เมื่ออายุเริ่มเข้าเลข 3 หลาย ๆ คนก็เริ่มสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงของผิวหน้าของเรา ไม่ว่าจะเป็นริ้วรอยเล็กๆ ความหย่อนคล้อย หรือผิวที่ดูแห้งกร้านไม่สดใสเหมือนเดิม ซึ่งปัญหาเหล่านี้เป็นเรื่องธรรมชาติที่เกิดขึ้นจากการลดลงของคอลลาเจนและอีลาสตินในผิว ซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ผิวดูเต่งตึงและอ่อนเยาว์ และด้วยสาเหตุนี้ ทำให้หนึ่งในหัตการที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในการดูแลความงามและผิวพรรณก็คือ โปรแกรม Profhilo ตัวช่วยกระตุ้นคอลลาเจนให้ผิวหน้าเนียนใส สุขภาพผิวดีขึ้นจากภายใน แต่หลายคนอาจจะยังสงสัยอยู่ว่า Profhilo คืออะไร? และ Profhilo ดีไหม? บทความนี้เราจะมาหาคำตอบไปพร้อม ๆ กัน
หัวข้อที่ต้องการอ่าน
โปรแกรม Profhilo ดีไหม ? คืออะไร มีจุดเด่นอย่างไรบ้าง
โปรแกรม Profhilo คือตัวช่วยดูแลผิวหน้าใหม่จากประเทศอิตาลี ซึ่งได้รับการยอมรับในวงการแพทย์ผิวหนังทั่วโลกว่าเป็น Bioremodeling หรือเป็นการปรับโครงสร้างผิวจากภายใน ทำให้โปรแกรมนี้แตกต่างไปจากการรักษาแบบอื่น ๆ อย่างสิ้นเชิง เพราะไม่ได้เน้นการเติมเต็มเฉพาะจุดเหมือนฟิลเลอร์ทั่วไป แต่เป็นการส่งสัญญาณเข้าไปซ่อมแซมเซลล์ผิวต่าง ๆ และกระตุ้น Fibroblast ให้สร้างคอลลาเจนและอีลาสตินใหม่ในผิวโดยตรง ทำให้ได้ผลลัพธ์ผิวที่ดูอิ่มฟู กระชับ ยืดหยุ่น และเรียบเนียนมากขึ้นแบบดูเป็นธรรมชาติ เผยใบหน้าที่ดูสดใส และอ่อนเยาว์
จุดเด่นที่ทำให้โปรแกรม Profhilo Filler แตกต่าง
- โปรแกรม Profhilo มีความเข้มข้นของ Hyaluronic Acid (HA) สูง และมีความบริสุทธิ์สูง ทำให้มีผลข้างเคียงที่น้อย และเป็นการฟื้นฟูผิวแบบครอบคลุม
- โปรแกรม Profhilo เน้นการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ ทำให้ผิวมีสุขภาพที่ดีขึ้นจากภายใน
- โปรแกรม Profhilo ไม่เป็นอันตราย เนื่องจากไม่มีสารเติมแต่ง (BDDE-free) จึงลดความเสี่ยงของการเกิดอาการแพ้ หรือการระคายเคืองได้เป็นอย่างดี
- โปรแกรม Profhilo เห็นผลลัพธ์ได้รวดเร็ว สามารถเริ่มสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นของผิวได้ภายใน 1 – 2 สัปดาห์หลังทำ
- โปรแกรม Profhilo เหมาะสำหรับทุกสภาพผิว โดยเฉพาะผู้ที่เริ่มมีปัญหาผิวหย่อนคล้อย และความไม่ยืดหยุ่นตามวัย
โปรแกรม Profhilo Filler มีองค์ประกอบ และกระบวนการทำงานอย่างไร ?
หัวใจสำคัญของโปรแกรม Profhilo ก็คือกรดไฮยาลูรอนิก Hyaluronic Acid (HA) ที่ทุกคนคุ้นเคยกันอยู่แล้ว แต่สิ่งที่ทำให้โปรแกรมนี้แตกต่างไปจากฟิลเลอร์ทั่ว ๆ ไปก็คือ กระบวนการผลิตที่เป็นสิทธิบัตรเฉพาะอย่างเทคโนโลยี NAHYCO® นั่นเอง ซึ่งกระบวนการผลิตนี้ จะเป็นการนำ Hyaluronic Acid สองขนาดที่แตกต่างกัน มาผ่านกระบวนการสร้างพลังงานความร้อนแบบจำเพาะ ซึ่งทำให้เกิดการเชื่อมต่อสร้างพันธะต่อกันจนกลายมาเป็นโครงสร้างพิเศษที่เราเรียกกันว่า Hybrid Cooperative Complex (HCC) ซึ่งโครงสร้างนี้เอง ทำให้โปรแกรม Profhilo มีความเข้มข้นและความบริสุทธิ์ของ HA ที่สูง ฉีดแล้วกระจายตัวได้ดี ไม่จับตัวเป็นก้อนเหมือนกับฟิลเลอร์ทั่วไป พร้อมกระตุ้นคอลลาเจนและอีลาสติน ใหม่ขึ้นมาทดแทนส่วนที่สูญเสียไปตามวัย ผิวของเราจึงกลับมามีความยืดหยุ่น กระชับ และดูอ่อนเยาว์อย่างเป็นธรรมชาติจากภายในสู่ภายนอก
โปรแกรม Profhilo Filler แตกต่างจาก HA Filler ทั่วไปอย่างไร ?
