เคยสงสัยไหมครับว่า ทำไมส่องกระจกแล้วเริ่มเห็นร่องแก้มชัดหรือกรอบหน้าดูไม่คมเหมือนเมื่อก่อน? ปัญหานี้คือสิ่งในสัญญาณเตือนที่บ่งบอกว่า คอลลาเจนในผิวเริ่มลดลงไปตามวัย จนทำให้ผิวเกิดความหย่อนคล้อยตามมา แต่ไม่ต้องกังวลไป เพราะในปัจจุบันมีเทคโนโลยีมากมายที่เข้ามาช่วยแก้ไขปัญหาเหล่านี้ เพื่อให้ใบหน้ากลับมาสดใส และกระชับ ดูอ่อนเยาว์อีกครั้ง
หัวข้อที่ต้องการอ่าน
ปัญหาผิวตามวัยเกิดจากอะไร ทำไมจู่ ๆ ถึงหน้าเหี่ยวและผิวหย่อนคล้อย
หนึ่งในเหตุผลที่ทำให้ใบหน้าของเราดูตอบ โทรม หรือดูเหนื่อยทั้ง ๆ ที่น้ำหนักก็มีเท่าเดิม นั่นเป็นเพราะว่า ใบหน้าของเราเริ่มมีปัญหาผิวหย่อนคล้อยเกิดขึ้น ซึ่งปัญหานี้ไม่ได้มีแค่เรื่องของริ้วรอยบนพื้นผิวเท่านั้น แต่คือการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างใบหน้าระบบตั้งแต่ชั้นกระดูกที่ยุบตัว ไขมันที่เคลื่อนที่ลงต่ำตามแรงโน้มถ่วง ไปจนถึงชั้นพังผืด (SMAS) ที่เคยตึงกระชับเริ่มหย่อนยานลง โดยสาเหตุสำคัญที่ทำให้ผิวช่วงวัย 30 – 50 ปีเริ่มหย่อนคล้อย มาจากปัจจัยเหล่านี้
- คอลลาเจนและอีลาสตินลดลง ทำให้ผิวเสียความยืดหยุ่น
- โครงสร้างผิวชั้นลึกเสื่อม รวมถึงชั้น SMAS ในบางจุด
- ไขมันใต้ผิวเคลื่อนหรือยุบตัว ทำให้แก้มห้อย ร่องแก้มลึก ใต้ตาลึก
- กล้ามเนื้อใบหน้าอ่อนแรงหรือทำงานไม่สมดุล ซึ่งส่งผลต่อความหย่อนคล้อยบริเวณกรอบหน้า และมุมปาก
- ฮอร์โมน ความเครียด และการนอนหลับพักผ่อนไม่เพียงพอ
- แสงแดด มลภาวะ และการสูบบุหรี่ ทำให้ผิวดูมีอายุกว่าวัย
ดังนั้น การแก้ไขปัญหาผิวหย่อนคล้อยให้เห็นผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติ จะต้องออกแบบการรักษาแบบ Multi-layer หรือแก้ปัญหาให้ตรงชั้นผิวครับ เพราะแต่ละคนมีสาเหตุไม่เหมือนกัน การเลือกหัตถการที่ตรงจุด จึงสำคัญกว่าการทำทุกอย่างรวมกัน
รวม 5 เทคโนโลยีแก้ปัญหาผิวหย่อนคล้อย ที่ได้รับความนิยม
ผิวหน้าของเรานั้นมีหลายชั้น ไม่ว่าจะเป็นชั้นผิวหนัง ไขมัน หรือกล้ามเนื้อ ซึ่งการจะยกกระชับผิวให้ได้ผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติ และอยู่ได้นาน จะต้องเลือกเครื่องมือที่แก้ปัญหาได้ตรงจุด และครอบคลุมปัญหาที่แต่ละคนมี โดย 5 เทคโนโลยีแก้ปัญหาผิวหย่อนคล้อยที่ได้รับความนิยมในปัจจุบัน มีดังนี้
โปรแกรมนี้เป็นโปรแกรมยกกระชับที่ส่งพลังงานลงไปกระตุ้นถึงชั้นกล้ามเนื้อใบหน้า (Muscle) ช่วยยกพยุงโครงสร้างหน้าให้ยกขึ้นจากภายใน พร้อมกระตุ้นคอลลาเจนไปพร้อม ๆ กันได้โดยไม่ต้องใช้เข็ม
จุดเด่นของโปรแกรมนี้
- เป็นเครื่องเดียวที่กระตุ้นถึงชั้นกล้ามเนื้อ (Muscle) ให้แข็งแรง เพื่อดึงรั้งใบหน้าขึ้น
