หลุมสิว เป็นหนึ่งในปัญหาผิวที่ทำให้หลาย ๆ คนรู้สึกหมดหวัง เพราะเป็นปัญหารอยสิวที่ทิ้งไว้บนใบหน้าที่ดูเหมือนจะอยู่กับเราไปอีกนาน ใช้ครีมทาเท่าไหร่ก็ไม่หาย เลเซอร์บางชนิดก็ช่วยได้แค่ระดับหนึ่ง ในบทความนี้ เราจะมาทำความรู้จักกับตัวช่วยใหม่อย่างโปรแกรม Morpheus8 หลุมสิวคืออะไร ช่วยได้จริงไหม เห็นผลแค่ไหน แล้วต้องทำกี่ครั้งถึงจะคุ้มค่า เราลองไปดูพร้อม ๆ กันเลย
หัวข้อที่ต้องการอ่าน
ทำไมหลุมสิวถึงรักษายาก
หลุมสิว เกิดขึ้นจากการที่ผิวหนังเกิดการอักเสบรุนแรงในชั้นลึก และเซลล์ผิวหนังไม่สามารถฟื้นฟูตัวเองได้อย่างสมบูรณ์ จนทำให้พังผืดใต้ผิวดึงผิวส่วนนั้นให้ยุบลง และเกิดเป็นหลุมสิวในรูปแบบต่าง ๆ โดยปัญหาหลักคือ เพราะเป็นพังผืดใต้ผิวหนัง จึงทำให้ครีมทาภายนอกไม่มีทางเข้าถึงได้ เลเซอร์ผิวเผินก็รักษาได้แค่ชั้นบนสุด ส่วนคอลลาเจนที่เสียหายไปก็ไม่ได้ฟื้นคืนมาเองตามธรรมชาติ เมื่ออายุเพิ่มขึ้น คอลลาเจนยิ่งลด หลุมสิวก็ยิ่งดูชัดขึ้นอีก นั่นจึงเป็นสาเหตุที่ทำให้หลุมสิวเป็นปัญหาเรื้อรังที่ต้องการการรักษาที่เข้าถึงชั้นผิวอย่างแท้จริง
โปรแกรม Morpheus8 รักษาหลุมสิวอย่างไร
โปรแกรม Morpheus8 คือเทคโนโลยีที่ผสมผสานระหว่างสองเทคโนโลยีที่ทำงานร่วมกันอย่างแม่นยำ คือ Microneedling และคลื่น RF (Radiofrequency) ในอุปกรณ์เดียว
- Microneedling : คือการใช้เข็มขนาดเล็กจิ๋วเจาะผ่านผิวหนังลงไปในชั้นที่ต้องการรักษา ซึ่งใน Morpheus8 เข็มสามารถปรับความลึกได้ตั้งแต่ 1 ถึง 8 มิลลิเมตร นั่นหมายความว่าแพทย์สามารถเลือกว่าจะรักษาชั้นผิวไหน ตื้น กลาง หรือลึก ขึ้นอยู่กับประเภทของหลุมสิวและสภาพผิวของแต่ละคน
- คลื่น RF (Radiofrequency) : จะถูกส่งตรงผ่านปลายเข็มลงไปยังชั้นผิวที่ต้องการ พลังงานความร้อนที่ปล่อยออกมาจะทำหน้าที่สองอย่างพร้อมกัน คือ สลายพังผืดใต้ผิวที่ดึงหลุมสิวให้ยุบ และกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่อย่างต่อเนื่องไปพร้อม ๆ กัน
ด้วยการทำงานร่วมกันของ 2 เทคโนโลยีนี้ จึงทำให้ผิวสามารถฟื้นตัวได้เร็ว มีความเสี่ยงต่ำ และที่สำคัญคือ ผลลัพธ์ไม่ได้เห็นแค่ระยะสั้นแต่จะพัฒนาต่อเนื่องหลายเดือน จากกระบวนการสร้างคอลลาเจน
หลุมสิวประเภทไหนที่โปรแกรม Morpheus8 เหมาะและเห็นผลดีที่สุด
ไม่ใช่ทุกหลุมสิวที่ตอบสนองต่อ Morpheus8 เหมือนกัน การเข้าใจประเภทของหลุมสิวจะช่วยให้ประเมินได้ว่า เราจะได้ประโยชน์จากโปรแกรมนี้มากน้อยแค่ไหน โดยหลุมสิวที่เหมาะกับการรักษาด้วยโปรแกรม Morpheus8 ได้แก่