เป็นอีกหนึ่งคำถามที่มักจะได้ยินอยู่บ่อย ๆ เพราะองค์ประกอบหลักของ Profhilo ก็คือ Hyaluronic Acid (HA) เช่นเดียวกับ HA Filler ทั่วไป แต่จะมีโครงสร้างและกระบวนการที่พิเศษ และแตกต่างไปจากฟิลเลอร์ทั่วไปอย่างสิ้นเชิง ซึ่งก่อนอื่นเราจะมาทำความเข้าใจกันก่อนว่า แล้ว Hyaluronic Acid Filler ในปัจจุบันมีกี่แบบ ซึ่งเราสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทใหญ่ ๆ ตามโครงสร้างของโมเลกุล ดังนี้
- Cross-linked HA
เป็นกลุ่ม HA ที่เราคุ้นเคยกันดีในชื่อของโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ โดยมีโครงสร้างและการทำงานแบบเชื่อมพันธะ (Cross-linked) ด้วยสารพิเศษอย่าง BDDE หรือ PEG เพื่อให้โมเลกุลของ HA เกิดการคงรูปเป็นเนื้อเจลที่มีความหนาแน่น และทนทานต่อการสลายด้วยเอนไซม์ในร่างกาย HA ประเภทนี้จึงเหมาะสำหรับเน้นการ ‘เติมเต็ม’ และปรับรูปหน้าในบริเวณที่ต้องการ เช่น โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ Restylane, Juvederm หรือ Belotero
- Non-Crosslinked HA
เป็นกลุ่ม HA บริสุทธิ์ที่ไม่มีการเชื่อมพันธะด้วยสารอื่น ๆ ทำให้โมเลกุลถูกสลายโดยเอนไซม์ในร่างกายอย่างรวดเร็วภายใน 24 – 48 ชั่วโมง มีวัตถุประสงค์หลักในการให้ความชุ่มชื้น และความอิ่มฟูในผิวแบบชั่วคราว และให้ผลลัพธ์ที่รวดเร็ว แต่ก็มีข้อจำกัดหลัก ๆ คือ แม้ว่าจะให้ผลลัพธ์แบบรวดเร็วทันใจ แต่ผลลัพธ์ไม่สามารถอยู่ได้นาน และไม่ได้มีคุณสมบัติในการกระตุ้นคอลลาเจนที่มีประสิทธิภาพในระยะยาว (ยกเว้นจะมีสารกระตุ้นอื่นเป็นส่วนประกอบ)
แล้วโปรแกรม Profhilo Filler อยู่ในกลุ่มไหน? คำตอบก็คือ “ไม่ได้อยู่ในกลุ่มไหนเลย” เพราะโปรแกรม Profhilo เป็นเทคโนโลยีที่อยู่เหนือการแบ่งกลุ่มแบบดั้งเดิม เพราะใช้เทคโนโลยี NAHYCO® ในการสร้างโครงสร้างพิเศษที่เรียกว่า Hybrid Cooperative Complex (HCC) ซึ่งเป็น HA ที่มีพันธะเชื่อมโยงกันแบบเป็นธรรมชาติ ทำให้สามารถอยู่ในผิวได้นานเพื่อกระตุ้นให้เซลล์ผิวสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินใหม่ รวมทั้งยังไม่จับตัวเป็นก้อน และกระจายตัวได้ดี ซึ่งแตกต่างจาก HA Filler ที่เน้นการ “เติม” เพียงอย่างเดียว
โปรแกรม Profhilo ฉีดจุดไหนได้บ้าง
โปรแกรม Profhilo นิยมฉีดบริเวณใบหน้าและลำคอ เพื่อฟื้นฟูผิวให้กระชับ เรียบเนียนมากขึ้น โดยจะมีการใช้เทคนิคที่เรียกว่า BAP Technique (Bio-Aesthetic Points) ซึ่งเป็นจุดที่มักจะเห็นริ้วรอย หรือความหย่อนคล้อยได้ชัดเจนโดยเฉพาะเมื่ออายุมากขึ้น ทำฝให้เทคนิคนี้จะช่วยให้ได้ผลลัพธ์ผิวหน้าที่กระชับ และดูชุ่มชื้นสุขภาพดีมากขึ้น โดยจะทำการฉีดข้างละ 5 จุดรวมกันเป็น 10 จุดทั่วใบหน้า ดังนี้
- บริเวณใต้ตา เพื่อช่วยเรื่องความชุ่มชื้นและลดริ้วรอยรอบดวงตา ทำให้ผิวดูสดใสขึ้น
- บริเวณแก้มส่วนล่าง เพื่อฟื้นฟูความยืดหยุ่นบริเวณแก้ม และลดความหย่อนคล้อยของผิว
- บริเวณรอบปาก เพื่อแก้ไขริ้วรอยเล็ก ๆ รอบริมฝีปาก และพยุงมุมปากไม่ให้ตก
- บริเวณกรอบหน้า และกราม เพื่อยกกระชับแนวกรามให้กรอบหน้าคมชัด
- บริเวณคาง เพื่อปรับโครงสร้างผิวส่วนล่างให้ตึงกระชับและเรียบเนียน รับกับกรอบหน้าอย่างเป็นธรรมชาติ
โปรแกรม Profhilo 1 กล่องมีกี่ cc ?