- ให้ผลลัพธ์ใบหน้าละมุนดูเป็นธรรมชาติ ไม่ทำให้หน้าดูตึงแข็ง เพราะเป็นการฟื้นฟูระบบพยุงหน้าตามธรรมชาติ
- บวมช้ำน้อย ใช้เวลาในการทำหัตถการไม่นาน และไม่จำเป็นต้องพักฟื้น
ตัวจริงเรื่องการยกกระชับชั้น SMAS หรือชั้นเดียวกับที่แพทย์ใช้ในการผ่าตัดดึงหน้า เครื่องนี้ทำงานด้วยการใช้คลื่นเสียงความถี่สูงยิงลงไปเป็นจุดไข่ปลาเพื่อดึงหน้าให้ตึงขึ้น เหมาะมากสำหรับคนที่เริ่มมีแก้มหย่อนคล้อย หรือกรอบหน้าไม่ชัด
จุดเด่นของโปรแกรมนี้
- มีหน้าจอ Real-time เห็นชั้นผิวจริงขณะทำ แพทย์จึงสามารถยิงพลังงานลงลึกได้อย่างแม่นยำ
- กรอบหน้าคมชัด (V-Shape) โดดเด่นเรื่องการเก็บเหนียง ยกคิ้ว และปั้นกรอบหน้าให้คมชัด
- ทำครั้งเดียวอยู่ได้นาน ผลลัพธ์จะค่อย ๆ ชัดเจนขึ้น และคงอยู่ได้ประมาณ 1 ปี
สำหรับใครที่มีความกังวลเรื่องปัญหาผิวหย่อนคล้อย ไม่เรียบเนียน หรือมีปัญหาเรื่องริ้วรอย โปรแกรมนี้จะตอบโจทย์มาก โดยเครื่องนี้จะทำงานด้วยการใช้เข็มขนาดเล็กส่งพลังงานคลื่นวิทยุลงไปจัดระเบียบไขมันใต้ผิว และรีบูตผิวใหม่ให้กลับมาแน่นกระชับ และเรียบเนียนมากยิ่งขึ้น
จุดเด่นของโปรแกรมนี้
- ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ ทำให้ผิวเรียบเนียน และดูมีสุขภาพดีมากขึ้น
- ช่วยแก้ปัญหารูขุมขนและรอยย่นได้เป็นอย่างดี ทำให้ผิวที่เคยหยาบกร้านกลับมาแน่นและเรียบเนียน
- ช่วยลดไขมันส่วนเกินได้ โดยสามารถปรับระดับความลึก เพื่อช่วยกระชับไขมันส่วนเกินบริเวณแก้มหรือคอ
อีกหนึ่งมาตรฐานทองคำสำหรับการลดไขมันแก้ม พร้อมกระชับผิว โดยโปรแกรมนี้จะมีความโดดเด่นในเรื่องของการทำให้ผิวที่หย่อนคล้อยกลับมาแน่นกระชับ เหมาะกับคนที่มีเนื้อแก้มเยอะ หรือผิวดูไม่เฟิร์ม
จุดเด่นของโปรแกรมนี้
- ช่วยทำให้ผิวแน่นกระชับ ดูเฟิร์มแบบมีสุขภาพผิวดี
- ช่วยลดวอลลุ่มใบหน้า ใบหน้าสวยได้รูปมากขึ้น
- ช่วยให้ผิวดูเงา และรูขุมขนดูเล็กลงอย่างเห็นได้ชัด
และโปรแกรมสุดท้าย ทางเลือกใหม่ที่นำพลังงานความร้อนมาใช้เพื่อช่วยฟื้นฟูคอลลาเจน และกระชับรูขุมขนแบบสบายผิว โปรแกรมนี้จะเน้นงานผิวที่ดูอิ่มฟู สดใส และช่วยยกกระชับในระดับเบาถึงปานกลางได้อย่างมีประสิทธิภาพ
จุดเด่นของโปรแกรมนี้
- ช่วยฟื้นฟูคอลลาเจนแบบอ่อนโยน เน้นการกระตุ้นคอลลาเจนชั้นกลางให้ผิวดูเด้งและอิ่มน้ำ
- ช่วยยกกระชับแบบไร้ความเจ็บ เหมาะกับคนที่เป็นกังวลเรื่องความเจ็บจากเครื่องยกกระชับรุ่นอื่น ๆ
- ช่วยปรับสภาพผิวให้ดูสดใส ลดความโทรม และช่วยยกกระชับในระดับที่พอเหมาะ
FAQ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับปัญหาผิวตามวัย
ปัญหาผิวตามวัย มักจะเริ่มสังเกตเห็นได้ชัดในช่วงอายุเท่าไหร่?