- Rolling Scar (หลุมขอบลาด) : หลุมสิวประเภทนี้จะมีขอบค่อย ๆ ลาดลงไปโดยไม่มีขอบชัน เกิดจากพังผืดใต้ผิวที่ดึงผิวเป็นคลื่น โดยโปรแกรม Morpheus8 สามารถสลายพังผืดพวกนี้ได้โดยตรง จึงทำให้เห็นผลลัพธ์หลุมสิวตื้นขึ้นอย่างชัดเจน
- Boxcar Scar (หลุมขอบตั้ง ก้นแบน) : หลุมสิวที่มีขอบค่อนข้างชัด ก้นหลุมแบน ซึ่งถ้าหากหลุมสิวไม่ลึกมาก โปรแกรม Morpheus8 จะช่วยได้ดีในการยกผิวก้นหลุมให้สูงขึ้น และลดความชัดของขอบ
- Atrophic Scar (หลุมแบบผิวฝ่อ) : หลุมสิวที่เกิดจากการสูญเสียเนื้อเยื่อ ทำให้ผิวดูบางและยุบลง โปรแกรม Morpheus8 จะช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในชั้นผิว ทำให้ผิวหนาขึ้นและยุบน้อยลงเมื่อเวลาผ่านไป
หลุมสิวที่ Morpheus8 ช่วยได้บ้าง แต่ไม่ใช่ตัวเลือกแรก ได้แก่
- Ice Pick Scar (หลุมลึกขอบแหลม) : หลุมสิวที่ลึกและแคบมาก เหมือนรูที่ถูกเจาะด้วยเข็ม ประเภทนี้ตอบสนองต่อโปรแกรม Morpheus8 ได้บ้าง แต่อาจต้องใช้ร่วมกับการรักษาอื่นเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดี
โดยรวมแล้ว คนที่เหมาะกับ Morpheus8 มากที่สุด คือผู้ที่มีปัญหาหลุมสิวในระดับปานกลางถึงค่อนข้างลึก ผิวไม่ได้มีการอักเสบรุนแรง มีสุขภาพโดยรวมดี และพร้อมรับการรักษาแบบต่อเนื่อง
โปรแกรม Morpheus8 รักษาหลุมสิวต้องทำกี่ครั้ง และใช้เวลานานแค่ไหนถึงเห็นผล
โปรแกรม Morpheus8 หลุมสิวไม่ใช่โปรแกรมที่เห็นผลชัดเจนตั้งแต่การทำครั้งแรก แต่ผลลัพธ์จะค่อย ๆ สะสมและพัฒนาขึ้นเรื่อย ๆ
- ถ้าหากเป็นปัญหาหลุมสิวระดับน้อยถึงปานกลาง โดยทั่วไปแนะนำให้ทำ 3 ครั้ง โดยเว้นระยะห่างในแต่ละครั้งประมาณ 4–6 สัปดาห์ เพื่อให้ผิวมีเวลาฟื้นตัวและกระบวนการสร้างคอลลาเจนทำงานได้เต็มที่ก่อนเริ่มรอบถัดไป
- ถ้าหากเป็นปัญหาหลุมสิวลึกหรือมีจำนวนมาก อาจต้องทำ 4–6 ครั้ง ขึ้นอยู่กับการตอบสนองของผิวแต่ละคน ซึ่งบางรายที่มีพังผืดหนาใต้ผิวอาจต้องปรับแผนการรักษาร่วมกับแพทย์เป็นรายบุคคล
ไทม์ไลน์ผลลัพธ์ของโปรแกรม Morpheus8
- หลังทำ 1–2 สัปดาห์ : ผิวอาจยังแดงเล็กน้อย แต่จะเริ่มสังเกตเห็นว่าผิวโดยรวมดูเรียบขึ้นเล็กน้อย
- หลังทำ 1 เดือน : คอลลาเจนใหม่เริ่มถูกสร้างขึ้น หลุมบางส่วนดูตื้นขึ้น พื้นผิวเริ่มสม่ำเสมอมากขึ้น
- หลังครบ 3 ครั้ง ประมาณ 3–6 เดือน : เป็นช่วงที่เห็นผลลัพธ์ชัดเจนที่สุด เพราะกระบวนการสร้างคอลลาเจนใช้เวลาเต็มที่ในการ Remodel เนื้อเยื่อใต้ผิว
- หลัง 6 เดือนขึ้นไป : ผลลัพธ์ยังคงพัฒนาต่อเนื่อง และหากดูแลผิวอย่างเหมาะสม คอลลาเจนที่สร้างขึ้นมาใหม่ก็จะอยู่ได้นานหลายปี