อีกหนึ่งคำถามที่หลาย ๆ คนอยากรู้ก็คือ แล้ว Profhilo 1 กล่อง มีกี่ cc ? คำตอบก็คือ ใน 1 กล่องของ Profhilo จะบรรจุ 2 ml หรือเทียบเท่ากับ 2 cc ซึ่งเพียงพอสำหรับการฉีดทั่วใบหน้าใน 1 ครั้ง โดยแพทย์จะฉีดตามจุด BAP (Bio Aesthetic Points) ทั้งหมด 5 จุดต่อข้าง เพื่อให้สารกระจายตัวได้อย่างทั่วถึง
การเตรียมตัวก่อน และหลังทำโปรแกรม Profhilo
เพื่อให้การรักษาด้วย Profhilo ได้ผลลัพธ์ที่ดี และลดโอกาสเกิดรอยช้ำหรือผลข้างเคียง การเตรียมตัวก่อนเข้ารับการรักษาและการดูแลตัวเองหลังทำเป็นสิ่งสำคัญมาก ซึ่งควรปฏิบัติตามคำแนะนำ ดังนี้
การเตรียมตัวก่อนทำโปรแกรม Profhilo
- หลีกเลี่ยงยา และอาหารเสริมบางชนิด ที่ส่งผลต่อการแข็งตัวของเลือดประมาณ 1 สัปดาห์ก่อนทำ เช่น แอสไพริน (Aspirin) วิตามิน E หรืออาหารเสริมอื่น ๆ
- งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด อย่างน้อย 24 ชั่วโมง ก่อนฉีด
- แจ้งประวัติสุขภาพให้แพทย์ฟังอย่างครบถ้วน หากคนไข้มีโรคประจำตัว หรือมีประวัติการแพ้ยา แพ้สารเติมเต็ม แพ้ HA หรือแพ้สารอื่นใดที่ใช้ในการรักษา กรุณาแจ้งให้แพทย์ทราบอย่างละเอียด เพื่อความปลอดภัยในการรักษา
การดูแลตัวเองหลังทำโปรแกรม Profhilo
- งดการสัมผัสใบหน้าแรง ๆ กด บีบ นวด และแต่งหน้าในบริเวณที่ทำ ในช่วง 24 ชั่วโมงแรก เพื่อป้องกันการติดเชื้อและการเคลื่อนที่ของตัวยา
- งดการออกกำลังกายหนัก หรือกิจกรรมที่ทำให้ร่างกายเกิดความร้อนสูง เช่น การอบซาวน่า หรือเข้าห้องสตรีม เป็นเวลา 1 – 2 วัน หลังฉีด
- หลีกเลี่ยงความร้อนทุกรูปแบบ เช่น การโดนแสงแดดจัด เพื่อลดการอักเสบ และรักษาผลลัพธ์ของตัวยาให้คงอยู่ได้นานมากขึ้น
- หากมีอาการผิดปกติเกิดขึ้น เช่น อาการบวมแดงที่รุนแรง หรือมีอาการแพ้ใด ๆ โปรดรีบติดต่อคลินิกหรือแพทย์ผู้ทำการรักษาโดยเร็วที่สุด
FAQ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับโปรแกรม Profhilo
Profhilo ดีไหม? แตกต่างจากการฉีดฟิลเลอร์ทั่วไปอย่างไร?