โดยปกติแล้ว โครงสร้างผิวจะเริ่มสูญเสียคอลลาเจนและอีลาสตินตั้งแต่อายุ 25 ปี แต่จะเริ่มเห็น ปัญหาผิวหย่อนคล้อย ชัดเจนในช่วงวัย 30+ โดยจะเริ่มจากร่องแก้มลึก มุมปากตก และกรอบหน้าที่ไม่คมชัดเหมือนเดิม เนื่องจากแรงโน้มถ่วงและกระดูกใบหน้าที่เริ่มยุบตัว
ปัญหาผิวรักษายังไง ให้เห็นผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติ?
แนะนำให้แก้ไขที่ต้นเหตุของแต่ละชั้นผิว และเลือกโปรแกรมที่ตอบโจทย์การแก้ปัญหานั้น ๆ เช่น หากปัญหาผิวหย่อนคล้อยมีต้นเหตุมาจากชั้น SMAS ควรใช้เครื่องมือกลุ่ม Ulthera เป็นต้น
ผิวหย่อนคล้อยเกิดจากอะไร นอกจากเรื่องของอายุ?
แม้ว่าอายุจะเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้เกิดผิวหย่อนคล้อย แต่ปัจจัยอื่น ๆ เช่น แสงแดด ความเครียด การพักผ่อนน้อย และการสูบบุหรี่ เองก็เป็นตัวเร่งที่ทำให้เส้นใยคอลลาเจนถูกทำลายเร็วขึ้น รวมถึงการลดน้ำหนักอย่างรวดเร็วก็ทำให้ผิวปรับตัวไม่ทันจนเกิดความหย่อนคล้อยได้เช่นกัน
ริ้วรอยตามวัย ต่างจากผิวหย่อนคล้อยอย่างไร รักษาเหมือนกันไหม?
แตกต่างกัน เพราะริ้วรอยมักเกิดจากการขยับกล้ามเนื้อ หรือผิวชั้นบนแห้งกร้าน แต่ปัญหาผิวหย่อนคล้อยเกิดจากโครงสร้างพยุงผิว ซึ่งต้องใช้การยกกระชับ หรือการฉีดสารเติมเต็มเพื่อปรับมิติใบหน้าแทน
ดูแลผิวตามวัยอย่างไร ให้ชะลอการเกิดความหย่อนคล้อยได้ดี?
หัวใจสำคัญที่จะป้องกันไม่ให้ผิวหย่อนคล้อยก็คือ การดูแลตัวเองอย่างถูกต้องและสม่ำเสมอ เช่น การทาครีมกันแดด ร่วมกับการทำโปรแกรมยกกระชับต่าง ๆ เพื่อให้ผิวแข็งแรง และยืดหยุ่นอยู่เสมอ
โปรแกรมแก้ปัญหาผิวหย่อนคล้อย ที่ Atier Wellness
สุดท้ายนี้ ปัญหาผิวหย่อนคล้อยไม่ใช่เรื่องน่ากังวลหากเราแก้ไขได้ถูกจุด การเข้าใจโครงสร้างผิวที่เปลี่ยนแปลงไปตามวัย และการเลือกใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสม จะช่วยให้ใบหน้าดูอ่อนเยาว์ และสดใสเป็นธรรมชาติได้อีกครั้งโดยไม่ต้องพึ่งการผ่าตัดใหญ่เสมอไป
หากคุณเริ่มสังเกตเห็นสัญญาณผิวหย่อนคล้อย หรืออยากดูแลตัวเองให้ดูดีอยู่เสมอ เข้ามาปรึกษากับเราได้เลยที่ Atier Wellness เรามีทีมแพทย์เฉพาะทางที่พร้อมวิเคราะห์โครงสร้างใบหน้าแบบเคสต่อเคส พร้อมเครื่องมือยกกระชับระดับโลกที่ครบครัน เพื่อออกแบบโปรแกรมการรักษาที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์และผลลัพธ์ที่คุณต้องการอย่างแท้จริง