การดูแลผิวระหว่างทำโปรแกรม Morpheus8 เพื่อผลลัพธ์ที่ดีขึ้น
การดูแลผิวในช่วงที่ทำ Morpheus8 มีผลโดยตรงว่าผิวจะตอบสนองได้ดีแค่ไหน และคอลลาเจนจะสร้างได้มากน้อยเพียงใด โดยมีคำแนะนำในการดูแลผิวหลังทำ ดังนี้
- ครีมกันแดดคือสิ่งสำคัญที่สุด : ในช่วงที่ทำ Morpheus8 ผิวจะอ่อนแอกว่าปกติ แสงแดดสามารถทำให้เกิดรอยดำหลังการรักษาได้ง่ายมาก แพทย์ส่วนใหญ่จึงมักแนะนำให้ทาครีมกันแดดที่มี SPF 50+ ทุกวัน และทาซ้ำทุก 2–3 ชั่วโมงเมื่อต้องออกแดด
- สารบำรุงผิวที่ควรใช้ร่วม : ได้แก่ Hyaluronic Acid เพื่อรักษาความชุ่มชื้น และ Peptide ที่ช่วยสนับสนุนการสร้างคอลลาเจน ส่วน Retinol หรือ Vitamin A ควรหยุดใช้ก่อนและหลังทำอย่างน้อย 1 สัปดาห์ เพราะอาจทำให้ผิวระคายเคืองมากเกินไป
- เรื่องอาหารและน้ำ : การดื่มน้ำให้เพียงพอและรับประทานโปรตีนอย่างเหมาะสม จะช่วยให้ร่างกายมีวัตถุดิบในการสร้างคอลลาเจนได้ดีขึ้น
วิธีเตรียมตัวก่อนทำ และสิ่งที่ควรหลีกเลี่ยงเพื่อไม่ให้หลุมสิวแย่ลง
สิ่งที่ควรทำก่อนเข้ารับการรักษา
- แจ้งประวัติยาและอาหารเสริมทุกชนิดที่ใช้อยู่ให้แพทย์ทราบ โดยเฉพาะยาละลายลิ่มเลือด หรือยาสิวบางชนิด เช่น Isotretinoin ที่ต้องหยุดก่อนทำอย่างน้อย 6 เดือน
- ดื่มน้ำให้เพียงพอในช่วง 1–2 วันก่อนทำ
- ทำความสะอาดผิวให้เรียบร้อย ไม่ต้องแต่งหน้าในวันที่มารับการรักษา
สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยงก่อนเข้ารับการรักษา
- การออกแดดหนักในช่วง 2 สัปดาห์ก่อนทำ เพราะผิวที่ถูกแดดเผามีความเสี่ยงต่อผลข้างเคียงสูงกว่า
- งดดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ก่อนทำ 24–48 ชั่วโมง เพราะอาจมีผลต่อการแข็งตัวของเลือดและการฟื้นตัวของผิว
- งดใช้ผลิตภัณฑ์ที่อาจก่อให้เกิดการระคายเคืองผิว เช่น AHA, BHA, Retinol อย่างน้อย 1 สัปดาห์ก่อนทำ
- งดการทำ Waxing หรือ Laser ประเภทอื่นในบริเวณเดียวกันในช่วงใกล้ ๆ กัน
สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยงหลังเข้ารับการรักษา
- ห้ามแกะ สัมผัส บีบ หรือขัดหน้าในช่วง 5–7 วันแรก แม้ผิวจะรู้สึกลอก
- หลีกเลี่ยงสระว่ายน้ำ ซาวน่า หรือการออกกำลังกายหนักในช่วง 48–72 ชั่วโมงแรก เพราะความชื้นและความร้อนอาจรบกวนการฟื้นตัวของผิว
- ห้ามใช้ Foundation หรือเมคอัพหนักจนกว่าผิวจะฟื้นตัวเต็มที่ (ประมาณ 5–7 วัน)
FAQ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับโปรแกรม Morpheus8 รักษาหลุมสิว
Morpheus8 เจ็บไหม?