โปรแกรม Profhilo เป็น Bioremodeling หรือเป็น HA ที่มีความเข้มข้นและมีความบริสุทธิ์สูง ให้ผลลัพธ์ที่โดดเด่นในเรื่องของการฟื้นฟูคุณภาพผิว และความยืดหยุ่นโดยรวม ซึ่งแตกต่างไปจากโปรแกรม HA Filler ทั่วไปที่เน้นการเติมเต็ม หรือเพิ่มปริมาตรเฉพาะจุดเท่านั้น
Profhilo เหมาะกับใคร?
โปรแกรม Profhilo เหมาะกับผู้ที่เริ่มมีสัญญาณของความเสื่อมของผิว เช่น ผิวขาดน้ำ ขาดความแน่นฟู หรือเริ่มมีริ้วรอยเล็ก ๆ เกิดขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มคนอายุ 30 ปีขึ้นไป ที่การผลิตคอลลาเจนตามธรรมชาติเริ่มลดลง การตัดสินใจทำโปรแกรมนี้ จึงเปรียบเสมือนการบำรุงลึกถึงโครงสร้างผิว เพื่อเพิ่มความอ่อนเยาว์ให้กับผิว และป้องกันความหย่อนคล้อยในอนาคต
Profhilo กี่วันเห็นผล?
หลังฉีด Profhilo จะเริ่มเห็นผลการเปลี่ยนแปลงได้ภายใน 1 – 2 สัปดาห์ ผิวจะเริ่มชุ่มชื้นและอิ่มฟูมากขึ้น และจะเห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจนในเรื่องของการกระตุ้นคอลลาเจน และการยกกระชับได้อย่างชัดเจนหลังจากการฉีดครบทั้ง 2 ครั้ง (ห่างกัน 1 เดือน)
หลังฉีด Profhilo ต้องพักฟื้นไหม?
หลังฉีด Profhilo ไม่จำเป็นต้องพักฟื้น เพราะหลังฉีดอาจมีเพียงตุ่มนูนเล็ก ๆ คล้ายรอยยุงกัดในบริเวณที่ฉีดเท่านั้น ซึ่งจะยุบ และหายไปเองภายใน 24 – 48 ชั่วโมง
Profhilo ช่วยเรื่องผิวส่วนไหนได้บ้าง?
โปรแกรม Profhilo ช่วยปรับปรุงผิวบริเวณใบหน้า ลำคอ มือ และผิวกายส่วนที่เริ่มมีความหย่อนคล้อยและขาดความยืดหยุ่นได้เป็นอย่างดี ทำให้ผิวดูแน่นฟู และเรียบเนียนมากขึ้น
ทำไมต้องฉีด Profhilo ที่ Atier Wellness
จะเห็นได้ว่า โปรแกรม Profhilo เป็นนวัตกรรม Bioremodeling จากอิตาลีที่โดดเด่นด้วย Hyaluronic Acid ที่มีความบริสุทธิ์สูง และผ่านกระบวนการสร้างด้วยเทคโนโลยี NAHYCO® ทำให้สามารถกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินได้ทั้งในชั้นผิวตื้นและชั้นผิวลึก มอบผลลัพธ์ที่ครอบคลุมทั้งความเรียบเนียน ความยืดหยุ่น และความชุ่มชื้น รวมทั้งยังช่วยแก้ไขปัญหาผิวหย่อนคล้อย ริ้วรอย และแม้กระทั่งหลุมสิวได้โดยไม่ทำให้รูปหน้าเปลี่ยนไป พร้อมมอบผลลัพธ์ผิวอ่อนเยาว์ที่คงอยู่ได้ยาวนาน 6 – 12 เดือน
ที่ Atier Wellness เราตระหนักถึงความสำคัญของเทคนิคการฉีดที่แม่นยำ เพื่อดึงศักยภาพของ Profhilo มาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยคุณหมอลิ้ง ‘นายแพทย์ วีระวิชย์ วาทีทิพย์’ ผู้ที่ซึ่งได้รับตำแหน่ง ‘Rising Star’ Galderma Trainer ที่ยืนยันถึงมาตรฐานระดับสากลและความเชี่ยวชาญ ก็ได้นำความรู้ และเทคนิคเหล่านี้มาถ่ายทอดให้กับทีมแพทย์ผิวหนังของเราทุกคนอย่างต่อเนื่อง ผ่านการอบรมที่จัดขึ้นเป็นประจำ ดังนั้น ทีมแพทย์ของเราทุกคนจึงเป็น “Best Hand by Best Practice” ที่มีความเข้าใจในตัวผลิตภัณฑ์อย่างลึกซึ้ง สามารถประยุกต์ใช้ Profhilo ในเทคนิคที่เหมาะสม และออกแบบวางแผนการรักษาแบบเฉพาะบุคคล เพื่อให้ได้โปรแกรมการฟื้นฟูผิวที่เหมาะสม แก้ไขปัญหาผิวที่กังวลใจ และได้ผลลัพธ์ที่แตกต่างอย่างเป็นธรรมชาติ และปลอดภัย