื้อได้ดังนี้

  • กรามขนาดเล็กถึงปานกลาง มักใช้ประมาณ 20–40 ยูนิตต่อข้าง หรือรวมแล้ว 40–80 ยูนิต เหมาะสำหรับคนที่กรามไม่ได้ใหญ่มาก แต่อยากให้หน้าเรียวขึ้นอีกนิด หรือต้องการลดการกัดฟันเบา ๆ
  • กรามขนาดใหญ่ มักใช้ประมาณ 40–60 ยูนิตต่อข้าง หรือรวมแล้ว 80–120 ยูนิต สำหรับคนที่กรามพัฒนามาก กล้ามเนื้อหนาชัดเจน และต้องการผลลัพธ์ที่เห็นได้ชัดขึ้น

สิ่งสำคัญในการฉีดโบท็อกกรามก็คือ แพทย์จะต้องประเมินกล้ามเนื้อให้ดีก่อน ไม่ใช่ฉีดตามปริมาณมาตรฐานอย่างเดียว เพราะถ้าฉีดน้อยเกินไปก็ไม่เห็นผล แต่ถ้าฉีดมากเกินไปหรือผิดตำแหน่ง อาจทำให้กล้ามเนื้อบริเวณใกล้เคียงถูกกระทบ เช่น รอยยิ้มดูไม่เป็นธรรมชาติ หรือมีอาการอ่อนแรงชั่วคราวในส่วนอื่น ๆ ได้

โปรแกรมฉีดโบท็อกกราม (Jaw Botox) กี่วันเห็นผล?

โปรแกรมฉีดโบท็อกกราม (Jaw Botox) กี่วันเห็นผล?

หลายคนคนมักเข้าใจผิดว่า ฉีดโบท็อกกรามแล้วจะเห็นผลทันที แต่จริง ๆ แล้วโบท็อกกรามต้องใช้เวลา เพราะกลไกการออกฤทธิ์ไม่ใช่การลดขนาดในทันที แต่เป็นการค่อย ๆ ทำให้กล้ามเนื้อลดลง โดยมี Timeline ในการเห็นผลลัพธ์หลังฉีด ดังนี้

  • สัปดาห์แรก (วันที่ 1–7) : จะเริ่มรู้สึกว่ากล้ามเนื้อกรามทำงานน้อยลง บางคนสังเกตได้ว่าการกัดฟันแน่นทำได้ยากขึ้นเล็กน้อย แต่ยังไม่เห็นการเปลี่ยนแปลงของรูปหน้าชัดเจนนัก
  • สัปดาห์ที่สอง (วันที่ 7–14) : โบท็อกเริ่มออกฤทธิ์เต็มที่มากขึ้น บางคนเริ่มสังเกตเห็นว่ากรามดูเล็กลงเล็กน้อย โดยเฉพาะเมื่อมองในมุมด้านข้าง
  • เดือนแรก (สัปดาห์ที่ 2–4) : เริ่มเห็นผลชัดเจนขึ้น กล้ามเนื้อเริ่มหดตัวน้อยลง ใบหน้าดูเรียวขึ้นกว่าเดิม
  • เดือนที่ 1–3 : นี่คือช่วงที่เห็นผลลัพธ์ชัดเจนที่สุด เพราะกล้ามเนื้อจะค่อย ๆ ฝ่อลงอย่างเต็มที่ ทำให้ใบหน้าเรียวและได้รูป V-Shape อย่างชัดเจน หน้าดูเล็กลง เรียวลง และสัดส่วนโดยรวมของใบหน้าสมดุลขึ้นมาก

โปรแกรมฉีดโบท็อกกราม (Jaw Botox) อยู่ได้นานกี่เดือน และควรฉีดซ้ำเมื่อไหร่

โดยทั่วไปแล้ว ผลลัพธ์ของโปรแกรมโบท็อกกรามอยู่ได้นานกว่าโบท็อกที่ฉีดบริเวณอื่น เพราะกล้ามเนื้อ Masseter เป็นกล้ามเนื้อขนาดใหญ่และมีการฝ่อลงที่ค่อนข้างถาวรเมื่อฉีดซ้ำสม่ำเสมอ โดยการฉีดครั้งแรก ผลลัพธ์มักอยู่ได้ประมาณ 4–6 เดือน ส่วนการฉีดซ้ำครั้งที่สองและสาม ผลลัพธ์มักยาวนานขึ้นเรื่อย ๆ และอาจอยู่ได้ถึง 6–9 เดือน