จะมีความรู้สึกเจ็บอยู่บ้าง โดยก่อนทำแพทย์จะทายาชาเฉพาะที่ประมาณ 30–45 นาที ทำให้ส่วนใหญ่ทนได้สบาย บางคนรู้สึกร้อนเล็กน้อยในระหว่างทำ แต่ไม่ถึงขั้นเจ็บปวดรุนแรง
หลังทำ Morpheus8 หน้าแดงนานไหม?
โดยปกติแล้ว หลังทำ Morpheus8 หน้าจะแดงและบวมเล็กน้อยประมาณ 24–72 ชั่วโมง และอาจมีรอยจุดเลือดออกเล็กน้อยซึ่งจะหายไปเองใน 3–5 วัน ส่วนใหญ่สามารถกลับไปใช้ชีวิตปกติได้ภายใน 3–5 วัน แต่แนะนำให้หลีกเลี่ยงงานสำคัญในช่วง 1 สัปดาห์แรกหลังทำ
Morpheus8 เหมาะกับผิวสีเข้มไหม?
เป็นหนึ่งในข้อดีสำคัญของ Morpheus8 เพราะพลังงาน RF ไม่ได้ทำงานผ่านเม็ดสีผิวเหมือนเลเซอร์บางประเภท จึงมีความเสี่ยงต่อการเกิดรอยดำหรือรอยด่างน้อยกว่ามาก
Morpheus8 ต่างจากเลเซอร์หลุมสิวทั่วไปอย่างไร?
โปรแกรมเลเซอร์หลุมสิวจะทำงานโดยเผาผิวชั้นบนเพื่อกระตุ้นการสร้างผิวใหม่ ใช้เวลาฟื้นตัวนานกว่าและมีความเสี่ยงสูงกว่าในผิวสีเข้ม ในขณะที่ Morpheus8 จะทำงานด้วยการส่งพลังงานตรงสู่ชั้นลึกโดยไม่ทำลายผิวชั้นบนมากนัก ใช้เวลาพักฟื้นน้อยกว่า และปลอดภัยกว่าสำหรับผิวหลายโทนสี
Morpheus8 ทำแล้วหลุมสิวจะหายหมดเลยไหม?
ในปัจจุบันนี้ ยังไม่มีการรักษาหลุมสิววิธีใดที่ทำให้หายขาด แต่ Morpheus8 สามารถลดความลึกและความชัดของหลุมได้อย่างชัดเจน โดยหลาย ๆ คนเห็นผลลัพธ์การลดเลือนหลุมสิวได้ 50–80% หลังจากครบคอร์สการรักษา ซึ่งทำให้ผิวดูเรียบเนียนขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
รักษาหลุมสิวด้วยโปรแกรม Morpheus8 ที่ Atier Wellness เพื่อผลลัพธ์ที่ชัดเจนและปลอดภัย
โปรแกรมรักษาหลุมสิวด้วย Morpheus8 ที่ Atier Wellness ศูนย์ความงามครบวงจรโดยแพทย์เฉพาะทาง ไม่ได้ทำแค่กดเครื่องแล้วจบ แต่เริ่มตั้งแต่การวินิจฉัยประเภทหลุมสิวของผู้เข้ารับบริการอย่างละเอียด ประเมินสภาพผิว ออกแบบแผนการรักษาเฉพาะบุคคล เลือกใช้เครื่อง Morpheus8 รุ่นล่าสุดที่ได้มาตรฐานสากล พร้อมติดตามผลลัพธ์และปรับแผนการรักษาตามการตอบสนองของผิวในแต่ละครั้ง เพื่อผลลัพธ์การเปลี่ยนแปลงที่ใช่สำหรับผิวคุณโดยเฉพาะ