แต่สำหรับผู้ที่เพิ่งเริ่มฉีด แพทย์จะแนะนำให้ฉีดซ้ำทุก 4–6 เดือนในช่วง 1–2 ปีแรก เพื่อให้กล้ามเนื้อลดขนาดลงอย่างต่อเนื่อง หลังจากนั้นจึงสามารถเว้นระยะห่างในการฉีดได้นานมากขึ้น บางรายอาจฉีดแค่ปีละครั้งก็ยังคงผลลัพธ์เอาไว้อยู่

ข้อควรระวังและผลข้างเคียงของโปรแกรมฉีดโบท็อกกราม (Jaw Botox)

โปรแกรมโบท็อกกรามมีความปลอดภัยสูงเมื่ออยู่ในมือแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญ แต่ก็มีข้อควรระวังและผลข้างเคียงที่ควรรู้เอาไว้ ดังนี้

  • ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นและหายเองได้ ได้แก่ รอยช้ำหรือบวมเล็กน้อยบริเวณที่ฉีด ซึ่งมักหายภายใน 1–3 วัน รู้สึกล้ากรามเล็กน้อยในช่วงแรก และอาการปวดตื้อ ๆ บริเวณที่ฉีดในวันแรก ๆ
  • ผลข้างเคียงที่อาจเกิดจากการฉีดไม่ถูกตำแหน่ง เช่น ยิ้มไม่สมมาตร หรือกล้ามเนื้อแก้มอ่อนแรงชั่วคราว ซึ่งเป็นเหตุผลสำคัญที่ต้องเลือกแพทย์ที่มีประสบการณ์
  • สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยงหลังฉีด ใน 24 ชั่วโมงแรกควรหลีกเลี่ยงการนวด การออกกำลังกายหนัก การโน้มหน้าลงต่ำนาน ๆ และการสัมผัสความร้อนจัด เช่น ซาวน่า หรืออาบน้ำร้อน เพราะอาจทำให้โบท็อกกระจายไปยังบริเวณที่ไม่ต้องการได้
  • สิ่งที่ควรแจ้งแพทย์ก่อนฉีด หากกำลังรับประทานยาละลายลิ่มเลือด ยาแอสไพริน หรือยาบางชนิด ควรแจ้งแพทย์ล่วงหน้าเพราะอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดรอยช้ำ
เทคนิคทำให้โบท็อกกราม (Jaw Botox) อยู่ได้นานและดูเป็นธรรมชาติ

เทคนิคทำให้โบท็อกกราม (Jaw Botox) อยู่ได้นานและดูเป็นธรรมชาติ

การฉีดโบท็อกให้ได้ผลดีและอยู่นานไม่ได้ขึ้นอยู่กับปริมาณอย่างเดียว แต่ยังมีปัจจัยอื่น ๆ ที่ช่วยได้มาก ดังนี้

  • เลือกฉีดกับแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญเท่านั้น แพทย์ที่เข้าใจกายวิภาคของกล้ามเนื้อกรามอย่างลึกซึ้ง จะสามารถกำหนดจุดฉีดได้แม่นยำ ใช้ปริมาณที่เหมาะสม และทำให้ผลลัพธ์ดูเป็นธรรมชาติ ไม่หนักเกินหรือไม่สมมาตร
  • ลดทำพฤติกรรมที่กระตุ้นกล้ามเนื้อกราม ถ้ายังนอนกัดฟัน เคี้ยวหมากฝรั่ง หรือเคี้ยวของแข็งบ่อย กล้ามเนื้อก็จะยังคงถูกกระตุ้นต่อเนื่อง ทำให้โบท็อกหมดฤทธิ์เร็วขึ้น การลดพฤติกรรมเหล่านี้จึงช่วยให้ผลอยู่ได้นานขึ้น
  • ฉีดซ้ำสม่ำเสมอในช่วงแรก การฉีดต่อเนื่องสม่ำเสมอในช่วง 1–2 ปีแรกจะทำให้กล้ามเนื้อค่อย ๆ ฝ่อลงมากขึ้น ทำให้ผลลัพธ์อยู่ยาวนานขึ้นและต้องการปริมาณโบท็อกน้อยลงในระยะยาว
  • ดูแลสุขภาพโดยรวม หลีกเลี่ยงความเครียดสะสม เพราะความเครียดมักทำให้กัดฟันโดยไม่รู้ตัว การนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอก็ช่วยลดการกัดฟันตอนกลางคืนได้

FAQ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการทำโปรแกรมฉีดโบท็อกกราม (Jaw Botox)

โบท็อกกรามจะเป็นการลดขนาดกล้ามเนื้อที่ทำให้กรามดูใหญ่ ส่วนฟิลเลอร์คางเป็นการเติมปริมาณที่คางเพื่อให้คางยื่นออกมาและใบหน้าดู V-Shape มากขึ้น ในบางครั้งแพทย์จึงมักแนะนำให้ทำทั้งสองอย่างควบคู่กันเพื่อผลลัพธ์ที่ดี

โปรแกรมโบท็อกกรามเจ็บน้อย เพราะเข็มที่ใช้มีขนาดเล็กมาก ส่วนใหญ่จะรู้สึกแค่เหมือนถูกหยิกเบา ๆ โดยแพทย์มักทาครีมชาก่อนฉีดเพื่อลดความรู้สึกไม่สบาย ทั้งกระบวนการใช้เวลาแค่ประมาณ 15–20 นาที

สามารถทานได้ปกติ เพราะกล้ามเนื้อยังคงทำงานอยู่เพียงแต่ทำงานน้อยลง ในช่วงแรกหลังฉีดใหม่ ๆ อาจรู้สึกว่าการเคี้ยวของแข็งต้องออกแรงมากขึ้นเล็กน้อย แต่ส่วนใหญ่จะปรับตัวได้ภายในไม่กี่สัปดาห์

ถ้าหยุดฉีด กล้ามเนื้อจะค่อย ๆ กลับมาทำงานและอาจโตขึ้นใหม่ได้ โดยเฉพาะถ้ายังมีพฤติกรรมกัดฟันหรือเคี้ยวของแข็งบ่อย ๆ อยู่ แต่ถ้าฉีดมาต่อเนื่องนาน ๆ กล้ามเนื้อมักจะไม่กลับมาใหญ่เท่าเดิม

ไม่มีหลักฐานว่าโบท็อกกรามทำให้หน้าดูแก่ขึ้น แต่กลับกันการที่กล้ามเนื้อฝ่อลงบางส่วน และหน้าเรียวขึ้นทำให้ดูอ่อนเยาว์ขึ้นด้วยซ้ำไป

โปรแกรมฉีดโบท็อกกราม (Jaw Botox) ที่ Atier Wellness เพื่อหน้าเรียวได้รูปอย่างปลอดภัย

ที่ Atier Wellness ทุกการฉีดโบท็อกกรามจะเริ่มต้นด้วยการประเมินกล้ามเนื้อกรามอย่างละเอียด โดยทีมแพทย์เฉพาะทาง เพื่อกำหนดปริมาณและตำแหน่งฉีดที่เหมาะกับสรีระของผู้เข้ารับบริการโดยเฉพาะ ไม่ใช่การฉีดแบบ One-size-fits-all ที่อาจให้ผลไม่ตรงตามที่หวัง โดยเราเลือกใช้เฉพาะผลิตภัณฑ์โบท็อกที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน พร้อมดูแลโดยทีมแพทย์ที่มีประสบการณ์ตรงในการฉีดโบท็อกกรามมาอย่างยาวนาน ทำให้มั่นใจได้ว่าได้รับผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติ สมมาตร และปลอดภัย

เอเทียร์ เวลเนส (ATier Wellness) ขอขอบพระคุณลูกค้าทุกท่าน ที่มอบความไว้วางใจให้เราได้เป็นส่วนหนึ่งในการดูแลสุขภาพและความงามของคุณ

หากสนใจสอบถามรายละเอียดหรือโปรโมชัน แอดไลน์ @atier ได้เลยนะคะ

Line คลิก > @atier
Facebook คลิก > ATier Wellness
Instagram คลิก > @atierwellness
Call คลิก > 095-526-6226

คลินิกเรามี 4 สาขานะคะ
📍 สาขาพระราม 9
📍 สาขาวงเวียนใหญ่
📍 สาขามหานคร
📍 สาขาพัฒนาการ

เปิดให้บริการทุกวัน : 11.00-20.00 น.